Laurel villa (Sun Moon Lake) โรงแรมติดทะเลสาบซันมูนเลค
ในการเที่ยวไต้หวันครั้งนี้ เราวางแผนว่าจะไปที่ทะเลสาบสุริยันจันทรา หรือซันมูนเลคที่เมืองหนานโถว(Nantou) ที่ๆได้ชื่อว่าเป็นสวิสเซอร์แลนด์แห่งไต้หวัน และจากข้อมูลในเน็ทเค้าเล่าว่าช่วงพระอาทิตย์ขึ้นที่ซันมูนเลคจะสวยมาก บรรยากาศเงียบสงบและโรแมนติคสุดๆ ทำให้ทีม ILoveToGo อยากไปเก็บภาพมาแชร์ให้แฟนๆILoveได้ดูกัน..
ก็เลยลงความเห็นกันว่า "งั้นก็ไปค้างที่ซันมูนเลค 1 คืนดิ่ จะได้ตื่นมาถ่ายภาพพระอาทิตย์ขึ้นที่นั่นได้ไง" คำถามต่อไปก็เกิดทันทีว่า "ไปซันมูนเลคจะพักที่ไหนดี ??"
เบญก็ไปค้นๆตามเว็บบอร์ดหรือ Blog ที่เค้ารีวิวเอาไว้ ก็เจอว่ามีอยู่ที่นึงที่คนไทยฮิตมาก ถ้าตั้งคำถามในบอร์ดว่าไปซันมูนเลคพักที่ไหนดี จะต้องมีชื่อนี้โผล่ออกมาทุกที ที่นี่คือ Laurel Villa ค่ะ
ดูภาพห้องพักจากรูปในเว็บเค้าแล้วก็รีวิวใน Blog อื่นๆก็รู้สึกว่า ห้องพักห้องพักเค้าก็ดูธรรมดาๆนะ จะออกแนวคล้ายๆบ้านด้วยซ้ำ แต่ทำไมใครๆก็แนะนำให้ไปกันจังเลยวุ้ย
พวกเราเองก็อยากพิสูจน์นะว่าจะดีจิงป่าว ก็ตั้งใจไว้ว่าถ้าที่พักดีก็จะทำ Content ลง ILove เผื่อใครที่อยากไปเที่ยวซันมูนเลคจะได้ลองไปใช้บริการดูบ้าง
เบญใช้วิธีจองผ่าน net ที่เว็บของLaurel Villa พอจองไปสักพักก็มีเมล confirm ห้องพักจากคุณ Wyne Wang กลับมา (จะขอเรียกว่าคุณหวังละกันนะ ง่ายๆดี ^^) และส่งชื่อโรงแรมเป็นภาษาจีน + แผนที่การเดินทาง + เบอร์โทรโรงแรมมาให้เสร็จสรรพ และบอกว่าให้ปริ๊นเมลนี้ไปนะ พอไปถึงสถานีหนานโถวจะต้องต่อรถมาที่โรงแรมก็ให้เอาตัวอักษรภาษาจีนอันนี้ให้คนขับรถดู แล้วบอกเค้าว่าจะไปที่นี่
แต่อย่าไปบอกว่าจะมา Laurel Villa หล่ะ คนขับรถชาวไต้หวันไม่รู้จักหรอก เบญว่าเค้าดูใส่ใจดีเทลเล็กๆน้อยๆดี ทำให้แขกที่มาพักรู้สึกว่ามาถึงโรงแรมแน่นอน
พอมาถึงที่หนานโถว พวกเราก็เหมาะแท็กซี่ให้ไปส่งที่ Laurel villa เลย เพราะใช้เวลาสั้นกว่าการนั่งรถบัส ระหว่างทางก็เห็นวิวภูเขาสูงๆ กับต้นไม้ตลอดทางเลย แสดงว่าตอนนี้เรากำลังอยู่ในโซนตจว.ของไต้หวันแล้วสินะ
และแล้วแท็กซี่ก็มาส่งพวกเราถึงโรงแรมโดยสวัสดิภาพ ฮี่ๆ อันนี้เป็นหน้าตาของโรงแรมด้านหน้า ถ้าเห็นแบบนี้แสดงว่ามาถูกที่แล้วค่ะ
ที่นี่จะอยู่ใกล้กับท่าเรือ และทะเลสาบซันมูนเลย แต่ก็ไม่ได้ถึงกับติดทะเลสาบแบบเปิดหน้าต่างไปก็เห็นเลยอ่ะนะ ต้องเดินออกไปหน่อยนึงถึงจะเจอท่าเรือทะเลสาบ (หน่อยนึงนี่คือประมาณ 1 นาทีอ่ะ ^^ ใกล้มากๆ)
พอมาถึงปุ๊บ คุณหวังก็ออกมาช่วยยกกระเป๋าออกจากแท็กซี่ให้ จริงๆแล้วเค้าเป็นเจ้าของโรงแรมนี่เอง Laurel Villa เป็น Family Business ของเค้า ที่ช่วยกันทำกะแฟนและก็อาม่า (แม่ของเค้า) ไม่ได้จ้างพนักงานเลย
แต่เบญว่าก็กำลังดีนะ เพราะที่นี่ก็ไม่ได้ใหญ่มาก เป็นเกสต์เฮ้าส์ขนาดมินิ มีห้องพักอยู่ 5 ห้อง แขกที่มาพักไม่ได้มากมายถล่มทลาย แต่ก็มีมาเรื่อยๆ
ห้องพักที่ Laurel Villa จะต้องขึ้นบันไดซึ่งชันและแคบม๊ากกกก หันมาดูสัมภาระของทีม ILove มีกระเป๋าใบใหญ่มว๊ากกกอยู่หลายใบ แล้วหันกลับไปมองบันไดอีกที อืมมมม -"- คุณหวังแกก็รีบเดินเข้ามาบอกว่าไม่ต้องแบกกระเป๋าขึ้นไปหรอก วางไว้ที่นี่ก็ได้ไม่หาย เค้าจัด Area สำหรับวางกระเป๋าใหญ่ไว้ให้
เฮ้อออออ ได้ฟังแล้วค่อยยังชั่วหน่อย ^^" ก็เลยหยิบเอาไปแค่เป้ของใช้ส่วนตัวขึ้นไปบนห้อง
ห้องของพวกเราอยู่ชั้น 2 และนี่คือหน้าห้องพักของเรา (ประตูห้องพักเราอยู่ทางขวาในภาพอ่ะค่ะ) เค้าจะมีตู้สำหรับเก็บรองเท้าอยู่หน้าห้องพักด้วย จะได้ไม่ต้องวางรองเท้าเกะกะ
เข้ามาดูในห้องพักกันเลยดีกว่าาา เบญเลือกห้องพักแบบ Family Room พัก 4 คน มีห้องน้ำในตัว เหมาะมากสำหรับคนที่มาเที่ยวกันเป็นครอบครัว
เค้าคิดคืนละ 3,000 TWD มีอาหารเช้าด้วยนะ เบญว่าราคามันถูกมากเลยอ่ะ คิดๆแล้วก็ตกคนละ 750 TWD เอง
บรรยากาศห้องเนี่ยโอเคเลยนะ ไม่มีกลิ่นอับ ที่นอนกับหมอนสะอาดดี ใช้ได้ๆ
ในห้องน้ำก็จะมีผ้าเช็ดตัวและผ้าขนหนูผืนเล็กไว้ให้ สำหรับความสะอาดก็ระดับกลางๆอ่ะนะ อาจจะเพราะห้องน้ำมันไม่ได้ใหม่มาก แต่ก็โอเคถ้าเทียบกับราคาที่จ่ายไป
เค้าจะมีรองเท้าแตะ ชุดแปรงสีฟัน ทิชชู่เช็ดหน้า ไดร์เป่าผม และน้ำร้อนเอาไว้ให้ด้วย เลยรู้สึกว่าของที่เค้าเตรียมไว้บริการเราเนี่ยมันพอๆกะไปพักโรงแรมเลย
หลังจากที่พวกเราเก็บกระเป๋าเรียบร้อย คุณหวังเจ้าของโรงแรม เค้าก็แนะนำว่าเราสามารถซื้อตั๋วนั่งเรือชมทะเลสาบซันมูนได้ที่เค้า ราคาคนละ 245 TWD เป็นโปรโมชั่นตั๋วเรือ + อาหารมื้อเย็น ก็เลยซื้อกะเค้าไปเลยง่ายๆดี ช่วงเย็นก็จะได้กลับมากินข้าวที่นี่
จากนั้นพวกเราก็ไปทริปล่องเรือชมทะเลสาบซันมูนกันโดยใช้ตั๋วโปรโมชั่นที่ซื้อตะกี้นี้
เราใช้เวลาประมาณครึ่งวันในการเที่ยวชมซันมูนเลค แต่ก็พลาดไปแวะบางที่ อย่างวัดเหวินหวู่เพราะว่าปิดซะก่อน เสียดายมากๆ ไม่เป็นไร ไว้คราวหน้าไม่พลาดแน่น๊อนนนน >_<
ระหว่างรอมื้อเย็น เราก็เจอคุณหวังพอดี และบอกเค้าว่าพรุ่งนี้พวกเราจะเดินทางต่อไปที่อาหลี่ซาน กะว่าจะขึ้นรถไฟหัวจรวดไป มันไปยากรึเปล่า
คุณหวังแกก็บอกว่ามันไม่น่าจะไปได้นะ เพราะถ้าไปแบบนั้นจะใช้เวลาเยอะมาก ตอนนั้นก็เริ่มมืด 8 ด้านหล่ะ เอาไงกันดี.. คุณหวังแกเลยช่วยวางแผนการเดินทางให้เราแบบที่คนท้องถิ่นเค้าใช้กัน และก็แนะนำว่าเค้ารู้จักกับรถแท็กซี่ที่ขับรับส่งผู้โดยสารจากที่นี่ไปอาหลี่ซาน ถ้าเราไว้ใจเค้า เค้าก็จะโทรเรียกคนขับแท็กซี่คนนี้ให้มารับตอนเช้า
แต่อย่างที่เล่าไปตอนต้นว่าพวกเรามีกระเป๋าใบใหญ่มว๊ากกกกอยู่หลายใบ ถ้าจะต้องให้แบกขึ้นรถไฟอีกเนี่ยมันนรกชัดๆ *_*" ก็เลยตัดสินใจให้คุณหวังโทรเรียกแท็กซี่เลยดีกว่าเพราะไม่อยากจะเหนื่อยมากเกิ๊นนน ซึ่งการตัดสินใจในครั้งนี้ก็ทำให้เราได้เจอเรื่องประทับใจตามมาอีกเพียบเลย แต่ขอไปเล่าตอนพาเที่ยวอาหลี่ซานละกันนะ อิอิ ^^
ตรงนี้เป็นห้องทานข้าวของเค้า สำหรับอาหารเย็นเค้าจะจัดเมนูมาให้เราเลย ตอนนี้อาหารพร้อมแล้ววว ไปทานดินเนอร์ในสไตล์ของ Laurel Villa กันดีกว่าาาา หิวๆๆๆ
จานแรกมาแล้ว มันคือผัดยอดมะระแบบบ้านเรานี่หล่ะ แต่รสชาติเค้าจะผัดแบบจืดๆ ตามสไตล์อาหารจีนเลย แต่ความกรอบของผักนี่ใช้ได้ ชอบๆๆ
หมูน้ำแดง รสชาติออกเปรี้ยวๆหวานๆ แต่ไม่ได้ออกรสแรงๆแบบของบ้านเราอ่ะนะ อันนี้เบญก็ว่าอร่อยดี
ผัดเห็ดหอมกะแครอทน้ำมันหอย อันนี้ชอบๆเหมือนกัน ออกรสเค็มหวานกำลังดี เห็ดไม่เหนียวเลย
อันนี้เป็นฟักทองชุบไข่ทอด กะถั่วฝักยาวชุบไข่ทอด ก็คงจะคล้ายๆกะมะเขือชุบไข่ที่เราทานกะน้ำพริกอ่ะนะ แต่อันนี้เป็นฟักทอง ทอดมาได้กำลังดีไม่อมน้ำมัน ไม่รู้สึกเลี่ยนเลย
เมนูสุดท้าย แกงจืดหัวไชเท้า รสจืดมากกกกกก เป็นแกงจืดสไตล์จีน รับรองว่าไม่ใส่ผงชูรสแน่นอน เราจะได้ความหวานนิดๆจากหัวไชเท้าด้วยนะ ต้มมาได้กำลังดี หัวไชเท้าไม่เละ เอาไว้สดระหว่างทานข้าว มันทำให้คล่องคอจริงๆ ^^
อาม่าบอกว่ากลัวว่าจะรู้สึกว่าจืดเกินเลยยกไอ้นี่มาให้ มันคือซีอิ้วขาวใส่พริกซอย โฮ.. อาม่าช่างรู้ใจจริงๆ พอได้ซีอิ้วขาวหอมพริกขนาดนี้ ทำให้เพิ่มรสชาติให้มื้อนี้ขึ้นมากมาย และได้อีกความรู้สึกนึงก็คือเหมือนกำลังนั่งกินข้าวอยู่บ้านเลยแฮะ
กับข้าวมื้อนี้ อามาเป็นคนทำให้กิน พวกเราชอบกันมากและรู้สึกเหมือนยังกะกินข้าวอยู่บ้านยังไงยังงั้น ด้วยอาหารและบรรยากาศที่อบอุ่น เพราะอาม่าแกจะเดินมาดู มาถามตลอดว่าเอาอะไรเพิ่มป่าว อิ่มมั้ย ถ้าไม่อิ่มเติมได้นะ ขอบคุณอาม่ามากเลยค่ะที่ดูแลพวกเราอย่างดี ^/\^
พออิ่มแล้ว พวกเราก็มานั่งย่อยกันที่โซฟา และก็มาพูดคุยกะคุณหวัง เค้าก็เล่าให้ฟังว่าบรรยากาศตอนพระอาทิตย์ขึ้นที่ท่าเรือซันมูนมันสวยขนาดไหน และก็เปิดภาพให้ดูด้วย แต่มันก็ขึ้นอยู่กับโชคของตากล้องนะ ถ้าโชคดีฟ้าเปิด เราก็จะได้รูปที่สวยมากๆจนไม่น่าเชื่อเลยหล่ะ..
ยังไงก็ภาวนาขอให้เช้าพรุ่งนี้เราได้ฟ้าสวยๆทีเถ๊อะ >_< จะได้เก็บภาพเริ่ดๆมาฝากแฟนๆ ILove ให้ได้ดูกัน คืนนี้เลยขอรีบนอนเลยดีกว่า ว่าแล้วก็กู๊ดไน๊คุณหวัง เพื่อเตรียมตัวสำหรับการเก็บในวันพรุ่งนี้เช้า
พอตี 5 พวกเราก็ลุกขึ้นมาเตรียมตัวและออกไปทำ Content บรรยากาศพระอาทิตย์ขึ้นที่ซันมูนเลคกัน และก็อยู่เก็บภาพจนหนำใจจนถึงตอน 7 โมงเช้า
เช้านี้เป็น Lucky Day ของพวกเรารึป่าว ถ้าใครอยากรู้ให้ติดตามดูใน Content ซันมูนเลค นะคะ ^^ ฮี่ๆ (คลิกที่นี่เพื่อชมบรรยากาศซันมูนเลคยามเช้า)
มาดูมื้อเช้าของเรากันดีกว่าาา เป็นอเมริกันเบรคฟ๊าส มีกาแฟ ขนมปังปิ้ง แยม เนย และจานที่เห็นนี่หล่ะคะ แฮมที่เค้าให้มาเป็นแฮมรสเค็มๆมีพริกไทยนิดๆ อร่อยดี
และชอบเจ้าส้มผ่าซีกอันนี้มาก กัดเข้าไปจะได้เนื้อเกล็ดส้มเป็นเม็ดๆ รสเปรี้ยวๆหวานๆ เป็นมื้อเช้าที่เรียกความสดชื่นได้ดี
หลังจากอิ่มเรียบร้อย พวกเราก็เช็คเอ้าท์และนั่งรอแท็กซี่ ระหว่างรอ เบญก็หยิบเอาเกสต์บุ๊คของโรงแรมมาเขียน แต่เขียนว่าอะไรไม่บอก อิอิ ถ้าใครมีโอกาสไปพักที่ Laurel Villa ให้ลองไปเปิดหาดูนะจ้ะ ^^
มาถึงตอนนี้เบญก็รู้แล้วหล่ะว่าทำไมใครๆมาที่ซันมูนเลคถึงได้มาพักที่ Laurel Villa กันจัง
การมาพักที่นี่นอกจาก ความใหม่และสะอาดของสถานที่และ Facility ต่างๆแล้ว ยังรู้สึกว่าเค้าดูแลต้อนรับพวกเราอย่างอบอุ่น (โดยเฉพาะอาม่าที่ดูแลพวกเราอย่างดี ^^) เหมือนเป็นคนในครอบครัวเลย จะว่าไปก็ยังไม่เคยเจอที่พักแบบนี้มาก่อน
ยิ่งตอนที่เราเจอปัญหาการเดินทางไปอาหลี่ซาน คุณหวังก็หาทางช่วยอย่างเต็มที่ เหมือนกับเค้าต้องการส่งเราให้ไปถึงจุดหมายอย่างปลอดภัย.. พอแท็กซี่มารับ คุณหวังก็มาช่วยดูแลยกกระเป๋าให้ และแนะนำให้เรารู้จักกับ มิสเตอร์ชู คนขับรถ
เมื่อรถพร้อมออกเดินทาง อาม่า คุณหวัง และแฟนของแกก็มายืนบ๊ายบายส่งเรา ตอนนั้นรู้สึกว่าได้ความรู้สึกดีๆมากมายจากที่ Laurel Villa จังเลยอ่ะ ^^
ถ้าถามว่าถ้ามาซันมูนเลคจะมาพักอีกมั้ย เบญตอบได้เลยว่ามาอีกแน่นอน และอยากจะแนะนำต่อให้เพื่อนๆที่มาเที่ยวซันมูนเลคได้มาพักที่นี่ด้วย เพราะนอกจากการตกแต่งโรงแรมที่มีดีไซน์เป็นของตัวเองแล้ว ยังรู้สึกถึงความมีน้ำใจของครอบครัวคุณหวังอีกด้วย
แต่ความประทับใจแบบนี้ให้เขียนเล่ามาตั้งยืดยาวอาจจะไม่เท่ากับได้มาสัมผัสด้วยตัวเอง เบญคิดว่า Laurel Villa จะเป็นที่พักอีกที่นึงของซันมูนเลคที่ไม่ทำให้ผิดหวังแน่ๆค่ะ ^0^/
เว็บไซต์โรงแรม :
http://laurelvilla-en.emmm.tw/
ดู Laurelvilla-Sun Moon Lake ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า