สวนสัตว์เปิดเขาเขียว
iLoveToGo.com วันนี้พาเพื่อนๆ มาเปลี่ยนบรรยากาศกันที่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว กิจกรรม 7 อย่าง ที่ไม่ควรพลาดเมืื่อไปเขาเขียวค่ะ
(มีภาคต่อนะคะ ดูภาคนี้เสร็จก็ต่อด้วยภาค 2 ได้เลยค่ะ ^_^
www.ilovetogo.com/Article/83/1333/สวนสัตว์เปิดเขาเขียว-ภาค2-เก็บตกที่เก็บยังไงก็เก็บไม่หมด)
เรามาเริ่ม Review กันไปเรื่อยๆดีกว่าค่ะ ทริปนี้ค่อนข้างยาวเลย เพราะอยู่กันทั้งวันตั้งแต่ 7 โมงเช้า ถึง 2 ทุ่ม ก็จะมีส่วนที่เป็น HightLight กิจกรรมที่พลาดไม่ได้ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียว และ เรื่องความน่ารักของสิงห์สาราสัตว์ค่ะ
ที่ทางเข้าหลังจากจ่ายค่าผ่านทางแล้ว (50/คน) ก็จะมาเจอร้านค้าที่เค้าขายผักผลไม้สำหรับให้กับสัตว์(พวกกินพืช) ราคาที่ด้านหน้าจะถูกกว่าด้านในนิดหน่อย (ถุงละ 50 (ใหญ่) ซื้อ 2 แถม 1 ถุงเล็ก) เลยซื้อไปเพียบเลย เข้ามาถึงเราจะต้องผ่านหน้าสวนที่มีนกฟรามิงโก้อยู่ เรายังไม่ถ่ายรูป เลยไปเช่ารถกอล์ฟก่อน
ขับรถผ่านสวนนกฟรามิงโก้เข้ามาหน่อยจะเจอจุดเช่ารถกอล์ฟ เราสามารถจอดรถของเราไว้ที่ลานจอดรถตรงนี้ได้ แล้วเช่ารถกอล์ฟขับเที่ยวกัน
ทำไมต้องเช่า? เหตุผลที่อยากให้เช่ารถกอล์ฟเพราะว่า การขับรถกอล์ฟจะทำให้เราสูดกลิ่นธรรมชาติ รับลมเย็นสบาย และ ดูสัตว์ได้ง่าย เข้าถึงสัตว์ได้สะดวกกว่า เพราะรถกอล์ฟไม่มีกระจกและคันเล็ก จอดได้ง่าย ลงง่าย และที่สำคัญคือ มันสร้างความสนุกให้กับคนขับและคนนั่ง เพราะในชีวิตประจำวันเราก็ไม่ได้นั่งรถกอล์ฟกันอยู่แล้ว อันนี้ขอบอกเลยว่า ถ้ามาเที่ยวแล้วเช่ารถกอล์ฟเนี่ย จะเที่ยวได้สนุกอย่างมากค่ะ สำหรับราคา
ดูที่นี่เลย เช่าทั้งวัน ส่งรถคืน 6 โมงเย็น Trip นี้เราเช่าเหมาทั้งวันค่ะ ส่วนแผนที่ภายในส่วนสัตว์ก็
คลิกที่นี่เลย
ย้อนกลับมาดูนกฟรามิงโก้กัน จริงๆเราจะเจอสวนนกฟรามิงโก้ก่อนที่จะไปเช่ารถกอล์ฟนะ ถ้าเราเริ่มแวะถ่ายรูปตั้งแต่แรกเลยก็ได้ แต่ถ้าช่วงสายๆ แถวนี้อาจจะไม่สามารถจอดรถได้ เพราะที่จอดจะเต็ม ตอนเช้าที่ไป เหมือนพวกนกจะยังไม่ตื่น สังเกตดูท่านอนจะยกขา 1 ข้าง และเก็บหัวไว้ใกล้ตัว เห็นแล้วแปลกตาดีจัง
ถัดจากจุดเช่ารถกอล์ฟ เราจะเจอสวนชะนี ก็จะมีชะนีหลายแบบ เช่นสีดำ, สีขาว โหนไปโหนมา เวลาเดินบนพื้นท่าทางเหมือนคน
กำลังดูชะนีอยู่ดีๆ ก็มีนกด้านล่างเนี้ย โฉบลงมากินปลาที่อยู่ในน้ำรอบๆ เกาะชะนี แล้วมันก็เดินเล่นไปเรื่อยๆ เราก็เดินตามไปถ่ายรูปมัน มันเป็นนกที่อิสระ เพราะมันสามารถบินไปไหนก็ได้ เดินอาดๆ ไปไหนก็ได้ ไม่กลัวคน แต่ถ้าเข้าไปใกล้มันมากๆ มันจะบินหนี
ถัดจากสวนชะนี ก็มาถึงสวนละมั่ง ซึ่งถือเป็น 1 ใน
HightLight ของสวนสัตว์เปิดเขาเขียวค่ะ เพราะละมั่งที่นี่จะถูกปล่อยแบบอิสระ เดินไปเดินมาที่ไหนก็ได้ แต่ส่วนใหญ่ละมั่งพวกนี้ก็จะอยู่กันเป็นกลุ่มๆ ในสวนนี้
กิจกรรมสนุกๆ ที่สวนละมั่งแห่งนี้ก็คือการได้เล่นกับละมั่ง! เช่น ป้อนอาหาร, ลูบหัว, ถ่ายรูปละมั่งแบบใกล้ๆ เสียงละมั่งกัดแตง มันดังกร๊อบ ชอบจัง
พอเอากล้องไปจ่อถ่ายรูปละมั่งใกล้ๆ ก็จะได้ภาพดูหน้าตาตลกๆ แปลกๆ (เหมือน the dog) ขอตั้งชื่อภาพนี้ว่า
เดอะมั่ง ^^
ถัดไปจากสวนละมั่ง ก็จะเป็นส่วนของลิง ก็จะเป็นพวกลิงกระรอก, ลีเมอร์หางแหวน, ลีเมอร์สีน้ำตาล และ ลิงอื่นๆ เราก็จะได้ดูลิงโหนไปโหนมา
ต่อจากลิงก็มาเป็นพวกแพะ, แกะ ตรงนี้ก็เป็นอีกที่ที่เราสามารถให้อาหารได้ แต่เค้าห้ามให้แตงกวานะคะ
ไปกันต่อที่ฮิปโป ซึ่งป้ายหน้าบ่อฮิปโปเนี่ย ดูน่ากลัวและน่าเกรงขามราวกับราชสีห์ เลยลองเอารูปฮิปโปตัวจริงมาวางในมุมเดียวกันเพื่อเปรียบเทียบว่าน่าเกรงขามเหมือนป้ายหรือป่าว
นี่คือฮิปโปซึ่งดูแล้วแตกต่างจากป้ายด้านบนอย่างสิ้นเชิง สองตัวนี้คือแม่ลูกฮิปโปกำลังกินอาหารค่ะ
โชคดีมากที่ตอนไปถ่ายรูป ได้จังหวะฮิปโปกินน้ำพอดี เลยได้ถ่ายเก็บไว้ เริ่มจาก อาบหัวก่อน ค่อยอ้าปากกิน ตามด้วยหันมายิ้มกว้างๆ กับกล้อง
นี่ก็เป็นอีก 1
Hightlight ของการมาสวนสัตว์เปิดเขาเขียว คือการมาให้อาหารฮิปโป แต่ว่ามันไม่ใช่การให้อาหารสัตว์แบบธรรมดานะ การให้อาหารฮิปโปจะต้องใช้ฝีมือและความแม่นยำเป็นอย่างมาก คือเราจะต้องโยนกล้วยเข้าไปในปากฮิปโปที่กำลังอ้าปากค้างให้ได้ ดูจากภาพสุดท้ายจะเห็นว่าลงบ้างไม่ลงบ้าง หนุกดีค่ะ
จริงๆ ความน่ารักของฮิปโปมีอีกอย่าง คือ การที่ฮิปโปเป็นสัตว์ค่อนข้างจะรับแขกค่ะ คือเมื่อมีคนมา มันจะอ้าปากรอแบบรู้หน้าที่อย่างมาก เชิดหน้าชูตา สวนสัตว์เขาเขียวได้เป็นอย่างดีทีเดียวค่ะ
ดูวีดีโอให้อาหารฮิปโปได้เลยค่ะ
ออกจากบ่อฮิปโป ก็ไปที่หมีขอ พวกหมีขอจะอยู่บนต้นไม้ มีทั้งตัวเล็กตัวใหญ่ปีนไปปีนมา เราสามารถให้อาหารได้ด้วยการวางอาหารไว้ที่ตะกร้า แล้วหมุนวงล้อไปแบบรูปกลาง แล้วพวกหมีขอมันจะคว้าตะกร้าเอง และก็หยิบอาหารที่เราให้ค่ะ
ดูวีดีโอการให้อาหารหมีขอกันค่ะ
ถัดจากหมีขอ ก็จะเป็นส่วนของ แอฟริกา ซาวันน่า บรรยากาศของแอฟริกาซาวันน่าก็จะถูกตกแต่งให้เหมือนกับแอฟริกา
ตรงนี้ก็เป็นอีก 1
Hightlight ที่เราต้องมาให้อาหารยีราฟ เพราะว่ายีราฟจะเข้ามาให้เราป้อนอาหาร เราสามารถลูกหัวเค้าได้ด้วยค่ะ ขอบอกว่า ยีราฟ ตาหวานมาก ><
มาดูวีดีโอกัน
หันมาด้านหลังก็จะเจอ เมียร์แคท ท่าทางของเค้าจะตลกมาก คือจะเหมือนแมว แต่นั่งและยืน 2 ขาได้ เวลาหันไปหันมา บางทีก็จะหันไปทางเดียวกัน เค้าบอกว่าการที่ตัวเมียร์แคททำแบบนี้ คือการระวังภัยให้กัน
มาดูเมียร์แคทเฝ้าระวังภัยให้กันที่วีดีโอนี้เลยค่ะ
สัตว์แอฟริกาก็จะมีพวก นกกระจอกเทศ และ แรดขาวด้วย
จากนั้นเราก็ขับรถกอล์ฟไปทางบ่อหมี ก็ได้เจอหมีพวกนี้ ด้านซ้ายจะเป็นหมีควาย ส่วนภาพตรงกลางนั่นไม่ใช่หมานะคะ เค้าคือหมีหมา (ดูแบบนี้หน้าตาเหมือนหมามาก) เวลายืนจะกลายร่างจากหมาเป็นหมี
ดูวีดีโอหมีควายและหมีหมาได้ที่นี่นะคะ
ข้างๆ บ่อหมีก็จะมีบ่อนาก เป็นนากเล็กเล็บสั้น ตอนที่มาเนี่ย เหมือนพวกนากเค้าจะเล่นน้ำกันเสร็จ เค้าเลยมาตากแดด เกลือกกลั้ง ดิ้นไปดิ้นมา ดิ้นมาดิ้นไปไม่หยุดเลย บางตัวก็นอน แต่ส่วนใหญ่จะดิ้น
นี่ก็เป็นอีกมุมของนากเวลาดิ้น สำหรับ Trip นี้ รู้สึกชอบนากมาก เพราะเค้าดูตลกสุดๆไปเลย
มาดูนากดิ้นแบบเน้นๆ ได้ที่วีดีโอนี้เลยค่ะ
มื้อเที่ยง เราซิ่งรถกอล์ฟกลับไปที่ด้านหน้าตรงใกล้ๆ ทางเข้าเขาเขียวเพื่อทานอาหารกลางวันกันที่ร้าน Green Hills
อาหารที่สั่งก็มี ยำปลาดุกฟู, ไก่ผัดเม็ดมะม่วงฯ, ส้มตำปู ร้านนี้ทำอาหารอร่อยดี อย่างยำปลาดุกฟูเนี่ย กรอบมากๆ
หลังจากทานอาหารกลางวันเสร็จ เราก็รีบซิ่งไปดูการแสดงความสามารถของสัตว์แถวๆ หุบเสือป่า เป็นอีก 1
Hightlight ค่าเข้าชม 50 บาท เราจะได้ดูสัตว์แสดงการกินอาหาร, ล่าเหยื่อ และ Hightlight ของเค้าคือ เสือโคร่งว่ายน้ำ คือที่น่ารักคือ เสือจะไม่ลงน้ำทันทีนะ จะเอามือแตะๆ น้ำก่อนว่าเย็นหรือป่าว แล้วค่อยๆหย่อนตัวลงไป (ในวีดีโอนำการแสดงส่วนนี้มาให้ดูเพียงแล็กน้อยพอเป็นน้ำจิ้ม อยากให้ไปดูด้วยตาตัวเอง รับรองว่าจะได้เห็นความน่ารักของเหล่าสัตว์นักแสดง และ พกความประทับใจกลับบ้านไปด้วยแน่นอน ช่วยกันอุดหนุนนะคะ ^^)
ที่นี่เราสามารถซื้อของที่ระลึกน่ารักๆ ได้
ถัดจากการแสดงความสามารถของสัตว์ ก็มาถึงอีก 1 Hightlight นั่นคือการให้อาหารช้าง, ชมการแสดงของช้าง(ฟรี), และนั่งช้าง(50)
ที่รอบๆ ส่วนที่เราให้อาหารช้าง ก็จะมีพวกขนมสีๆ ขาย และมีการแสดงของช้างให้เราดูฟรี
การขี่ช้างจะใช้เวลาประมาณ 10 นาที เดินชมวิวขึ้นเขา โยกซ้าย โยกขวา โยกขวา โยกซ้าย ได้คุยกับควาญช้างด้วย คือ ช้างและควาญเป็นฟรีแลนซ์ คือ ช้างเป็นของควาญคนนั้น ทางสวนสัตว์ให้ควาญเอาช้างมาให้บริการได้ และรายได้ก็จะเป็นของควาญและช้าง จากการพูดคุยกันก็ทำให้เรารู้ว่า ควาญเนี่ยไม่มีเงินมากพอที่จะซื้อกล้วยให้ช้างกิน สิ่งที่ช้างกินก็จะเป็นพืชผักหรืออ้อยไปแทน ซึ่งจริงๆ แล้วช้างเนี่ยจะชอบกล้วยที่สุด นิสัยของช้างปกติก็จะไม่ดื้อ ที่เห็นควาญถือเคียวก็เพราะว่าเป็นการปรามๆ เตือนๆ เท่านั้นด้วยการเอาแตะๆ หัวนิดหน่อย เพราะช้างตัวใหญ่กว่าเรามาก
หลังจากลงมาจากหลังช้าง ทำให้เรารู้สึกว่า อยากให้ช้างที่เดินอยู่ในกรุงเทพฯ ได้มาทำงาน มีอาชีพที่นี่จัง จะได้ไม่ต้องเดินบนถนนร้อนๆ เพราะที่นี่ เป็นแหล่งธรรมชาติของแท้ เหมาะสำหรับการอยู่อาศัยของสัตว์ต่างๆ จริงๆ ค่ะ
ส่วนภาพนี้ตอนขับรถกอล์ฟผ่าน ก็ได้ถ่ายภาพกวางดาวเอาไว้ (จุดนี้เค้าห้ามลงจากรถ) เราเลยจอดรถแล้วถ่ายรูปมา จุดเด่นของกวางดาวคือเขาที่ดูเหมือนเขาปลอม คือจะออกเนี่ยนๆ แปลกๆ ดูเหมือนกำมะหยี่สวยดีค่ะ
จากนั้นเราก็ไปกันต่อที่สวนผีเสื้อธรรมชาติ ซึ่งตอนที่เราไปเนี่ย เค้ากำลังปรับปรุงอยู่ แทบจะไม่เห็นผีเสื้อซักตัว แต่สวนเค้าจัดสวยค่ะ เลยเก็บภาพบรรยากาศมา
ในบริเวณสวนผีเสื้อธรรมชาติก็จะมีบ่อน้ำเล็กๆ ดูร่มรื่น
ตรงนี้เป็นส่วนโล่งๆ ที่อยู่กลางแจ้ง
มีดอกไม้สวยๆ ทั่วๆ สวนให้เราได้ถ่ายรูปมากมาย
หลังจากนั้นเราก็ได้ไปซื้อบัตรเข้าชม Night Safari ตอน 5 โมงเย็นที่ด้านหน้าประตูทางเข้า ซึ่งถือเป็น
Hightlight ของที่นี่เลย แล้วก็เอารถกอล์ฟไปคืน Night Safari รอบที่เราซื้อบัตรจะเริ่มตอน 1 ทุ่ม ระหว่างรอช่วงประมาณ 6 โมงเย็นก็จะนำสัตว์ป่ามาให้เราดู เช่น หมีขอ, นางอาย และ เม่น (ขนเม่นนี่ถ้าทิ่มเข้าไปน่าจะปวด) พอถึงเวลา 1 ทุ่มตรง เราก็ขึ้นรถไปชม Night Safari
ทำไมต้อง Night Safari? เป็นสิ่งที่เราตั้งคำถามกันเองว่า ดูกลางคืนไปทำไม ก็ขับรถดูกันตอนกลางวันไปแล้ว แต่ไหนๆ มาแล้ว ก็ต้องลองซักหน่อย สิ่งที่เราได้สัมผัสระหว่างตอนกลางวันกับตอนกลางคืนนั้น แตกต่างกันอย่างมาก คือ Night Safari ของที่นี่ เค้าจะขับรถเข้าไปในความมืด จะมีแค่ไฟสปอตไลท์บนรถดวงเดียวเท่านั้นที่จะส่องดูสัตว์ตอนกลางคืน โดยผู้ชำนาญการส่องสัตว์ ซึ่งทำให้เราได้เห็นสัตว์ที่เค้าไม่ตื่นออกมาตอนกลางวัน เช่น สมเสร็จ หรือ เสือที่จะตื่นขึ้นมาเดินโชว์ตัวที่หุบเสือป่า ช่วงที่นั่งรถเข้าไปอากาศจะค่อนข้างเย็นแล้ว ได้บรรยากาศของการเข้าป่าอย่างมาก โดยสรุปแล้วเนี่ยแม้จะเป็นสถานที่เดียวกัน แต่พอเวลากลางคืนกลับให้ความรู้สึกที่แตกต่างและตื่นเต้นมาก ต้องขอบคุณวิทยากรนำเที่ยวที่เล่าเรื่องต่างๆ ได้อย่างสนุกสนานและน่าติดตามค่ะ
iLoveToGo หวังว่า เพื่อนๆ จะได้รับความสนุกสนาน จากภาพและเรื่องราว ที่พวกเรานำมาฝากกัน ถึงแม้ว่า อาจจะเคยไปกันแล้ว หรือไปมาแล้วหลายรอบ (จริงๆ ไปมา 2 รอบแล้ว ^^) แต่เราก็คิดว่า การนำเสนอสวนสัตว์เปิดเขาเขียวแห่งนี้ในมุมมองของพวกเรา อาจทำให้เพื่อนๆ รู้สึกอยากไปอีกสักครั้ง ก็เป็นได้นะ ^^
ขอให้สนุกกับการท่องเที่ยวนะคะ ^^/
(ดูภาค 2 ได้เลยค่ะ ^_^
www.ilovetogo.com/Article/83/1333/สวนสัตว์เปิดเขาเขียว-ภาค2-เก็บตกที่เก็บยังไงก็เก็บไม่หมด)
ข้อมูล
ที่ตั้ง : 235 ม.7 ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี 20110
โทร: 0-3829-8270, 0-3829-8195
เปิดบริการ : 08.00-18.00 น. ทุกวัน
อัตราค่าเข้าชม : ผู้ใหญ่ 50 บาท, นักเรียน 30 บาท, เด็กเล็ก 15 บาท
อัตราค่าเช่ารถกอล์ฟ : คลิกเพื่อดูราคาค่าเช่า เช่าทั้งวัน ส่งรถคืน 6 โมงเย็น
อัตราค่าเข้าชมการแสดงความสามารถของสัตว์ : 30 นาทีต่อรอบ วันละ 3 รอบ เวลา 11.00 น., 14.00 น.และ 15.00 น. วันเสาร์ อาทิตย์และวันนักขัตฤกษ์ วันละ 4 รอบ เวลา 11.00, 14.00,15.00 และ 16.00 น. ผู้ใหญ่ 50 บาท, เด็ก 20 บาท
อัตราค่าขี่ช้าง :ประมาณ 10 นาทีต่อรอบ ราคา 50 บาท
อัตราค่าเข้าชม Night Safari : 1 ชั่วโมงต่อรอบ วันละ 2 รอบ 19:00 น. และ 20:00 น. ซื้อบัตรตอน 17:00 น.ที่จุดจ่ายเงินตอนเข้าเขาเขียว ผู้ใหญ่ 100 บาท, เด็ก 50 บาท
แผนที่ภายในสวนสัตว์ : คลิกที่นี่เพื่อดูแผนที่ภายใน
พิกัด : 13.214779,101.056654
ดู สวนสัตว์เปิดเขาเขียว ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า