ทะเลสาบสุริยันจันทรา (Sun Moon Lake)
อีกสถานที่นึงในไต้หวันที่อยากจะชวนแฟนๆ ILoveToGo ไปเที่ยวกันคราวนี้ เป็นที่ๆได้รับการขนานนามว่าเป็น "สวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน" และเป็นที่ๆคนไต้หวันนิยมมาฮันนีมูนกันด้วย คงไม่ต้องบอกกันก็รู้ว่าบรรยากาศต้องโรแมนติคแหงๆ ที่นี่คือ
ทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือ
Sun Moon Lake นั่นเองจ้าาา ^^/
ไปซันมูนเลคจากไทเป ไปได้หลายวิธี มีทั้งรถบัสและ HSR แต่ทีม ILove วางแผนกันว่าไปด้วยเจ้า HSR ละกัน จะได้ประหยัดเวลาหน่อย โดยจะไปขึ้น HSR ที่ Taipei Main Station (ซึ่งเป็นสถานี MRT ด้วยนั่นแหละ) วิ่งจาก
Taipei station ไปถึง Taichung station (ที่เป็นลูกศรแดง) แล้วก็
ต่อรถเข้า Nantou เพื่อเข้าไปที่ Sun Mook Lake (ลูกศรน้ำเงิน)
พวกเราเช็คเอาท์ออกจาก May Rooms แล้วนั่ง MRT มาลงที่ Taipei Main Station ถ้าเห็นหน้าตาแบบนี้แสดงว่ามาถูกที่แล้ว
ได้ขึ้นรถ HSR ตอนรอบ 9 โมงพอดีเพ๊ะ จะใช้เวลาเดินทาง 1 ชม. ถึงที่สถานี Taichung ก็ประมาณ 10 โมงพอดี
ช่วงเวลาที่ทีม ILove ไปเที่ยวเป็นช่วงวันธรรมดา เราเลยได้พบเห็นชาวไต้หวันในชุดสูทพร้อมทำงาน
ระหว่างนั่งรถไฟ ถามพี่เก้าว่า "มีไรกินบ้างมั้ยยยย"
"จงเอานี่ไปซะ.. ป๊อกกี้อัลม่อน" อันนี้พี่เก้าซื้อมาจากร้านคอนวีเนียนตอนที่เราแวะทานมื้อเช้ากัน ระหว่างเดินทางมีหนมติดกระเป๋าไว้ด้วยก็เวิร์ค เอาไว้กินสร้างความบันเทิงระหว่างเดินทาง ฮี่ๆ ^^
มาถึงสถานี Taichung แล้ววว 10 โมงพอดีเลย ตามแผนที่วางไว้เราจะต้องไปต่อรถบัสเพื่อเข้าเมืองหนานโถว แต่ดูจากกองกระเป๋าข้างหน้าที่มันงอกมาตอนเราอยู่ไทเป ก็เพิ่งได้สติว่าแล้วฉันจะขนขึ้นรถบัสไปไงละเนี่ยยย -"- จ๊ากกกก (ถ่ายเก็บไว้เป็นหลักฐานว่ากาเป๋ามันเยอะมากกก)
มติเอกฉันท์ในที่ประชุม สรุปว่าเหมาแท็กซี่ไปเห๊อะ เค้าคิด 1,000 TWD พาเราไปส่งถึงหน้าโรงแรมเลย (พอเราเสียบบัตรออกจาก HSR แล้วให้ลงบันไดเลื่อนไปข้างล่างนะ จะเจอ Gate ออกข้างนอก จะมีแท็กซี่อยู่แถวๆนั้น)
กางแผนที่ดูแล้ว เราจะออกจาก HSR Taichung Station นั่งรถไปที่ Sun Moon Lake วิ่งกันแบบชมวิวชิวๆ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที
เพื่อความง่ายในการเดินทาง เบญจะปริ๊นท์แผนที่ + ชื่อโรงแรมภาษาจีนมาด้วย เวลาบอกแท็กซี่ว่าจะไปไหนก็แค่ยื่นให้เค้าดู (อันนี้ทางโรงแรมแนะนำวิธีการมาอีกที 555) เลยไม่ต้องเสียเวลาสื่อสารกันมากมาย
ระหว่างทาง ถ้าเจอวิวสวยๆ เค้าก็จะชลอรถให้ถ่ายรูปด้วย รู้สึกประทับใจตรงที่ถึงหน้าที่เค้าจะแค่ขับรถพาเราไปส่งให้ถึงที่หมาย แต่เค้าก็ใส่ใจอะไรเล็กๆน้อยๆ ในการบริการนักท่องเที่ยวอย่างพวกเรา ^^
ตอนนี้วิวเริ่มเปลี่ยนไป เราจะได้เห็นวิวภูเขา + ต้นไม้ ให้อารมณ์เหมือนกับตอนที่เราขับรถไปเที่ยว ตจว.หน่ะ แอบเปิดหน้าต่างไปรับลมนิดนึง อากาศสดชื่นเย็นสบายเหลือเกิ๊นนน น่านอนเป็นที่สุด
รถแท็กซี่เลี้ยวโค้งสุดท้ายก็เห็นวิวทะเลสาบ ในที่สุดเราก็มาถึงซันมูนเลคแว๊วววว เย้ๆ จากนั้นเราก็เอากระเป๋าไปแหมะไว้ที่พักก่อน เพราะยังไม่ถึงเวลา check-in
ทีม ILove เราพักกันที่ Laurel Villa (รอเรล วิลล่า) เป็น Guest House เล็กๆ อยู่ไม่ห่างจากทะเลสาบซันมูนเท่าไหร่
(ดูรีวิว Laurel Villa ได้ที่นี่จ้า)
และก็ซื้อตั๋วนั่งเรือชมทะเลสาบซันมูนที่เค้าไปเลย ราคาคนละ 245 TWD เป็นโปรโมชั่นตั๋วเรือ + อาหารมื้อเย็น
เดี๋ยวเราจะขึ้นเจ้าเรือนี้ ชมวิวทะเลสาบซันมูนกันค่ะ ^^
ตาม step เราจะตั้งต้นสตาร์ทกันที่ท่าเรือ
Shuishe แล้วเค้าจะแวะให้เทียบท่าให้เรา 2 จุด คือท่า Xuanguang Temple และท่า Ita Thao ดูตามลูกศรส้มๆที่ขีดไว้อ่ะ ถ้าใครจะดาวน์โหลดแผนที่เต็มๆ ก็คลิกที่ link นี้ได้เลยจ้า (
ดาวน์โหลดแผนที่เที่ยว Sun Moon Lake) แต่แผนที่จะเยินหน่อยนะเพราะผ่านการใช้งานมาอย่างหนักหน่วง หึๆ
เท่าที่อ่านข้อมูลมา ซันมูนเลค เป็นทะเลสาบที่ใหญ่ที่สุดและสวยที่สุดในไต้หวันเลยหล่ะ *0*
เรือออกจากท่าแล้ววว วิวระหว่างนั่งเรือ เราจะเห็นภูเขาล้อมรอบทะเลสาบทุกด้านเลย แถมอากาศยังสดชื่นสุดๆ เหมือนได้มาพักผ่อนจริงๆ
สักพักนึง เรือก็ชลอลง ให้เราดูเกาะที่อยู่กลางทะเลสาบ เกาะนี้คือเกาะ Lalu ซึ่งเมื่อก่อนเคยใหญ่กว่านี้มาก เป็นส่วนที่แบ่งตัวทะเลสาบ ให้ด้านหนึ่งดูเหมือนพระอาทิตย์ อีกด้านหนึ่งเหมือนพระจันทร์เสี้ยว ก็เลยเป็นที่มาของชื่อ Sun Moon Lake นั่นเอง
ที่เกาะนี้ก็เคยมีคนอาศัยอยู่ด้วยนะ แต่สิ่งที่ทำให้เกาะนี้เล็กลง ก็เพราะการก่อสร้างเขื่อนในปี 1930 ทำให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นทำให้เกิดน้ำท่วมทั่วทั้งเกาะ และปี 1999 ก็เกิดแผ่นดินไหวครั้งใหญ่ ก็เลยทำให้เกาะหดเล็กลงไปอีกค่ะ ตอนนี้ก็เลยเหลือเล็กจิ๊ดเดียว
รอบๆเกาะลาหลู่ จะมีท่าเรือล้อมรอบ แต่เค้าไม่ได้แวะให้เราลงไปที่เกาะอะนะ แค่วนให้ชมเกาะเฉยๆ
เรือมาเทียบท่าที่ท่าเรือ Xuanguang Temple พอลงจากเรือ เบญก็เพิ่งสังเกตว่าน้ำในทะเลสาบซันมูน มันใสสะอาดและเป็นสีเขียวมากๆ เหมือนกะที่เค้าเขียนเล่าในหนังสือว่าน้ำเป็นสีเขียวมรกต เพิ่งได้เห็นกะตาตัวเองก็คราวนี้ สวยมากๆเลย *0*
ระหว่างเดินขึ้นฝั่งไปก็ได้ยินเสียงเพลงโฟล์คซองไต้หวันมาแต่ไกล เล่นกันอย่างมันส์อ่ะ
มีดนตรีเล่นแบบนี้ทำให้บรรยากาศบนเกาะครึกครื้นสนุกสนานขึ้นเยอะเลย
ถ้าชอบเพลงของเค้า ก็ซื้อกลับไปฟังต่อที่บ้านได้นะ เค้ามี CD ขายด้วยหล่ะ เลยสอยมา 1 แผ่น อิอิ ^^ (ชอบน้องคนขายเพลงจัง แต่งได้เข้ากะบรรยากาศพื้นเมืองมากๆ)
คนที่มาแวะที่ท่านี้ ก็เพื่อจะมาที่วัด Syuanguang ที่อยู่ข้างบนเขา เราจะต้องเดินขึ้นบันไดไป
วัด Syuanguang เป็นวัดเก่าแก่ที่สร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1958 เพื่อเป็นเกียรติแก่
พระเสวียนจั้ง (
ข้อมูลอ้างอิงจาก Wikipedia) ที่บุกป่าฝ่าดงจากจีนไปอินเดียเพื่ออัญเชิญพระไตรปิฎกกลับมา
เรียกว่าพระเสวียนจั้ง อาจจะไม่ค่อยคุ้นหูกันเท่าไหร่ แต่ถ้าเป็นอีกชื่อนึงคือ พระถังซัมจั๋ง คงจะร้องอ๋อ.. เพราะจำได้ว่าเคยติดตามเรื่องของท่านในไซอิ๋วไง อิอิ ^^ พระอัฐิส่วนนึงของพระถังซัมจั๋ง ก็นำมาประดิษฐานไว้ที่วัดนี้ด้วยค่ะ
นักท่องเที่ยว (โดยเฉพาะกรุ๊ปทัวร์ชาวจีน) ก็พากันมาไหว้ขอพรกันอย่างแน่นอ่ะ เดินๆไปแทบจะชนกันเลยทีเดียว โอย เหนื่่อย -__-"
ที่เห็นกลุ่มคนใหญ่ๆ ต่อแถวกันยาวเหยียด ก็เพราะอยากจะมาถ่ายรูปกับหินก้อนนี้ ด้านนี้จะสลักเป็นคำว่าซันมูนเลค (พี่เก้าเพิ่งมาเล่าให้ฟัง ฮี่ๆ) และถ้าหันไปอีกด้านจะเป็นรูปสลักของพระถังซัมจั๋งอ่ะ แต่ไม่ได้ถ่ายมาเพราะเบียดเข้าไปม่ายหวายยย o_o
จากบนวัด เราจะได้ดูวิวของทะเลสาบในมุมสูงๆด้วยนะ อากาศมันสดชื่นจิงๆ วุ้ย
ตรงนี้เป็นที่แขวนป้ายคำอธิษฐาน ใครขอพรอะไรก็มาเขียนตรงที่ว่างข้างหลังป้ายแล้วก็ผูกไว้
ก่อนจะกลับ ใกล้ๆท่าเรือ ก็มาเจอกับกลุ่มคนเข้าแถวยืนรอคิวยาวซื้อไข่กันอยู่ เป็นไข่ต้มกับใบชา และสมุนไพรจีน ร้านนี้เค้าเปิดมาเป็นสิบๆ ปีแล้วนะ แสดงว่าต้องอร่อยนะเนี่ยถึงได้มารุมกันขนาดนี้ เลยเบียดเข้าไปซื้อมั่ง ฮ๊่ๆ
เค้าจะต้มไข่ลงไปทั้งเปลือกเลย เวลาจะกินต้องแกะเปลือกเอง แกะออกมาแล้วหน้าตาคล้ายๆไข่พะโล้บ้านเรา แต่จะออกรสเค็มมากกว่า อร่อยดีแฮะ แถมยังหอมสมุนไพรใบชาทีเดียว
จากนั้นพวกเราก็ขึ้นเรือต่อ ไปลงที่ท่า Ita Thao ชื่อนี้มาจากชื่อเผ่า Thao ซึ่งเป็นชนพื้นเมืองกลุ่มเล็กๆในไต้หวัน เราจะต้องเดินผ่านหมู่บ้าน Ita Thao เพื่อไปซื้อตั๋วขึ้น Cable Car กัน
ที่เป็นอาคารกลมๆ นั่นคือ Youth Activity Center เป็นจุดที่เราจะขึ้นกระเช้าชมวิว Sun Moon Lake ในมุมสูงปิ๊ดๆ กันหล่ะ ^^
พอลงท่าเรือ เราก็ต้องเดินต่อไปอีกหน่อยตามทางเดินไม้ อันนี้ต้องระวังลื่นหน่อยนะ เพราะทางมันก็เทๆ พื้นก็เป็นพื้นไม้ลื่นๆ ต้องพยายามระวังตัวเราและก็เผื่อไปดูเพื่อนข้างๆด้วย อย่าให้เค้ากลิ้งนำหน้าเราไปเด็ดขาด -"-
ตามทางเดิน เราจะเห็นเค้าปลูกดอกไม้ไว้บนแพไม้ลอยน้ำด้วย อย่างกะมีดอกไม้งอกขึ้นมาแหน่ะ ดูแล้วสดชื่นดีจัง นอกจากประหยัดที่บนบกแล้วยังสวยอีกด้วยนะเนี่ย
เดินมาถึง Youth Activity Center แล้ว ให้ขึ้นไปซื้อตั๋ว Cable Car ที่นี่หล่ะ
ตั๋วมาแร้ว ที่ซื้อมาเป็นตั๋วขึ้นกระเช้าไป - กลับ ราคาคนละ 300 NT$ ไปขึ้นกันเร้ยยย
ค่อยๆ สูงขึ้นไปเรื่อยๆๆๆ แล้ว o_O"
พอขึ้นไปถึงจุดที่สวยที่สุด กระเช้าจะเลื่อนไปช้าๆ ให้เราดูวิวนานๆ ภาพที่เบญเห็นมันคือวิวภูเขาและทะเลสาบในมุมกว้างๆ อลังการมาก รู้สึกโชคดีจิงๆ ที่ตัดสินใจมาขึ้นกระเช้าชมวิว เพราะภาพแบบนี้ไม่ใช่จะเห็นกันได้บ่อยๆ
การที่ได้มาที่ Sun Moon Lake เหมือนกะเป็นการ refresh ตัวเองเลย เพราะอากาศและบรรยากาศที่เงียบสงบแบบนี้ มิน่าหล่ะ คนไต้หวันถึงได้นิยมมาฮันนีมูนกัน >_<
หลังคาสีน้ำตาลๆ ที่เห็นนั่นคือ โซน Formosan Aboriginal Culture Village หรือหมู่บ้านวัฒนธรรมดั้งเดิม แต่เราไม่ได้เข้าไปนะคะ เพราะว่ากระเช้าใกล้จะหมดรอบแล้ว ต้องรีบกลับ พวกเราเลยไม่ได้แวะ น่าเสียดายมากๆ
ก่อนกลับ ก็มาแวะซื้อของที่ระลึกเล็กๆน้อยๆติดไม้ติดมือกลับมาด้วย
สมแล้วที่ได้ชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน ได้ความประทับใจพวกเราไปเต็มๆเลยค่ะ ^^
จิงๆแล้ว ที่ซันมูนเลคมีวิธีชมวิวหลายแบบมาก ใครชอบแบบไหนก็เลือกเอาเลยจ้า \^0^/
1) กระเช้า (Cable Car) : จาก Ita Thao ไป Formosan Aboriginal Culture Village (นั่งกระเช้าไป-กลับอย่างเดียว 300 NT$) 9.00 - 17.00 น.
ดูรายละเอียดค่าตั๋ว Cable Car ได้ที่นี่
2) เรือ : ซื้อตั๋วได้ที่ขายตั๋วหน้าท่าเรือ หรือซื้อที่ Visitor Center ก็ได้ ค่าเรือเที่ยวละ 50 NT$ แต่ถ้าเหมาลงสามที่คิด 100 NT$
(เรือจะจอดที่ท่า 3 แห่ง ได้แก่ Shuishe , Xuanguang Temple และ Ita Thao) แต่สำหรับทีม ILove เราซื้อแพ็คเก็จจากโรงแรมที่เป็นตั๋วเรือ+ อาหารเย็นไปด้วย ราคา 245 NT$
3) เช่าจักรยาน : เช่าได้ที่ Sun Moon Lake Visitor Center
4) พายเรือ : 1 ชม. / 200 NT$
5) รถบัส : ตั๋ว 1 วัน 80 NT$ หยุดจอด 12 ที่ รอบละ 1 ชม. (6.40 – 18.30) (
คลิกที่นี่เพื่อดูตารางรถบัสจ้า)
พอกลับมาถึงฝั่งที่พัก ก็ออกไปเก็บภาพช่วงเวลาทไวไลท์ที่ท่าเรือกัน แต่ดูเหมือนท้องฟ้าไม่ค่อยเป็นใจเท่าไหร่ เมฆเยอะมาก ฮือๆ Y_Y
แต่รู้สึกว่าโชคดีอยู่อย่างนึงคือฝนไม่ตก เลยได้เก็บภาพ Sun Moon Lake ช่วงเย็นมาฝากแฟนๆ ILoveToGo ได้ ฮิๆ
พอฟ้ามืด ก็ไปกินข้าวเย็นที่โรงแรม จากนั้นก็ออกมาเดินเล่นแถวๆนั้น เห็นร้านขายขนมกะของที่ระลึกของซันมูนด้วย ร้านนี้รู้สึกจะเข้าไปซื้อบ๊วยมาหลายถุงอยู่ อร่อยดี
จบทริปสำหรับวันนี้ คืนนี้พวกเราต้องรีบนอนเพื่อตื่นเช้ามาเก็บภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่ซันมูนกัน สำหรับทริปนี้เวลาน้อย เลยเที่ยวซันมูนได้ไม่ครบทุกที่ ยังมีที่เที่ยวอีกเยอะเลยค่ะ ลองคลิกดูได้ที่ link นี้ค่ะ (
คลิกที่นี่เพื่อดูที่เที่ยวใน Sun Moon Lake)
ยามเช้ามาไวเหมือนโกหกค่ะ รู้สึกว่านอนไปได้แค่วูบเดียว ก็เช้าแล้ว โดนปลุกตั้งแต่ตี 4 ตี 5 ขึ้นมาให้ทันถ่ายช่วงทไวไลท์ (iLoveToGo ไม่มีพลาดทไวไลท์อยู่แล้วคร่า)
เดินงัวเงียแบกขาตั้งกล้องออกมา กะว่าน่าจะได้เห็นฟ้าสวยๆ เหมือนที่เคยเห็นในรูป แต่ว่าเช้านี้ ฟ้าค่อนข้างเมฆมากค่ะ ก็เลยออกขาวๆ ฟ้าๆ จืดๆ หน่อย
แต่บรรยากาศตอนเช้าเงียบสงบมากๆ คนส่วนใหญ่ยังไม่ตื่นกัน แต่ก็มีบ้างเล็กน้อยที่ตื่นมาถ่ายรูปอย่างพวกเราค่ะ
ที่สำคัญเลยคือ อากาศที่นี่ ดีมากๆ สดชื่น เงียบสงบจริงๆ เก้าว่าที่นี่ เหมาะมากๆ สำหรับการพักผ่อนจริงๆ แบบมาชาร์จแบตจากที่เราอาจจะเหนื่อยมาจากการทำงานตลอดทั้งปี
เค้าบอกว่าที่นี่ เปรียบเหมือนกับสวิตเซอร์แลนด์ของไต้หวันเลย ซึ่งก็รู้สึกได้ค่ะ ดูเหมือนว่า เค้าจะรักษาธรรมชาติ และความสะอาดได้อย่างดี ก็เลยทำให้อากาศที่นี่สดชื่นจริงๆ ค่ะ
อากาศตอนนี้ ก็ไม่ได้หนาวอะไรมากมายนะคะ แต่ก็เย็นๆ คิดว่าถ้าสว่างกว่านี้คงจะอุ่นกว่านี้อีกค่ะ จะว่าไปแทบไม่ต้องใส่แจ็คเก็ตแล้วล่ะ
ตอนนี้ ก็ได้โอกาสเก็บภาพไปเรื่อยๆ ถ่ายมาเยอะมากค่ะ ดูบรรยากาศได้ตามอัธยาศัยเลยนะคะ
อ้อ อย่าเพิ่งรีบปิดหน้าต่าง Content นี้นะคะ ยังมีอะไรเล่าต่ออีกหน่อยด้านล่างคร่า ^o^
แสดงว่าที่นี่ต้องโรแมนติกจริงๆ นะคะ เพราะมีคู่แต่งงานมาถ่ายภาพ Pre-wedding ด้วย
และเราก็ได้มาเจอดาราตัวน้อยที่นี่ด้วยค่ะ ทำไมเรียกดารา ?? เพราะว่าเราได้เห็นหน้าค่าตาตั้งแต่หาข้อมูลเที่ยวไต้หวันจากประเทศไทยแล้วค่ะ
ใครที่มาเที่ยวที่ซันมูน ก็ต้องได้มาเจอน้องหมาแสนเชื่องตัวนี้ และก็ติดใจทุกคน ต้องเก็บภาพไว้ ^ ^
ตอนนี้ เริ่มสว่างแล้วค่ะ ชาวบ้านก็เริ่มตื่นขึ้นมาทำมาหากินกันต่อไป
หลังจากที่เดินเล่นถ่ายรูปกันเรียบร้อยในบริเวณทะเลสาบ ก็มาแวะที่ Visitor Center ของซันมูนเลคค่ะ
มาทำตามประเพณี อิอิ มาขอเก็บตราประทับของที่ซันมูนซะหน่อยค่ะ
พอมีเวลาเหลือนิดหน่อย ก็เดินเล่นดูของที่ระลึกแถวๆ ที่พัก มาแวะร้านนี้ เพราะ.... คนขายน่ารักมั๊กๆ ;D
ขอเก็บภาพมาให้หนุ่มๆ อิจฉาเล่นๆ จะบอกว่า ผู้หญิงหน้าตาดีๆ แบบนี้ เราเจอบ่อยมากๆ ค่ะ จริงๆ ไต้หวันนี่ น่าจะเป็นสวรรค์ของหนุ่มๆ เลยก็ว่าได้นะเนี่ย 555
และก็ได้เวลาเดินทางไปยังจุดหมายต่อไปของพวกเราแล้ว คืออาหลี่ซานค่ะ เราจะไปขึ้นเขากัน
เฮ้อ ยังอยากจะอยู่ต่ออีกซักหน่อย ชอบบรรยากาศที่เงียงสงบ และสดชื่นของที่ซันมูนเลคจริงๆ ค่ะ ถ้าได้มีโอกาสมาอีกครั้งจะขออยู่ซัก 3-4 วันไปเลยดีกว่า :D
ดู Laurelvilla-Sun Moon Lake ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า