Follow Us




เกาหลีใต้ ไปเองก็ได้ง่ายจัง




เกาหลีใต้ ไปเองก็ได้ง่ายจัง


สวัสดีค่ะ รีวิวกระทู้แรกเลย ปกติเข้ามาหาข้อมูลเวลาจะไปเที่ยว ขอรีวิวของตัวเองบ้างเป็นการตอบแทนนะคะ เผื่อใครอยากไปเที่ยวและไม่ชอบไปกับทัวร์เหมือนกัน แต่อาจไม่มีทุกที่ที่ทัวร์ไปนะคะ เราไปเองเที่ยวตามใจ เดินถ่ายรูปเล่น หาของกินไปวันๆค่ะ

พร้อมแล้วออกเดินทางกันเลยค่ะ ^o^/

เดินทางมาด้วยสายการบินเวียตนามค่ะ แวะเวียตนามสัก 3 ชั่วโมง รอจนเบื่อเลยค่ะ ในที่สุดก็มาถึงสนามบิน Incheon





ผ่านต.ม.ง่ายมากค่ะ ถามแค่ว่ามาเที่ยวใช่มั๊ย ก็ออกมาได้เลยค่ะ
จากนั้นไปซื้อตั๋วรถไฟและเดินทางเข้าเมืองค่ะ
ประมาณชั่วโมงเศษก็ถึงที่พักที่จองไว้ CIARA920 พักที่นี่ตลอดทริปค่ะ ค่อนข้างสะดวก อยู่กลางเมืองเดินไปเที่ยวได้หลายจุดค่ะ เดินไปเมียงดงก็ประมาณ 10 นาที ใกล้สถานีรถไฟด้วยค่ะ





Check in เสร็จก็เดินทางไป Changdeokgung Palace ค่ะ ลงที่สถานี Anguk ทางออกที่ 3 จริงๆเดินมาจากที่พักได้แต่เรามารู้ทีหลังค่ะ ขึ้นๆลงๆรถไฟอยู่หลายวัน ทั้งๆที่มันเดินได้ไม่ไกลเลย





ระหว่างรอไกด์รอบภาษาอังกฤษ เริ่มหิวเดินเรื่อยเปื่อยไปถนนข้างวัง ลองเข้าไปกินร้านนี้ค่ะ เค้าเรียกอะไรไม่รู้แต่อร่อยค่ะ เป็นหมูสามชั้นย่าง มีเครื่องเคียงเพียบ คนขายเป็นลุงกับป้าที่พูดภาษาอังกฤษไม่ได้เลย





บรรยากาศภายใน สวยงามและสงบมากค่ะ เดิน1รอบใช้เวลาประมาณชั่วโมงกว่าไกด์บรรยายฟังง่าย แต่เรายอมรับว่าไม่ถนัดวัดและประวัติศาสตร์ ก็ฟังบ้าง ง่วงบ้างๆไปเรื่อยๆค่ะ





เนื่องจากไปช่วงเข้าหน้าร้อน มีดอกไม้มากมายค่ะ เสียดายทีพลาดช่วงซากุระไปหน่อย





รูปปั้นบนหลังคานี้มีคุ้มครองค่ะ ยิ่งมีเยอะแสดงว่าสำคัญมาก เป็นตัวอะไรบ้างจำไม่ได้แล้วค่ะ





ภายในวังยังมีส่วนของ secret garden ซึ่งต้องเสียค่าบัตรเพิ่ม ไกด์บอกว่าสวยงามมาก แต่เราไม่ได้เข้าไปค่ะ





ภาพสุดท้ายสำหรับ Changdeokgung Palace ค่ะ





เดินทางต่อเพื่อไปหอคอยกรุงโซลค่ะ ระหว่างทาง ผ่านสวนเล็กๆเหมือนจัดไว้ให้นั่งพักผ่อนกันค่ะ มีดอกไม้สีจัดๆมากมาย





มุมน่ารักก็เยอะ ใครชอบถ่ายรูปมาเกาหลีไม่ผิดหวังแน่ค่ะ





ก่อนจะขึ้นภูเขานัมซาน ก็พบการแสดงของหนุ่มเกาหลี การแสดงแบบนี้มีให้เห็นทั่วไปค่ะ วงนี้ร้องเพราะมากด้วยค่ะ (ป.ล.เราไม่รู้จักดาราเกาหลีสักกะคนค่า >_<)





หอคอยกรุงโซลตั้งอยู่บนภูเขานัมซาน รถไฟใต้ดินสาย 4 ออกที่สถานีเมียงดง ทางออก 3 เราตั้งใจไปถึงช่วงเย็นๆเพื่ออยู่รอดูวิวตอนกลางคืนด้วยค่ะ

ทางขึ้นเค้ามีลิฟต์ขึ้นนะคะ แต่เราไม่เห็นเลยเดินขึ้นไปครึ่งทางค่ะ เหนื่อยมากกค่ะกว่าจะเห็นภาพนี้





วิวระหว่างทางขึ้นกระเช้าค่ะ เราเดินมาจากทางรร.แปซิฟิคในภาพค่ะ





หอคอยกรุงโซลค่ะ...





บนนี้มีกิจกรรมมากมายค่ะ วิวสวย มุมถ่ายรูปเยอะ และที่เป็นเอกลักษณ์ของที่นี่คือสิ่งนี้ค่ะ...





คู่รักจะพากันมาคล้องกุญแจคู่กันและโยนลูกกุญแจทิ้งไปค่ะ ทำให้บนนี้มีพวงกุญแจมากมายสวยดีไปอีกแบบค่ะ





ยังมีที่ว่างอีกเยอะ รีบๆมาคล้องกันนะคะ^^





ทั้งๆที่เข้าหน้าร้อน แต่บนนี้ก็มีต้นเมเปิ้ลด้วยค่ะ ระหว่างรอวิวตอนกลางคืนก็เดินดู Teddy bear museum ซื้อของที่ระลึกตามร้านต่างๆ หรือจะกินอาหารและขนมก็มีให้เลือกมากมายค่ะ





และแล้วช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง... พระอาทิตย์ตกดินที่นี่โรแมนติกมากๆค่ะ
แต่อากาศตอนนี้หนาวมากกก เสื้อJacket ตัวเดียวที่ใส่มาเริ่มเอาไม่อยู่แล้ว แทบจะเอามือออกมาถ่ายรูปไม่ได้เลยค่ะ >_<





ได้รูปตอนพระอาทิตย์ตกมาหน่อยเดียว





ขอจบกระทู้ของวันนี้ด้วยภาพกรุงโซลตอนกลางคืนค่ะ หลังจากถ่ายรูปนี้ก็หนีลงเขาไปเลยค่ะ หนาวมากก มาตามกันต่อวันพรุ่งนี้นะคะ ^o^/





►► ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  angelcity.bloggang.com ◄◄


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เกาหลีใต้ ไปเองก็ได้ง่ายจัง (ตอนที่ 2)


ตลาด Namdaemun สถานีรถไฟใต้ดินสาย 4 ออกที่สถานีเฮอยอน ทางออก 5
เดินตามชาวบ้านมาก็จะเจอประตูนี้ค่ะ





มาถึงก็หิวเลยค่ะ เดินเข้า Gate มองไปทางซ้าย มีซอยเล็กๆข้างในมีคนนั่งกินกันมากมายเลยลองเข้าไปดู ทุกร้านขายเหมือนๆกันเลยนั่งร้านที่คนเยอะสุดค่ะ เห็นได้ลงหนังสือด้วยคงอร่อยบ้างล่ะค่ะ ร้านนี้ค่ะ





พอนั่งลงปุ๊บ ก็เหล่มองคนข้างๆแล้วบอกคนขายว่าเอาแบบนั้นทันที คนขายพูดอังกฤษไม่ได้ค่ะ แต่ใจดีมาก มีแถมอย่างอื่นให้ลองกินด้วย จริงๆชามเดียวก็จะแย่อยู่แล้ว แต่เกรงใจค่ะเลยนั่งกินยาวเลย

อันนี้คือที่สั่งมาค่ะ ใครรู้จักช่วยบอกที เหมือนจะเป็นอุด้ง แต่กินโดยเอาเครื่องเคียงที่เป็นวุ้นเส้นผัดกิมจิใส่ลงมาในชาม รสชาติก็ใช้ได้ค่ะ เหมือนกินข้าวต้มเครื่อง แต่กินไปสักครึ่งชามก็ไม่ไหวละ





อันนี้เค้าให้เพิ่มถ้วยเล็กนะคะ เป็นbibimbapหรือข้าวยําเกาหลี ที่เลื่องชื่อน่ะเอง
อร่อยมากค่ะ เคยกินที่เมืองไทยไม่ชอบ มากินที่นี่อร่อยแหะ





อิ่มแล้วก็เดินดูตลาดต่อ Namdaemun เป็นตลาดขายส่งค่ะ ปลีกก็มี เป็นสินค้าพวกเสื้อผ้าเครื่องประดับ บรรยากาศเหมือนสำเพ็ง พาหุรัด มีกองเสื้อผ้าลดราคาให้เข้าไปรุมกัน มีตะโกนขายรองเท้าถูกๆ ฯลฯ

แต่ ไม่เหมาะกันสาวๆที่จะมาช็อบปิ้งแบบเสื้อผ้าเกาหลี ของจุ๊กจิ๊กน่ารักอะไรแบบนี้นะคะ คือเดินตั้งแต่ต้นซอยจนสุดซอย และซอยเล็กซอยน้อย ยังไม่เจอเสื้อผ้าวัยรุ่นน่ะค่ะ ดูเหมือนจะเป็นของจีนซะมากกว่า หรือจะแอบอยู่ตามตึกข้างบนก็ไม่ทราบได้

คนเกาหลีก็กินแมลงเหมือนไทยเราด้วยค่ะ ส่วนขาวๆคงเป็นทำจากแป้งเอามาย่าง ไม่ได้ลองชิมค่ะ





เดินไป Meangdong ต่อค่ะ จาก Namdaemun สามารถเดินไป Meangdong ได้สบายๆไม่ไกลมาก แต่ถ้าเดินงงๆก็ช้าหน่อยแบบเรา ไม่ต้องคิดมากค่ะ

เดินผ่าน Bank of Korea ไป จะเห็นตึกนี้ค่ะ เด่นมากที่สุด Post Tower





ลานน้ำพุและรูปปั้นใหญ่มากบริเวณนี้ค่ะ





ไม่มีรูป Meangdong ตอนกลางวันเลยค่ะ มัวแต่ตื่นตาตื่นใจอยู่เลยลืมถ่ายมา
Meangdong เหมือนแถวสยามบ้านเราค่ะ มีร้านเสื้อผ้า เครื่องสำอาง เครื่องประดับ รองเท้า ทั้งแบรนด์ ทั้งห้าง ทั้งแผงลอย ถ้าอยากช็อบปิ้งมาที่นี่ครบค่ะ

มาดูของกินกันดีกว่า

ร้านแบบนี้มีอยู่ทั่วไปค่ะ ลูกค้าจะซื้อและยืนกินหน้าร้านเลย อาหารก็จะมี ต๊อกโบกี ไส้กรอกทอด ซูชิไส้ผัก ลูกชิ้นปลา ฯลฯ





ซูมดู ต๊อกโบกี กันค่ะ เป็นแป้งเหนียวๆไม่มีรส ผัดกับซอสเผ็ดนิดๆ ใครไม่เคยกินต้องลองค่ะ ก็อร่อยดีค่ะแต่ให้ซื้ออีกไม่เอาแล้ว เมื่อยกรามค่ะกว่าจะกินหมด =.='





ร้านนี้ขายปลาหมึกอบแห้งค่ะ เดินเคี้ยวไปเรื่อยๆอร่อยดีค่ะ





อาหารอีกรูปที่ร้าน myeongdong gyoja ที่แนะนำกันมากมาย คนแน่นมากแต่เสริฟเร็วและอร่อยค่ะ

(ขออภัยกินไปหน่อยแล้วเพิ่งคิดถ่ายรูปค่ะ)





ซูมไส้เกี๊ยวให้ดูค่ะ อยากกินอีกจัง

แถวเมียงดงมีร้านอาหารมากมายค่ะ มีรูปและราคาให้ดูก่อนทั้งนั้น ถ้ามีเวลาจะลองชิมหลายๆร้านเลยค่ะ





ปิดท้ายที่เมียงดงด้วยรูปตอนกลางคืนนะคะ คนเยอะมากค่ะ ส่วนใหญ่เป็นวัยรุ่นมากินข้าวช็อบปิ้งกัน ร้านเครื่องสำอางบางร้านพูดภาษาไทยได้และมีป้ายภาษาไทยด้วยค่ะ





มาต่อที่แถวมหาวิทยาลัยฮงอิก หรือที่คนเกาหลีเรียกกันว่าฮงแด(Hongdae)ค่ะ ลงที่สถานี Hongik exit 6 เลยค่ะ

ตั้งใจจะมาดูตลาดนัดวันเสาร์แต่หาไม่เจอ เลยไปหาร้านทำผมแทนค่ะ ก็มาเกาหลีทั้งที ก็อยากได้ผมสไตล์สาวเกาหลีกลับไปบ้าง ราคาก็ไม่ต่างจากที่ไทยเท่าไหร่ ถามราคาสักสองสามร้านก็ลุยเลยค่ะ





ย่านมหาวิทยาลัยฮงอิกคึกคักมาก นอกจากมีร้านมากมายให้เดินดูแล้ว กลางคืนก็มีร้านอาหารและผับหลายรูปแบบสำหรับขาเที่ยวด้วยค่ะ

อ่อ charlie brown cafe ก็อยู่ที่นี่นะคะ





สักสามสี่ทุ่มที่ลานหน้ามหาวิทยาลัย มีคนมารวมกันมากมายเลยเดินเข้าไปดู

มี street show และคนแต่งตัวแปลกๆเยอะเลยค่ะ บางคนก็มานั่งกินเบียร์คุยกะเพื่อนเฮฮามากมาย บางคนก็ล้อมวงกันดูโชว์ต่างๆ บรรยากาศสนุกสนานมากค่ะ

แอบถ่ายมานิดนึงนะคะ ไม่กล้าถ่ายเยอะ แถมไม่ชัดด้วย





กระทู้นี้ขอลาด้วยภาพทางลงรถไฟใต้ดิน ประมาณเกือบเที่ยงคืนวันเสาร์ O.O

Hongik Staon ค่า





►► ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  angelcity.bloggang.com ◄◄


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เกาหลีใต้ ไปเองก็ได้ง่ายจัง (ตอนที่ 3)


ไปทั้งหมด 5 วันนะคะ สำหรับตอนที่ 3 นี้จะพาไป Insadong Dongdaemun คลอง CheonggyeCheon และย่านมหาวิทยาลัย Ehwa ค่่า ^o^/

เริ่มวันใหม่ด้วย Insadong ตอนเช้าค่ะ เดินมาจากที่พักไม่เกิน 10 นาทีก็ถึงค่ะ





ถ้ามาทางรถไฟ MTR Line 3 Anguk Sta. Exit 6 นะคะ
Insadong เป็นแหล่งขายของที่ระลึกค่ะ อยากได้พวงกุญแจ ที่คั่นหนังสือ ตุ๊กตาเกาหลี ฯลฯ หาที่นี่ได้ ราคาไม่แพงมากมีหลายร้านให้เลือกค่ะ

นอกจากของที่ระลึกแล้ว ยังมี ของทำมือ ถ้วยชาม ของโบราณด้วยค่ะ





มีคนตามมาแล้ว!! \^o^/
งั้นมากิน Ice cream Italian กันก่อนค่ะ เดี๋ยวจะพาไปดูห้างที่ไม่ใช้บันไดเลื่อนกัน





ระหว่างทาง เจองานไม้แกะสลัก น่ารักดีเข้าไปถ่ายรูปด้วยค่า





เดินมากลางๆถนนก็จะเจอห้างนี้ค่ะ

Ssamziegil เป็นห้างที่ขายสินค้าทำมือ (handicraft) ของที่ระลึกแบบมีstyle และมีร้านอาหารด้วยค่ะ





เข้ามาแล้ว แวะกินหนมกันก่อนดีกว่า
เอ..ขนมนี้รูปร่างแปลกๆ เค้าตั้งใจให้เหมือน...ใช่มั๊ยคะ ^^'





ภายในห้าง...

ภาพนี้เลยค่ะที่ทำให้เราอยากมาดูที่นี่ ทางเดินแบบไม่ใช้บันไดเลื่อน เดินชมร้านต่างๆไปเรื่อยๆจนถึงข้างบน แต่ถ้าจะลงมีบันไดให้เดินลงนะคะ





ด้านบนสุดมีที่ให้นั่งเล่นชมวิว หรือจะจิบกาแฟทานอาหารก็ได้ค่ะ มีสวนดอกไม้ให้ดูเล็กน้อย ถ้าไม่รีบไปที่อื่นต่อ อยากนั่งเล่นนานๆเลยค่ะ





เดินทางต่อดีกว่า..

เอาปลาหมึกไปกินระหว่างทางก่อน ซื้อปลาหมึกตากแห้งแผ่นๆสีขาวในถ้วยไปลองค่ะ อร่อยมากกก เนื้อหวานๆแบบหมึกๆเลยค่ะ





เดินๆอยู่เจอกับขบวนแห่ค่ะ คิดว่าน่าจะโฆษณาอะไรสักอย่าง





เดินหาสถานีไป Dongdaemun ค่ะ ดูจากแผนที่สถานีอยู่ใกล้ๆ เดินตั้งนานที่ไหนได้...ผิดสถานีค่ะ ไอ้ที่จะไปมันตรงข้ามกับทางที่เดินมาเลยค่ะ

ลุงคนนี้ก๊งโชจูแต่เช้า เราก็ไปซื้อในเซเว่นมาชิมค่ะ แต่..อืม..เอ่อ..มันเหล้าขาวใช่มั๊ยคะ ไม่อร่อยเลยค่า >_<





หลังจากมุดใต้ดินไปเรื่อยๆก็โผล่มาที่นี่ค่ะ Dongdaemun !! Dongdaemun Station (Subway Line 1, 4), Exit 8 or 9.

รถไฟที่นี่ต่อกันเหนื่อยขาลากเลยนะคะ กว่าจะเจออีกสายนึงนี่ต้องเดินไกลเลย ถึงว่าสาวๆหนุ่มๆเกาหลีนี่ขาสวยหุ่นดีกันหมดเลย หาอ้วนๆยากค่ะ

ภาพนี้ห้าง Doota ค่ะ 1ใน3 ห้างใหญ่แถวนี้ เท่าที่เดินดู ห้าง Doota นี่จะหรูที่สุดค่ะ ห้างอื่นเหมือน Platinum ประตูน้ำบ้านเรา แต่ เอ..ราคาก็ไม่ได้ถูกมากมายเหมือนที่คาดไว้ เริ่มสิ้นหวังกับการหา Made in Korea ถูกๆละค่า T_T





ได้เวลาอาหารกลางวันค่า ไม่รู้จะกินอะไรเลยเดินไป Food court ของห้าง Migliore
ดูร้างๆไร้ผู้คนแต่ก็กินค่า เลยได้มาม่าครบเครื่องเกาหลีมากิน >_< ใส่ต๊อกโบกี ปอเปี๊ยะ และอื่นๆล้วนเป็นแป้งค่ะ ประเทศนี้ถ้าไม่กินปิ้งย่างไปเลยนี่หาเนื้อสัตว์ยากจริงๆ

ตอนหลังมาพบว่า Food court ของห้าง Doota สวยงามมีของน่ากินกว่ามากมาย T_T





ออกจากห้างเดินต่อไปเรื่อยๆจะพบคลอง CheonggyeCheon ค่ะ เป็นคลองที่รัฐบาลเกาหลี renovate ใหม่กลายเป็นจุดเด่นให้เกาหลีเลยค่ะ สวยงามทั้งกลางวันและกลางคืน





เดินเล่นแถวย่านค้าส่ง บางทีก็รู้สึกเหมือนคลองถมนิดๆค่ะ พวกสูทตัวละร้อยสองร้อยก็มีนะคะ ร่มเกาหลีราคาส่ง เราไม่ได้ขึ้นไปดูตามตึกต่างๆค่ะ ย่านนี้กลางคืนอาจจะคึกคักกว่านี้รึเปล่า

เจอโบสถ์สวยดีถ่ายรูปสักหน่อยค่า





ขากลับไปขึ้นรถไฟ เจอกล่องนี้ค่ะ โรงหนัง4มิติ!!
เห็นแต่เด็กๆรอ แต่เราก็อยากลองอยู่ดี ซื้อตั๋วแล้วรอเวลาฉายหนังที่เลือกได้เลยค่ะ

เราเลือกเรื่อง snow coaster เป็นรถไฟเหาะวิ่งไปตามราง เหมือนจริงมากกกก เบาะสั่นได้กระโดดได้เหมือนนั่งอยู่บนรถไฟจริงๆเลยค่ะ คุ้มมาก O.O





พักเบรกกับป้ายโฆษณาสักแป๊บค่ะ ทายสิ โฆษณาอะไร ^^





มาต่อกันที่ย่านมหาวิทยาลัย Ehwa ค่ะ ย่านนี้เหมาะกับสาวๆที่ชอบช๊อบปิ้งมาก เพราะมีของมากมายในราคาที่ถูกกว่าย่านอื่น ทั้งริมถนนและซอยต่างๆ สาวๆเดินกันเพียบ

ด้านหน้า Ehwa Womens University





มาหาของกินกันค่ะ เราสนใจพวกรถเข็นแบบนี้เป็นพิเศษ ร้านนี้อร่อยที่สุดในบรรดารถเข็นที่กินมาเลยค่ะ

มันคือไก่ย่างซอส หรือถ้าเป็นของญี่ปุ่นก็คือ ยากิโทริ น่ะเอง

เคยกินที่ย่านอื่นด้วยแต่เราว่าร้านนี้อร่อยสุด ร้านขายไก่ย่างซอสแบบนี้เค้าจะมีกรรไกรให้ด้วยค่ะ (จากรูปอยู่ด้านหน้าสีแดงๆน่ะค่ะ) เวลากินไปเยอะแล้วไก่จะอยู่ด้านล่างต้องรูดขึ้นมาไกลใช่ไหมคะ ก็เอากรรไกรตัดๆเลยค่ะ ช่างเข้าใจลูกค้าเนอะ ^^





ร้านนี้เห็นคนมุงดูกันอยู่ อุปกรณ์น้อยมากค่ะ ไม่ได้ลองชิมนะ น่าจะเป็นตังเมแบบบ้านเราค่ะ เอามาพิมพ์ลาย ซื้อแล้วถือไปกินได้เลยค่ะ เห็นแล้วปวดฟัน





บรรยากาศย่าน Ehwa Womens University Street ช่วงพระอาทิตย์ตกค่ะ





นั่งรถไฟกลับที่พักค่ะ ไปดูคลอง CheonggyeCheon ตอนกลางคืนกัน





คลอง CheonggyeCheon ตอนกลางคืนเปิดไฟสวยงาม ค่อนข้างโรแมนติกค่ะ





โรแมนติกแค่ไหนมาดูกันค่ะ บางคู่ออกแนวอีโรติกด้วย ^^'

มาเป็นคู่ๆเลยเห็นมั๊ย





ใต้สะพานวันที่ไปมีนิทรรศการภาพถ่ายด้วยค่ะ





บรรยากาศแถวถนนฝั่งตรงข้ามที่พักค่ะ ย่าน Jonggak มีร้านอาหาร ผับ มากมาย เดี๋ยวจะลองหากินแถวนี้ดู





วันนี้ลองเข้าไปกินร้าน Beer&Chicken ค่ะ แถวนี้มีหลายร้าน ขายแต่เบียร์กับไก่ทอด มันฝรั่งทอด ก็อยู่ได้เนอะ คนเยอะด้วย

จานใหญ่มากค่ะ ดูจากรูปคิดว่าไม่มาก คุ้มจริงๆ





มุมสวยๆในร้านค่ะ

ประโยคนี้ ใครแปลได้ช่วยแปลทีค่า





ขอจบกระทู้นี้ด้วยคำถามค่ะ
ใครเคยไปเกาหลี เห็นป้าย DVD พวกนี้ไหมคะ เราเห็นมีทุกย่านเลย มักจะอยู่ชั้นบนๆ เค้าขาย DVD หรือให้เช่า หรือเป็นอะไรคะ O.O?
โปรดติดตามตอนต่อไปกับ เกาะนามิ ค่า ^o^/





►► ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  angelcity.bloggang.com ◄◄


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เกาหลีใต้ ไปเองก็ได้ง่ายจัง (ตอนที่ 4)


ในตอนนี้พาไปเที่ยวเกาะนามิ กับย่านสวยๆน่าเดิน แทฮังโน (Daehakro) ค่า





เส้นทางไปเกาะนามิต้องต่อหลายต่อหน่อยค่ะ ที่เราไปตามนี้
1.นั่งสายสีน้ำเงินเข้มมาลง Hoegi
2.ต่อสายสีฟ้าไปลง Sangbong (ขึ้นขบวนสุดสายที่ Yongmun)
3.ไปชานชาลาที่ไป Gapyeong ถ้าอยากไปไวขึ้นขบวนที่คนเยอะๆ แต่เราว่าถ้าไม่รีบหาที่นั่งเหอะ เรายืนทั้งไปทั้งกลับเมื่อยมากก
4.ลงรถไฟที่ Gapyeong แล้วต่อ taxi ไปขึ้นเรือได้ จุดรอ taxi มีคนยืนมากมายเห็นได้ชัด
5.ซื้อตั๋วลงเรือไปเกาะนามิกันเลยค่า

ไปไม่ยากค่ะเพราะมีคนไปเยอะมาก ตามๆเค้าไป แต่ขบวนที่เราไปมีแต่ผู้สูงอายุสัก 90% ถึงได้นั่งก็คงต้องลุกให้อยู่ดีค่า

นี่คือหน้าตาเรือที่เรากำลังจะลงค่ะ





เกาะนามินี่อยู่ได้เป็นวันๆค่ะ สวยมาก ขนาดมาฤดูเกือบร้อนนะ ถ้ามาฤดูใบไม้ร่วงนี่คงสวยสุดๆไปเลย นอกจากชาวต่างชาติแล้ว คนเกาหลีเองก็นิยมมาพักผ่อนกันค่ะ





ทั้งคนชอบถ่ายรูปและชอบถูกถ่ายรูปนี่รับรองว่าสนุกค่ะ มีมุมสวยๆเต็มไปหมดเลย
เวลาซื้อตั๋วเรือจะได้แผนที่เกาะมาค่ะ อยากเดินน้อยเดินมากเลือกได้เองเลย





ถ้าขี้เกียจเดินมีรถไฟ จักรยาน สามล้อถีบ ให้เช่าค่ะ ถ้ามีเวลาเดินเองดีกว่าค่ะ เดินเพลินๆไม่เหนื่อยมาก





สองข้างทางเดินเป็นต้นไม้เรียงไปหมด รับรองไม่ร้อนค่ะ

ใครเคยดู winter love song เค้ามีจุด mark ให้ดูว่าจุดไหนอยู่ในหนังด้วยค่ะ เช่น First kiss ฯลฯ





รูปปั้นนี้เป็น The must ค่ะ ใครๆก็รอถ่ายกันมากมาย เราไม่เคยดูยังไปรอถ่ายกับเค้าเลย

แนะนำว่าใครจะไปเกาหลี ดูหนังเกาหลีเค้าสักเรื่องนะคะ เผื่อจะอินบ้าง เรากลับมาก่อนเพิ่งจะได้ดู อยากไปใหม่มากๆ





ต้นไม้ 2 ข้างทางมีหลายส่วนของเกาะ แล้วแต่ว่าเป็นต้นอะไร แต่ที่นิยมกันคงเป็นส่วนทางเดินหลัก แต่คนก็เยอะมากต้องรอจังหวะดีๆค่ะ





เดินไปจนสุดทางจะพบกับแม่น้ำ





เราชอบแถวนี้เป็นพิเศษ แม่น้ำใสสะอาดมาก





ระยิบระยับเหมือนมีอะไรอยู่ข้างใต้





ต้นเมเปิ้ลมีให้เห็นบ้างประปราย





เราเลือกเดินกลับผ่านทางเดินริมแม่น้ำ





มองไปเห็นเรือข้ามฟากเพิ่งออกไป





เหมือนนางเงือกประจำเกาะบ๊ายบายผู้มาเยือน

แล้วกลับมาเที่ยวใหม่นะค๊า =^o^=





บนเกาะมีร้านอาหารและร้านขายของที่ระลึกด้วยค่ะ





มีงานแสดงรูปปั้น





และหมาเกาหลีด้วย O.o!





ขึ้นเรือกลับดีกว่า ก่อนขึ้น Taxi แวะซื้ออันนี้มาค่ะ...

มันต้ม อร่อยมากกก

อย่าลืมลองชิมนะคะ พอมาถึงสถานีรถไฟแล้ว ลุงๆป้าๆมาถามกันใหญ่ว่าซื้อจากไหนมา อยากแบ่งให้เค้าแต่กลัวเค้าไม่เอา





นั่งรถย้อนกลับเหมือนขามา แล้วไปต่อที่แทฮังโนกันค่ะ

แทฮังโนเป็น'แหล่งของการแสดงทาง ศิลปะของเกาหลี' มาโดยรถไฟใต้ดินสาย 1 , 3 หรือ 5 ออกที่สถานี Jongno3-ga ทางออก 4

เราเห็นพวกตึกสวยๆ การตกแต่งร้านน่ารักๆและงานศิลปะมากมายแถวนี้ค่ะ

เริ่มจากนี่เลย ผลงานชื่อ 'Look For'





สามคนนี้คงเป็น Landmark ของที่นี่ไปแล้ว





บรรยากาศถนนแถวแทฮังโนค่ะ
มี 2 ฝั่งถนนนะคะ ฝั่งนี้จะเป็นตึกสวยๆร้านสวยๆ อีกฝั่งจะมีคนเดินมากกว่ามีร้านเยอะกว่า





ร้านนี้ตกแต่งสวยมาก
ไม่รู้เกิดอะไรกับรูปข้างบนค่ะ ใส่ขนาดเท่ารูปอื่นๆไม่ได้เลย ต้องเล็กมากๆจนไม่ชัด เอารูปอื่นละกันนะคะ





สุดท้ายของวันนี้ด้วยร้านนี้ค่ะ





น่าจะเป็นร้านขนม แต่ข้างในมีกระดาษมากมาย น่าจะให้ลูกค้าเขียนแล้วติดเอาไว้กันนะคะ





►► ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  angelcity.bloggang.com ◄◄


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


เกาหลีใต้ ไปเองก็ได้ง่ายจัง (ตอนที่ 5)


ตอนสุดท้ายแล้วค่า แผนวันนี้มีไม่มาก ไปศูนย์หนังสือเคียวโบ จตุรัสควางฮวามุน เดินเล่นแถวพระราชวังด๊อกชูกุง(Deoksu Palace) และสุดท้ายไปซื้อของฝากที่ Lottemart ค่ะ

เช้าวันนี้ตื่นสายค่ะ ตื่นมาก็กินร้านที่เจ้าของ Hostel แนะนำก่อนเลย เป็นร้านปิ้งย่างค่ะ ท่าทางเนื้อเค้าจะอร่อยนะคะ แต่เค้าพูดอังกฤษไม่ได้เลย เราเลยได้นี่มาค่ะ หมู 200 กรัม อร่อยมากค่ะ ปิ้งย่างนี่อร่อยทุกร้านน่าจะถูกปากคนไทยได้ทุกคนนะคะ





อิ่มอ้วนเสร็จก็ออกเดินทางกันเลยค่ะ เดินจากที่พักจะไปศูนย์หนังสือเคียวโบ (Kyobo) ผ่านตึกนี้ค่ะ ตึกซงโน (Jongno Tower)





ใกล้ๆกับศูนย์หนังสือเคียวโบ เราจะเห็นลานกว้างๆ นั่นก็คือ จตุรัสควางฮวามุน ค่ะ





ด้านหน้ามีลานน้ำพุและดอกไม้สวยงามมาก





ดูดอกไม้สวยๆกันค่ะ





แดดแรงมากค่ะแถวนี้





วันที่ไปมีคนแต่งตัวนานาชาติเต็มเลยค่ะ อาจจะเป็นนักศึกษากำลังจัดกิจกรรมกัน





ไปเดินเล่นกันต่อค่ะ เดินจากควางฮวามุนไปพระราชวังด๊อกชูกุง
ตามถนนหนทางช่างสวยงามและสะอาดค่ะ





เดินสักพักก็มาถึงที่นี่ค่ะ ต้นคลองชองเกชอน เป็นสัญลักษณ์ของที่นี่ เราไม่รู้เรียกว่าอะไร แต่เป็นรูปหอยค่ะ





ข้างล่างมีเจ้าตัวนี้ยืนอยู่





ตู้ไปรษณีย์เกาหลีค่ะ





ภาพนี้ไม่สวยงาม แต่เป็นเรื่องจริงในสังคมค่ะ

เกาหลีมี 'มนุษย์กล่อง' ด้วยค่ะ เหมือนที่ญี่ปุ่นเลย เป็นคนเร่ร่อนไม่มีที่อยู่ตกกลางคืนก็เอากล่องมาต่อๆกันนอน เพื่อกันหนาว





โบสถ์ Anglican Cathedral ในถนนข้างวังค่ะ





ริมกำแพงวัง มีงานแกะสลักไม้ขาย





ด้านหน้าพระราชวังด๊อกชูกุงมีการแสดงพิธีเปลี่ยนเวรยามหน้าประตูพระราชวัง วันละ 3 ครั้ง เวลา 10.30, 14.00 และ 15.00 เราไม่รู้เลยไม่ได้อยู่ดู เสียดายๆ





อีกสักรูป





ริมกำแพงวังที่ยาวและสวยมากอีกมุมหนึ่ง





หลังจากนั้นเราก็เดินหา supermarket เพื่อซื้อของกินของฝาก แต่ไม่มีเลยค่ะ คนที่นี่เค้าไปซื้อของใช้ที่ไหนกันนะ

ในที่สุดถาม Lotte ที่เมียงดงมาได้ว่าต้องไปที่ Lotte mart ที่ Seoul Station ค่ะ ซื้อของฝากที่นี่มีกล่องให้แพ๊คเรียบร้อยเลยค่ะ





นี่กล่องของเรา เตรียมพร้อมโหลดลงใต้เครื่องบินค่ะ

เราชอบซื้อของฝากตาม Supermarket ค่ะ ที่นี่ก็มีสาหร่าย กิมจิ โสมแผ่น ลูกอมโสม pocky นมกล้วยซื้อแพ๊ค 4 แถมไข่ต้มด้วย (เราว่ากิน foremost รสกล้วยในเซเว่นก็พอได้นา) ที่เดียวครบเลยค่ะ





ปิดท้ายของวันนี้ด้วยหน้าห้าง Lotte world ตอนกลางคืนค่ะ





จบรีวิวแล้วค่า ขอบคุณทุกท่านที่ตามมาเที่ยวกันนะคะ สาระอาจน้อยไปนึดนึง ดูรูปกันเพลินๆละกันนะคะ

ทริปหน้าเป็น 'เนปาล ไปเองก็ได้ง่ายจัง' ค่ะ แต่จะง่ายรึเปล่ายังไม่ทราบค่ะ เพราะยังไม่ได้ไป ใครสนใจขอเสียงหน่อยค่า ^o^/

แล้วรบกวนอวยพรให้เราอยู่รอดปลอดภัยด้วยนะคะ ^^' แล้วจะกลับมารีวิวค่า





►► ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  angelcity.bloggang.com ◄◄


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++






Comment

peach13615

สมาชิก
Post: 7

#2
  • โพสท์เมื่อ : 10-08-11 02:58
หวัดดีคับคือ คือ ผมอยากมีอะไรถามมากมายเกี่ยวกับการเที่ยวไปเกาหลีอ่ะคับ คือผมมีใจอยากจะไปเกาหลีอย่างมากอ่ะคับ ผมเคยไปเกาหลีครั้งนึงตอนนั้นผมไปกับทัวไปกับพ่อแม่ แต่ตอนนี้ผมอยู่มหาลัยอ่ะคับ คือผมมีเพื่อนเกาหลีแล้ว อยากจะไปหาเพื่อนที่นั่น คิดว่าอยากไปซัก 4 อาทิตย์อ่ะคับ อยากไปเองอ่ะคับ มันจะดูง่ายมั้ยยากมัยอ่ะคับ ผมไม่ทราบ เพราะผมยังไม่เคยไปเองอ่ะคับ คือผมไม่รู้จะไปคนเดียวหรือจะไปกับเพื่อน ถ้าไปคนเดียวนี่จะดูโอเคเปล่าคับ แต่ผมไม่ได้ไปทำอะไรไม่ดีในประเทศเขานะคับ แค่อยากไปหาเพื่อน ไปเที่ยวเท่านั้นเงอ่ะคับ การไปเกาหลีเองนี่ยากมั้ยคับเพราะตอนนั้นผมไปกับทัวมันดูง่ายๆอ่ะคับ แต่การไปเอง ผมลองคิดไปคิดมาแล้ว ผมกลัวมันจะส่งกลับประเทศอ่ะคับ จะทำให้ดูเศร้าอ่ะคับ  



 



แสดงความเห็น
แสดงความเห็น
(กรุณา Login ก่อน)
  

ลืมรหัสผ่าน คลิกที่นี่

ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก ที่นี่