About us
|
Contact us
ติดต่อโฆษณา
Click Here
หรือ
banner@ilovetogo.com
username
password
จดจำฉัน
ลืมรหัสผ่าน
|
สมัครสมาชิก
Destination
Singapore
Singapore Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List
Korea
Korea Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List
Japan
Japan Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List
New Zealand
New Zealand Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List
England
England Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List
U.S.A.
U.S.A. Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List
Taiwan
Taiwan Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List
Webboard
News & Story
News & Events
Story
HIP Thailand
HIP Thailand Home
Go Eating
Go Around
Photo Corner
Life Style
Camera & Gadget
Chic Fashion
Blogger's Travel
Video Clip
Shop
Taiwan
Singapore
Korea
Japan
New Zealand
England
U.S.A.
HIP Thailand
Home
/
Taiwan
/
Things To See
Please, make sure that you have enetered valid email addresses!
Link
Share with
recipients` e-mail
From
your e-mail
Subject
optional
Comments
optional
Generate New Image
Get Audio Code
Type the code from the image
Please, reenter the code in the captcha!
The link was successfully Sent!
Ooops!:( An error has occurred!
ภูเขา อาหลี่ซาน (อารีซัน Alishan)
ชาวจีนเชื่อกันว่า หมอกบนยอดเขาในยามเช้า อุดมไปด้วยพลังชี่ ซึ่งก็คือพลังลมปราณ ถือเป็นพลังพื้นฐานของสิ่งมีชีวิตที่ช่วยฟื้นฟูสุขภาพ ด้วยเหตุนี้เองที่ทำให้ ภูเขาอาหลี่ซาน จึงเป็นสถานที่ยอดนิยมของประเทศไต้หวันค่ะ
จริงๆ แล้ว นอกจากเรื่องพลังชี่แล้ว อาหลี่ซานยังมีความสวยงามแบบ ที่ไม่ควรพลาดถ้ามาเที่ยวไต้หวัน iLoveToGo ก็เลยไม่พลาดที่จะต้องขึ้นเขาอาหลี่ซานให้ได้ ก่อนที่จะมาที่นี่ ได้เข้าไปดูรูป และวีดีโอในยูทูบบ้าง พอได้ดูแล้ว รู้สึกเลยว่า จะไม่ยอมพลาดสถานที่แห่งนี้แน่นอนค่ะ
จริงๆ แล้ว ที่อาหลี่ซาน ดูเหมือนจะเป็นสถานที่ ที่ได้มาแล้วประทับใจที่สุดใน Trip ไต้หวันเลยก็ว่าได้ ไม่ใช่เพราะบรรยากาศอย่างเดียวเท่านั้น ที่น่าประทับใจ แต่ด้วยน้ำจิต น้ำใจของชาวไต้หวัน ที่ทำให้เรารู้สึกว่า เราไม่ถูกทอดทิ้ง
การเดินทางมาที่อาหลี่ซาน เราได้วางแผนกันไว้ว่า จาก Sunmoon เราจะนั่งรถบัสจากที่พัก เพื่อไปที่รถไฟหัวจรวดที่สถานี Taichung หรือ ไถจง ไปลงสถานี้ Chiayi แล้วนั่งรถบัสต่อไปที่อาหลี่ซาน
อย่างที่บอกว่า ด้วยน้ำจิต น้ำใจของเจ้าบ้าน คุณหวาง เจ้าของโรงแรม Laurel Villa ได้พูดคุย ซักถามเรื่องแผนท่องเที่ยวของพวกเรา ก็เลยได้พูดคุยกันค่ะ
และเค้าก็ Surprise มากกับแผนการเดินทางไปอาหลี่ซานของพวกเรา เค้าบอกว่า เราไม่มีทางไปทัน เพราะอย่างที่เป็นข่าวว่า ไต้หวันได้รับความเสียหายจากพายุ ถนนเสียหายหลายแห่ง รวมถึงทางขึ้นเขาอาหลี่ซานด้วย
เราเหลือเวลาอีกแค่ 1 วันสำหรับอาหลี่ซานก่อนกลับกรุงเทพฯ เค้าบอกว่า ถ้าแผนเป็นแบบนี้ เราตกเครื่องบินเที่ยวกลับแน่นอน หรือไม่ก็ไม่ได้ดื่มด่ำกับอาหลี่ซานค่ะ ไม่ยอมๆ ดั้นด้นมาถึงนี่ แต่ไม่ได้ขึ้นเขาอาหลี่ซาน ไม่ยอมเด็ดขาด
คุณหวาง ก็เลยแนะนำให้เราเช่ารถตู้จะดีกว่า (แอบบอกข้อมูลให้นิดหน่อยว่า พวกเรามีกระเป๋าเยอะกว่าจำนวนคนที่ไปมาก ลากกันคน 2 ใบแล้ว ก็ยังไม่หมดค่ะ T_T จึงเป็นสาเหตุที่เค้าแนะนำรถตู้ให้เรา เพราะถ้าเป็นรถเก๋งไม่มีทางพอเลยค่ะ)
รถตู้ที่คุณหวางแนะนำ มาพร้อมคนขับที่รู้จักกัน เป็นคนถิ่นที่อาหลี่ซาน เค้าจะตีรถจากอาหลี่ซานเพื่อมารับเราที่ Sun Moon Lake มาถึงจุดนี้ ถามว่ากลัวเค้าจะโก่งราคาหรือเปล่า ในใจแอบคิดเล็กๆ ค่ะ แต่เราไม่มีทางเลือก ให้เสียเวลา แล้วไม่ได้อะไรกลับมา ก็เลยยอมค่ะ และราคาก็รู้สึกว่า ไม่ได้แพงอะไรมากมาย อาจจะแพงกว่าที่เคยค้นข้อมูลมานิดหน่อย แต่ก็ไม่มาก คิดว่า ลองซักตั้ง จะโดนหลอก โดนโกง ก็เป็นบทเรียนแล้วกัน
ตอนเช้าออกเดินทางจากที่พัก Laurel Villa ประมาณ 11 โมง ได้เห็นหน้าคนขับรถตู้ของคุณหวาง รู้สึกใจชื้น เค้ายิ้มแย้มแจ่มใส เค้าชื่อคุณชู (พวกเราเรียกเค้าว่ามิสเตอร์ชู เพราะคุณหวางเรียกอย่างงั้น เป็นการให้เกียรติค่ะ เหมื่อนในภาษาไทย เราเรียกเค้าว่า คุณชูนั่นแหล่ะ) คุณชู กับคุณหวาง และทีมงาน iLove ช่วยกันขนกระเป๋าขึ้นรถตู้ พร้อมแล้วก็ออกเดินทาง แอบใจหายเล็กน้อย และก็คิดว่า ทำไมเค้าช่างดีกับนักท่องเที่ยวแบบนี้นะ (ไม่นับว่า เรายังไม่รู้สึกไว้ใจ 100% กับแผนการเดินทางที่คุณหวางคิดให้)
รถตู้เคลื่อนตัวออกจาก Sun Moon Lake แล้ว ไปตามทางที่คุณหวางบอกเราไว้เมื่อคืน คือ จะเป็นการขึ้นเขาอาหลี่ซาน คนละทางกับที่รถบัสทั่วไปขึ้นกัน เป็นทางเลี่ยงถนนที่เสียหาย ซึ่งหมายความว่า เราประหยัดเวลาไปได้ 3-4 ชม.เลยทีเดียวค่ะ นอกจากจะประหยัดเวลาแล้ว เราก็ยังได้ชมวิวสวยๆ ระหว่างทางด้วย (นี่คือสิ่งที่คุณหวางพูดล่อใจเรามาก 555)
ทางเลี่ยงที่ว่านี้คือ เราขึ้นไปทางภูเขายู่ซาน (Yushan หรือที่บางคนอ่านว่า อวี้ซานนั่นแหล่ะ) คนถิ่นจะรู้และชินทางนี้เป็นอย่างดี ในระหว่างเดินทาง คุณชู ไม่ได้ทำหน้าที่แค่ขับรถเท่านั้นนะคะ ยังเป็นเหมือนไกด์นำเที่ยว ที่สื่อสารกันคนละภาษา แต่เข้าใจกันได้ มีจุดไหนที่น่ารักๆ และสำคัญๆ ก็จะชี้ให้เราถ่ายรูป หรือแม้แต่จอดให้เราลงไปถ่ายรูปเลยล่ะ และเปิดเพลงที่เข้ากับบรรยากาศให้เราฟังตลอดเวลา โดยเฉพาะเพลงกาวซานชิง ที่พูดถึงภูเขาอาหลี่ซานค่ะ :D ชอบมากๆ เลย
สิ่งที่น่าประทับใจ และเป็นประสบการณ์แบบสุดๆ ของทริปนี้ (ในความรู้สึกของเก้านะ) ก็ตรงทางขึ้นเขานี่แหล่ะค่ะ ทางปกติมาถึงเนินๆ เขาด้านล่าง ก็ไม่มีปัญหาอะไรค่ะ แต่พอเริ่มขึ้นสูง ประมาณเกือบๆ จะยอดเขา บอกไว้เลยว่า ถ้าไม่ใช่คนที่ใช้ทางอยู่เป็นประจำละก็ไม่มีทางขับทางนี้ได้ค่ะ ใครที่เคยขึ้นดอยสุเทพ หรือดอยอินทนนท์ ให้จินตนาการว่า ทางแบบนั้นน่ะ แต่หมอกลงจัด มองเห็นทางข้างหน้าแค่ 2-3 เมตรเท่านั้น
ถ้าย้อนไปดู Content เรื่อง Sun Moon Lake ดูภาพถ่ายที่พวกเราถ่ายมา จะเห็นว่า ฟ้าขะมุกขะมัวตลอด ฟ้าไม่เปิด ไม่ใส ไม่เห็นฟ้าเป็นสีฟ้าเลย เมฆเหล่านั้นค่ะ ที่เรากำลังนั่งรถทะลุทะลวงขึ้นไป เบนถือกล้องถ่ายรูปตลอดทางก่อนทางขึ้น อาจจะเหนื่อยจากการกลิ้งโค่โล่ไปมาในรถ เพื่อถ่ายรูป ก็ผล็อยหลับไป พอไปเรื่อยๆ ทุกคนก็เริ่มหลับกันค่ะ อ้าว.. หลับกันหมด
ก็เหลือเก้าตัวคนเดียว ที่ได้มองเห็นทุกสิ่งอย่างตลอดทางขึ้นทะลุทะลวงหมอกเมฆขึ้นมา หลับไม่ลงเลยค่ะ กลัวมาก คือถ้ามีคนขับรถซักคน ที่ไม่มีจิตสำนึก และรับผิดชอบต่อส่วนรวม ต้องเกิดอุบัติเหตุแน่นอนค่ะ และที่สำคัญที่สุด คุณชูเป็นคนขับรถที่มีวินัยมาก ก็เลยรู้สึกอุ่นใจขึ้นเยอะค่ะ
หลังจากที่ผ่านเมฆ หมอกที่หนาทึบ เราก็ขึ้นมาสู่สรวงสวรรค์ เหมือนกับว่า หลังจากที่ผ่านความยากลำบากและการต่อสู้ที่หนักหน่วง เราก็ได้รับรางวัลแห่งความพยายามนั้นอย่างคุ้มค่า ในที่สุด.... ชีวิตนี้ ก็ได้เห็นทะเลหมอกซะที ไม่รู้จะพูดยังไง สวยมากๆ ค่ะ สวรรค์ชัดๆ
เราได้เห็นฟ้าสีฟ้าแล้ว จากเมื่อกี้ทางขึ้นที่มืดเทา ครึ้มตลอดเวลา ตอนนี้ สีฟ้าโผล่มาแล้ว เก้าคิดว่า ถ้าทะลุเมฆที่อยู่เหนือยอดเขานั้นขึ้นไปอีก อาจจะได้ออกไปนอกโลกแล้วมั้ง ; P
อย่างที่บอกว่า เรามาอาหลี่ซาน จากทางเขายู่ซาน 2 วนอุทยานนี้ อยู่ติดกันค่ะ ยู่ซาน (3,950 เมตร) นี่จะสูงกว่าอาหลี่ซาน (2,600 เมตร) ถือว่าสูงที่สุดในเขตเอเซียตะวันออกของเทือกเขาหิมาลัย ใครที่อยากจะขึ้นเขายู่ซาน ก็มักจะแวะพักที่อาหลี่ซาน ถือเป็นจุดพักยอดนิยมค่ะ
คุณชู หยุดให้พวกเราถ่ายภาพกันอย่างจุใจ ก่อนจะเข้าไปวนอุทยาน อาหลี่ซานค่ะ
ตอนนี้ อากาศไม่หนาวเท่าไร เย็นๆ แบบสบายๆ ใส่แจ็กเก็ตธรรมดา ไม่ต้องหนามาก็ได้
ของจริงสวยกว่านี้หลายเท่า ไม่รู้จะเก็บภาพยังไง ให้ได้อย่างที่ตาเห็นแบบ 100% *_*
ด่ำดื่มกับภาพทะเลหมอกไปเรื่อยๆ นะคะ
นี่คือต้นเมเปิ้ลค่ะ รัฐบาลเค้ามีแผนการปลูกต้นเมเปิ้ล เพื่อเพิ่มความสวยงามให้กับเทือก เค้าก็เริ่มๆ ปลูกแล้วค่ะ อาจจะยังไม่เยอะ แต่ก็เห็นเค้าลงต้นอ่อนๆ ไว้เยอะเลยค่ะ เก้าเข้าใจว่า อีกหนึ่งฤดูที่เพิ่มเข้ามา ที่จะมาเที่ยวไต้หวันได้ก็คงจะเป็นฤดูใบไม้เปลี่ยนสี ในอนาคตอันใกล้นี้แน่นอนค่ะ
ระหว่างนั่งรถไปอาหลี่ซาน คุณชูก็พามาแหมะที่ๆนึง คล้ายๆกะเป็นจุดพักรถบ้านเราเวลาที่ขับบนมอเตอร์เวย์อ่ะ แต่อันนี้ต่างกันตรงที่มันอยู่กลางภูเขาเลย ^^" ที่นี่คือ เมอิ ค่ะ
ก่อนเข้าไปในร้าน พี่เก้าเหลือบไปเจอไอติมยักษ์ บอกว่าจะกินอันนี้อ่ะ เบญก็ได้แต่บอกว่า กินไม่ได้ๆ เค้าไม่ได้ทำเอาไว้ให้กิ๊นนน -_-
เข้ามาในร้าน บรรยากาศก็คล้ายๆกะพวกร้านขายของฝากใหญ่ๆ อย่างร้านปึงหงี่เชียง ที่โคราช
ถึงจะอยู่กลางหุบเขาขนาดนี้ แต่ของทุกชิ้นของเค้าก็ดูสะอาด และ packaging ดีมาก ดูมีดีไซน์ไปซะทุกอย่างเลย น่าซื้อมากๆ
ของฝากที่ขายส่วนใหญ่ดูๆแล้วเหมือนกะพวกของ OTOP ของเค้าเลย จะมีขายพวกบ๊วยต่างๆสารพัด
มีพวกชาต่างๆ และก็ลูกอม โดยของพวกนี้เบญเดาว่าน่าจะทำมาจากพืชผักที่ปลูกไว้แถวนี้นะ เพราะระหว่างทางก็เห็นไร่ชา และฟาร์มปลูกผักต่างๆ แล้วก็เอามาทำเป็นของฝากแบบนี้
พวกของที่ระลึกก็มีนะ เป็นตุ๊กตาการ์ตูนทำเป็นที่เสียบกระดาษ หน้าตาคล้ายๆตัวการ์ตูนใหญ่ๆที่อยู่หน้าร้านเมอิเลย
ระหว่างเดินๆอยู่ในร้านก็เจอคุณชู กำลังซื้อเจ้าลูกอมพวกนี้อยู่ ก็สงสัยว่าชูเค้าก็ขับรถไปๆมาๆอยู่แถวนี้ ทำไมถึงได้ซื้อกลับไปด้วยนะ พอลองชิมถึงได้รู้ว่า "มันอร่อยนี่หน่าาา" เพราะลูกอมพวกนี้ทำมาจากน้ำผลไม้ รสไม่หวานมาก มีกลิ่นผลไม้หอมๆ แล้วไส้ข้างในจะเป็นรสบ๊วยเปรี้ยวๆ อย่างลูกอมสีม่วงๆที่เห็นก็ทำมาจากน้ำองุ่น พออมต่อไปเรื่อยๆก็จะได้รสบ๊วยเปรี้ยวๆ สุดยอดเรยค่ะ
ก็เลยซื้อมาซะทุกสีเลย 555 ระหว่างทางนั่งรถไปอาหลี่ซานก็นั่งกินไปเรื่อยๆ รู้สึกเอ็นจอยกะเจ้าลูกอมบ๊วยนี่มากๆๆๆๆ
เบญประทับใจที่เมอิจิงๆค่ะ รู้สึกว่าไม่ใช่การขายสินค้าที่เค้าเพาะปลูกธรรมดา แต่เค้าใส่ไอเดียเข้าไปในสินค้าของเค้าด้วย
เอามาปรับนู่นนิด นี่หน่อย และทำ Packaging สวยๆ แค่นี้ก็กลายมาเป็นของฝากน่ารักๆได้แล้ว
และที่ประทับใจที่ซู๊ดดดเลยคือเจ้าลูกอมบ๊วยนี่หล่ะ ใครจะคิดว่าจะเอาน้ำผลไม้มาทำเป็นลูกอมหล่ะเนี่ย
พอซื้อของเสร็จ ออกมารอบๆร้าน เค้าก็มีตุ๊กตาน่ารักๆ และก็หุ่นยนต์ยักษ์ ให้เราได้ถ่ายรูปเล่นกันด้วย ถ้าใครได้มาอาหลี่ซาน อยากให้ลองมาแวะที่เมอิสักจิ๊ดนะคะ เผื่อจะได้ลองชิมขนมอย่างอื่นด้วย แล้วมาเล่าให้ฟังกันบ้างว่าอร่อยรึป่าว
ก่อนกลับ พี่เก้าก็ยังจะกินไอ้นี่อีก ก็บอกว่ากินไม่ได้ๆ เอ๊ออออ.. -"-
สุดท้ายก็ต้องซื้อไอติมอันเล็กให้ (แต่ดูท่าทางไม่สบ'รมณ์ อยากได้อันที่ติดบนกำแพงมากกว่านะ -__-")
จากนั้นพวกเราก็เดินทางต่อค่ะ และในที่สุดก็ถึงแล้ววววววว วนอุทยานแห่งชาติ อาหลี่ซาน มือที่เห็นนี้คือ มือของคุณชูที่แจ้งเจ้าหน้าที่ว่าบัตรผ่านจำนวน 4 ใบจ้า ค่าเข้าคนละ 150 NT ค่ะ
อีก 1 อย่างที่ประทับใจในตัวคุณชูคือ ระหว่างทาง คุณชูแวะเติมน้ำมัน พวกเราคิดว่า เราควรจะจ่ายค่าน้ำมันหรือเปล่า มาถึงขนาดนี้ เรารู้สึกว่าเค้าบริการดีจัง และมีน้ำใจกับพวกเรา ก็เลยอยากช่วยค่าน้ำมันเค้า ก็เลยยื่นเงินให้เค้าตามราคาน้ำมัน แต่เค้าไม่รับค่ะ ปฏิเสธเป็นพัลวัน ว่าไม่เอาๆ เป็นภาษาจีน ฟังไม่ออก สุดท้ายคือ เค้าไม่รับเงินค่ะ
มาถึงปุ๊ป เราก็มาที่ เหมือนเป็นที่ทำการ ศูนย์ท่องเที่ยวอะไรซักอย่างของอาหลี่ซาน เราต้องกรอกแบบฟอร์ม 1 หน้า ประเด็นคือ เป็นการรับประกันความปลอดภัยให้นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวที่นี่ คือ ถ้าเราได้รับบาดเจ็บ เค้าจะรับผิดชอบค่ารักษาให้ แต่เราต้องทำตามกฎเกณฑ์ตามป้ายที่เค้าบอกทุกอย่างแค่นั้นเองค่ะ และก็ตามธรรมเนียม เราก็มาประทับตราของที่นี่ ครบทุกอันเลยค่ะ
หลังจากคุณชู ส่งพวกเราถึงที่พัก ก็ไปเช็คอินเข้าโรงแรมที่จองไว้ทางอินเตอร์เน็ท ก็นำหลักฐานยื่นให้เค้า เค้าก็จะถามว่า เราจะนั่งรถไฟไปดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยมั้ย แน่นอนค่ะ ไม่พลาด เพราะเค้าจะจัดการเรื่องน้ำอุ่นสำหรับอาบน้ำ คืออย่างงี้ค่ะ เค้าจะเปิดน้ำอุ่นให้เราอาบน้ำตั้งแต่เราเช็คอินเข้ามาพัก ถ้าเราจะตื่นไปดูพระอาทิตย์ขึ้น เค้าจะปิดให้บริการน้ำอุ่นอาบน้ำเวลา 6 โมงเช้านั่นเอง เช็คอินเสร็จเรียบร้อย พวกเราก็ยังพอมีเวลาชิวๆ ไปหาอะไรอุ่นทานกัน
บนเขานี้ เริ่มหนาวแล้วนะคะ จากภาพที่เห็นนี่ ตอนเย็นล่ะ เป็นเวลา Twilight เหมาะมากสำหรับการถ่ายรูป
เห็นสีของฟ้าตรงนั้นแล้ว รู้สึกดีมากๆ นักถ่ายรูปย่อมคันมือเป็นเรื่องธรรมดา ; P บริเวณด้านล่างนี้ เป็นเหมือนกับจุดจอดรถ แล้วก็จะมีที่พัก ร้านอาหารรวมๆ กันอยู่ที่นี่ค่ะ
เราเดินขึ้นไปตรงชานชาลารถไฟ สำหรับขึ้นไปดูพระอาทิตย์ขึ้นกันในเช้าวันพรุ่งนี้ เจอจุดเก็บภาพได้สะดวกขนาดนี้ ก็เลยปักหลักเลยค่ะ
งั้นเก้าจะปล่อยให้เพลิดเพลินไปกับฟ้าสีสวยๆ แล้วกันนะคะ
มืดแล้วค่ะ แสงทองหมดแล้ว กลับที่พัก ไปนอนเอาแรงสำหรับพรุ่งนี้ดีกว่า อุณหภูมิตอนนี้ 14 องศาเอง บรื๋อส์ หนาววววว
ตี 4 กระเด้งตัวขึ้นมาอาบน้ำแต่งตัว (บางคนไม่อาบเพราะหนาว 555) เพราะรถไฟจะออกตอนตี 5 ครึ่ง คว้ากระเป๋ากล้องและของจำเป็น ออกมาที่ชานชาลา ที่เราถ่ายรูปกันเมื่อวาน และมาซื้อตั๋วขึ้นรถไฟแบบ Return นั่งรถไฟขึ้น และกลับลงมาด้วย จริงๆ แล้วมีแบบไปเที่ยวเดียว แล้วเดินลงก็มีนะคะ แต่พวกเรากลัวว่าจะไม่มีเวลา และกลัวจะตกเครื่องกลับกรุงเทพฯ ค่ะ ค่าตั๋วแบบ One way คนละ 100 NT ถ้าแบบ Return คนละ 150 NT (จากรูปตอนนี้คือ อีก 5 นาที จะตี 5 ค่ะ)
มีเวลาอีกนิดหน่อยเพื่อถ่ายรูปชานชาลา
ตอนนี้มานั่งรอในรถไฟแล้วค่ะ
ถึงแล้วเวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก ใช้เวลาแค่ 30 นาทีเอง (ถ้าจำไม่ผิดนะ) ลงจากรถไฟ ก็เดินขึ้นบันได มาก็จะเห็นจุดที่เราจะไปยืนดูพระอาทิตย์ขึ้นค่ะ
ที่นี่ จะเป็นอีกหนี่งอย่างที่คนจีน นิยมมากๆ ค่ะ คือเค้ามีความเชื่อว่า ซักครั้งหนึ่งในชีวิต จะต้องมาชมพระอาทิตย์ขึ้นที่เขาอาหลี่ซาน ซึ่งจะถือว่า เป็นมงคลแก่ชีวิตอะไรทำนองนี้ค่ะ
แย้มมาแล้วค่ะ จากตรงนี้ มองไปตรงที่พระอาทิตย์ขึ้นคือ ยอดเขายู่ซาน ที่เราใช้เป็นทางขึ้นเพื่อมาอาหลี่ซานนั่นแหล่ะ
ถ่ายรูปกันอย่างเนื่องแน่นเลยค่ะ ตากล้องเบน ก็เดินว่อนเลย หาจุดที่ดีที่สุดเพื่อถ่ายภาพพระอาทิตย์โผล่พ้นยอดเขา
ในบริเวณนี้ จริงๆ แ้ล้วเค้ามีแว่นกันแดดขายด้วยนะคะ เป็นแว่นกระดาษคือช่วยตัดแสงเพราะการจ้องพระอาทิตย์นานๆ เป็นอันตรายกับสายตาค่ะ
จริงๆ แล้ว ถ้าเราเป็นคนจีน ที่ถูกปลูกฝังความเชื่อมา อาจจะ Feel ได้มากกว่านี้เนอะ
พอพระอาิทิตย์โผล่ขึ้นมาสูงซักเล็กน้อย นักท่องเที่ยวชาวจีนก็เริ่มสลายตัวไปเดินหาอะไรอุ่นๆ ทานแล้วค่ะ
นี่ไง น่าอร่อยออก เพราะตอนนี้หนาวมาก อยากหาอะไรอุ่นซดซะหน่อย ราคาอาจจะแพงกว่าข้างล่าง แต่เก้าว่ามันอร่อยใช้ได้เลยนะคะ ที่สำคัญ ได้บรรยากาศดีอ่ะ ชอบๆ
ของกินส่วนใหญ่เป็นของร้อนๆ อย่างอันนี้อร่อยม๊ากก เป็นขนมปังแผ่นชุบไข่ทอด หอมๆมันๆกลิ่นไข่ กินเปล่าๆแบบไม่จิ้มอะไรก็อร่อยอ่ะ
แต่ที่เด็ดสุดคือ เจ้าลูกชิ้นต้มน้ำแกงนี่หล่ะ เห็นเป็นน้ำแกงใสๆธรรมดาแบบนี้ แต่รสชาติกลมกล่อมมาก เค็มๆหวานนิดๆกำลังดีเลย ยิ่งช่วงหนาวๆพอทานน้ำแกงแล้วรู้สึกอุ่นขึ้นมาเลยค่ะ ถ้ามีโอกาสมาที่นี่ อยากให้ลองชิมดูนะคะ
หลังจากที่ทานอะไรเสร็จเรียบร้อย ก็ถ่ายรูปอีกนิดหน่อย ก็ได้เวลาที่รถไฟจะออกเพื่อกลับไปยังชานชาลา
และจะเดินชมธรรมชาติต่อกันจากตรงนั้นเลย
บรรกาศในรถไฟขาลง
นี่ค่ะ ตัวรถไฟ ตอนเช้ามืดมองไม่ค่อยจะเห็นอะไร ยังไม่ตื่นดี อิอิ ตอนนี้ได้เห็นละ
ใกล้ถึงแล้วค่ะ จะเริ่มเดินกันละ
บรรยากาศของการเดินที่อาหลี่ซานน่ะ จะค่อนข้างคล้ายกับ อ่างกาบ้านเราค่ะ
แต่เก้ารู้สึกว่า ทางเดินของที่นี่ จะเดินได้สะดวกกว่า และก็รู้สึกว่า มีการตกแต่งที่สวยงาม
เดินไปเรื่อยๆ เพลินๆ หยุดถ่ายรูปบ้าง
มีจุดให้เราได้นั่งเล่น นักพัก ถ่ายรูป
ที่อาหลี่ซานแห่งนี้ ก่อนมาก็เคยสงสัยว่า เค้ามาดูตอไม้แบบนี้กันไปทำไม จริงๆ แล้วตอไม้พวกนี้ เก่าแก่มากๆ นะคะ อายุ 2 พันกว่าปีแล้ว โดนโค่นล้มด้วยฝีมือมนุษย์นี่แหล่ะ จริงๆ ดูที่ความใหญ่ของตอไม้นี่ก็บ่งบอกอายุได้เหมือนกันเนอะ
ตอไม้เก่าแก่แบบนี้ บางครั้งก็เกิดเป็นรูปร่างที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ที่ดูเหมือนสิ่งที่เราคุ้นเคย อย่างเช่นรูปหัวใจ ลักษณะนี้ก็เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ เค้าก็เลยอนุรักษ์ไว้ ซึ่งเป็นที่นิยมของคู่รักที่มาเที่ยวที่นี่ว่าจะต้องมาถ่ายรูปกับปรักไม้รูปหัวใจแห่งนี้ค่ะ
อย่างซากตอไม้นี้ เค้าบอกว่า เหมือนหมูค่ะ หรืออีกชื่อที่หรูหราไฮโซขึ้นคือ Golden Pig นั่นเอง
เค้าบอกบอกไว้ด้วยนะคะ ว่าจะต้องดูมุมไหนถึงจะเห็นชัดเจนว่าเป็นรูปหมู
หมูของเรา ก็เลยไม่พลาดที่จะมาเก็บภาพเป็นที่ระลึกเพื่อนหมูด้วยกันซะหน่อย เอิ๊ก ^O^
และต้นสูงนี้ 3 ต้นเรียงนี้ ชื่อว่า 3 Brothers หรือต้นสามพี่น้องค่ะ เพราะว่าลำต้นตั้งขึ้นเพื่อรับแสงด้านบนเหมือนกันทั้ง 3 ต้นค่ะ
ดูต้น 3 พี่น้องกันไปแล้ว คราวนี้มาดูต้น 4 พี่น้องกันบ้างค่ะ 4 Sisters ก็เป็นลักษณะคล้ายกันคือ ต้นไม้ชนิดเดียว 4 ต้นตั้งขึ้นตรงเพื่อรับแสงด้านบน ก็เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ และเป็นความบังเอิญว่า เมล็ดพันธุ์ชนิดเดียวกัน 4 เมล็ดหล่นอยู่ใกล้ๆ กันก็เลยเจริญเติบโตพร้อมกัน ติดกันแบบนี้ค่ะ
มาถึงอีกจุดหนึ่งที่น่าสนใจค่ะ ชื่อว่า Sister Ponds ทำไมถึงชื่อนี้ มันมีที่มาค่ะ
ที่ทะเลสาบแห่งนี้ มีประวัติความเป็นมาคร่าวๆ คือชาวเมืองดั้งเดิมไต้หวันอาศัยอยู่ที่นี่ค่ะ และมีสองสาวพี่น้องคู่หนึ่ง
เค้าเกิดตกหลุมรักผู้ชายคนเดียวกัน แต่ด้วยความที่เป็นพี่น้องที่รักกัน ก็ไม่ได้อยากทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งต้องเจ็บปวด
แต่ทั้ง 2 ก็ไม่สามารถปฏิเสธความรักที่มีต่อผู้ชายคนนี้ ทั้งคู่ต้องการที่จะยุติเรื่องราวที่เจ็บปวดนี้ ทั้งคู่จึงตัดสินใจจบเรื่องราวนี้ด้วยการกระโดดลงไปในทะเลสาบนี้ และจบชีวิตลง เรื่องราวนี้จึงถูกเล่าขานกันเรื่อยมา สร้างความประทับใจ ซึ้งปนเศร้าไว้ด้วยกันค่ะ
การเดินชมธรรมชาติที่นี่ จะเดินได้ง่ายค่ะ เพราะเค้าจะมีป้ายบอกตลอดเลยว่า เราจะต้องเดินไปตรงไหนต่อ จริงๆ แล้วอาหลี่ซาน พูดได้เต็มปากเลยว่า เป็นเหมือนแหล่งอากาศบริสุทธิจริงๆ ต้นไม้หนาแน่น ชุ่มชื้น ระบบนิเวศน์ดูครบสมบูรณ์มาก มาถึงแล้วก็อย่าลืมมา หายใจเข้าลึกๆ กันด้วยนะคะ ได้รับออกซิเจนเต็มที่ เพื่อสุขภาพค่า
ได้เวลาเดินทางกลับแล้วค่ะ เราต้องลงจากอาหลี่ซานตอน 11 โมงเช้า เพื่อจะได้ไปถึงสถานีรถไฟหัวจรวด เพื่อไปสนามบินเถาหยวนได้ทันเวลา และนี่คือโฉมหน้าของคุณชู ที่ดูแลเราเป็นอย่างดีตลอดทั้งตอนขึ้นและลงเขาค่ะ
เราลงจาอาหลี่ซานคนละทางกับที่มานะคะ ขากลับนี้ เราลงจากอาหลี่ซานเลยค่ะ ไม่ได้ลงทางยู่ซาน
ในวันนี้ฟ้าใสมากๆ ใสจริงๆ ค่ะ สีฟ้า กับเขียวตัดกันโช๊ะเช๊ะเลย ตากล้องทั้งหลาย คันไม้คันมือไปตามๆ กันใช่มั้ยคะ อิอิ
ภาพที่อาหลี่ซาน พวกวิวเหล่านี้ บางภาพเป็นการถ่ายจากบนรถ
ตากล้องของเราก็กลิ้งโค่โล่ไปมา ด้วยความที่ถนนมันก็เลี้ยวไป-มา ตามสไตล์ถนนไต่เขานั่นแหล่ะค่ะ
แต่ตากล้องของเราก็ไม่ย่อท้อ ต้องเก็บภาพให้ได้เยอะที่สุด
อยากให้ได้เห็นว่า มันสวยขนาดไหน
ตรงนี้ ที่เห็นตารางๆ นี่คือไร่ชา ทำกันเป็นล่ำเป็นสันเลยล่ะ
วัตถุดิบที่นี่แหล่ะคะ ที่เค้านำใบชาไปทำเครื่องดื่มชาสารพัดชนิด ที่พวกเราได้ดื่มกันในเมืองนั่นแหล่ะ
สวยมากเลยค่ะ
สีสันได้ใจมากๆ เลย ภาพธรรมชาติของไต้หวันนี่ไม่ธรรมดาเลย สมแล้วที่ใครๆ ก็อยากจะมากันค่ะ
ตอนนี้ก็เริ่มลงจากเขามาเรื่อยๆ ฟ้าก็เริ่มจะไม่ค่อยจะใสมากแล้วค่ะ
มีมัวๆ บ้างเล็กน้อย...
กลับสู่โลกความเป็นจริง....บนพื้นดินอีกครั้ง.... เฮ้อ ไม่อยากกลับเลยค่ะ ไม่แคล้ว คุณชู ก็เปิดเพลงที่เข้ากับบรรยากาศแห่งการจากลา เอาใจลูกค้าจริงๆ 555
โดยรวมสำหรับอาหลี่ซาน เก้าว่าหลายๆ อย่างประกอบกันเป็นบรรยากาศ และความรู้สึกดีๆ ที่มีต่อสถานที่แห่งนี้ ไม่ใช่แค่สถานที่สวยเท่านั้น จิตใจของคนที่นี่ ที่เก้าได้เจอมาก็สวยงามไม่แพ้ธรรมชาติเลยค่ะ
ทริปจาก Sun Moon Lake มาอาหลี่ซาน คุณหวางและคุณชู มีส่วนสำคัญที่ทำให้ทริปนี้สำเร็จไปได้ด้วยดีค่ะ
ภาพแถมท้ายจากทีมงาน iLove ที่นั่งปรับภาพ และก็ไม่อยากเก็บไว้คนเดียว ก็เอามาแชร์ให้ดูเล่นๆ กันค่ะ
ดู
Arisan Visitor Center
ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า
Comment
samuifolk
สมาชิก
Post:
105
#
2
โพสท์เมื่อ : 07-12-11 01:03
ประทับใจมากๆๆ ฟ้าสีสวยดีครับ ต้องไปให้ได้ครั้งหนึ่งในชีวิตเรยครับ ชอบบรรยากาศของ Sister Lake มากเรยครับ และก็การนั่งรถไฟมากเรยครับ ทำให้เรารู้สึกถึงธรรมชาติจริงๆ
somsaksusan
สมาชิก
Post:
346
#
3
โพสท์เมื่อ : 09-12-11 08:45
ภาพสวยมากครับครูเบญและครูเก้า
อาทิตย์ที่แล้วเขายู่ซานเพิ่งจะมีหิมะตกลงมา หากทีมงาน I love to go มาเจอหิมะตกพอดี คงจะได้ภาพวิวหิมะขาวปกคลุมไปทั่วโดยไม่ต้องเดินทางไปไกลถึงญี่ปุ่นหรือยุโรป
หากมีโอกาสเชิญมาเที่ยวอีกรอบนะครับ
piphat9
สมาชิก
Post:
5
#
4
โพสท์เมื่อ : 16-02-12 22:35
ภาพวิวและท้องฟ้าสวยดีนะครับ ครูเบ็น เป็นคนถ่ายหรืเปล่าใช้เลนส์อะไรถ่ายครับ
ตามที่เห็นในวีดีโอ เป็น 10-22 mm หรือเปล่าครับ
ใต้รูปน่าจะบอกด้วยนะครับ เช่น เลนส์ขนาดเท่าไหร่ F เท่าไหร่ ISO เท่าไหร่
SPEED SHUTTER เท่าไหร่ จะได้เรียนรู้ไปด้วยครับ
โพสท์เมื่อ : 27-02-12 08:42
Benchita
WebMaster
Post: 3134
10-22 เป็นโหมด AV ค่า F 8 ISO 100 ภาพส่วนมากเวลาใช้เลนส์ 10-22 จะปรับแบบนี้หมดค่ะ การปรับกล้องน่าจะแล้วแต่สถานการณ์และความถนัดของแต่ละคนมากกว่า ถ้าอยากได้ภาพชัดลึกจะต้องทำไง แสงแค่นี้ speed shutter แค่นี้ ถือกล้องได้รึป่าว ถ้าไม่ได้ก็ดัน ISO เพิ่ม
จิงๆแล้วไม่อยากให้ปรับตามที่บอก เพราะณ ตอนที่ถ่ายจริงๆไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกัน คนละแสง คนละเวลา ก็ปรับไม่เหมือนกันแล้วค่ะ ให้จำแนวคิดในการปรับกล้องไปใช้ดีกว่าเนอะ
สำหรับการฝึกของเบญ จะใช้วิธีจินตนาการภาพไว้ก่อน จากนั้นก็ลองถ่ายดู ถ้าออกมาไม่เป็นอย่างที่ต้องการก็ดูว่ามันขาดอะไร ชัดตื้นเกินไปรึป่าวถ้ามากเกินก็ปรับ F ให้สูงขึ้น , speed shutter แค่นี้ถือแล้วภาพจะสั่นไหม ถ้าถือไม่ได้ก็ดัน ISO ขึ้น เลยไม่มีสูตรตายตัว และไม่เคยจำว่าภาพนี้ใช้อะไรเท่าไหร่เลยอ่ะค่ะ ทุกอย่างตามสถานการณ์ทั้งหมด อาศัยว่าถ่ายให้เยอะๆเข้าไว้ จะได้มีเลือกใช้ตอนหลังค่ะ ^_^
jumpzv
สมาชิก
Post:
222
#
5
โพสท์เมื่อ : 29-02-12 16:55
รูปสวยมากอ่ะ อยากไปๆ
แสดงความเห็น
แสดงความเห็น
(กรุณา Login ก่อน)
UserName:
Password:
Remember me
ลืมรหัสผ่าน
คลิกที่นี่
ยังไม่ได้เป็นสมาชิก
สมัครสมาชิก
ที่นี่
ไต้หวัน
(16)
Taiwan
(5)
อาหลี่ซาน
(0)
เกาซันชิง
(1)
อารีซัน
(2)
Arisan
(0)
{1}
##LOC[OK]##
{1}
##LOC[OK]##
##LOC[Cancel]##
{1}
##LOC[OK]##
##LOC[Cancel]##
Taiwan Home
Things to see
Things to do
Things to know
Shopping List