10 อันดับ "เมืองแพงที่สุดในโลก” ประจำปี 2010
เซอร์ไพรส์! "ลูอันดา" เมืองหลวงของสาธารณรัฐแองโกลา ขึ้นแท่น "เมืองแพงที่สุดในโลก” ประจำปี 2010 จากผลการสำรวจล่าสุดของ “เมอร์เซอร์”
“เมอร์เซอร์” เผยผลการสำรวจ “เมืองแพงที่สุดในโลก” สำหรับชาวต่างชาติ โดยทำการเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายในด้านต่างๆ มากกว่า 200 รายการ อาทิ ค่าใช้จ่ายด้านที่พักอาศัย อาหาร เสื้อผ้า สินค้าอุปโภคบริโภค ค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการเดินทาง ฯลฯ ครอบคลุม 214 เมืองใน 5 ทวีป
การสำรวจดังกล่าวนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อให้บริษัทข้ามชาติหรือหน่วยงานราชการของประเทศต่างๆ ได้นำไปใช้ประกอบการพิจารณา เพื่อให้สามารถกำหนดเงินเดือนพนักงานที่จะถูกส่งไปอยู่ต่างประเทศได้อย่าง เหมาะสมและสอดคล้องกับสภาพความเป็นจริง
มาดูกันว่า “10 อันดับเมืองแพงที่สุดในโลกประจำปี 2010″ ที่สำรวจโดย เมอร์เซอร์ จะมีที่ใดบ้าง
อันดับที่ 10 เมืองโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
อันดับที่ =9 ฮ่องกง
อันดับที่ =8 เมืองซูริค ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อันดับที่ 7 เมืองลีเบรอวิล ประเทศกาบอง
หมายเหตุ: ลีเบรอวิล (Libreville) เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐ กาบอง ซึ่งตั้งอยู่ในภูมิภาคแอฟริกาตะวันตก ทิศเหนือติดอิเควทอเรียลกินี และแคเมอรูน ทิศตะวันออกและทิศใต้ติดสาธารณรัฐคองโก ทิศตะวันตกติดมหาสมุทรแอตแลนติก
อันดับที่ 6 เมืองโอซาก้า ประเทศญี่ปุ่น
อันดับที่ 5 กรุงเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
อันดับที่ 4 กรุงมอสโคว ประเทศรัสเซีย
อันดับที่ 3 เมืองเอ็นจาเมนา ประเทศชาด
หมายเหตุ: เอ็นจาเมนา (N’Djamena) เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐชาด ซึ่งตั้งอยู่ตอนกลางของทวีปแอฟริกา ไม่มีทางออกสู่ทะเล ทิศตะวันตกติดกับแคเมอรูน ไนจีเรีย และไนเจอร์ ทิศเหนือติดลิเบีย ทิศตะวันออกติดซูดาน ทิศใต้ติดสาธารณรัฐแอฟริกากลาง
อันดับ ที่ 2 กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น
อันดับที่ 1 เมืองลูอันดา ประเทศแองโกลา
หมายเหตุ: ลูอันดา (Luanda) เป็นเมืองหลวงของสาธารณรัฐแองโกลา ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปแอฟริกาบนฝั่งมหาสมุทรแอตแลนติก
นางนาตาลี คอนสแตนติน นักวิจัยอาวุโสของทางเมอร์เซอร์ที่เป็นผู้รับผิดชอบในการรวบรวมข้อมูลเพื่อ นำมาวิเคราะห์และจัดอันดับได้เปิดเผยว่า การรวบรวมรายชื่อเมืองต่างๆ เพื่อนำมาวิเคราะห์ จะเน้นเมืองที่มีชาวต่างชาติเข้าไปทำงานหรือเป็นเมืองที่บริษัทข้ามชาติ ต่างๆ ร้องขอให้ช่วยทำการสำรวจ ซึ่งในปีนี้มีเมืองต่างๆ จากทวีปแอฟริกาติดโผเข้ามาในอันดับท็อปเท็นถึง 3 เมืองเป็นครั้งแรก แสดงให้เห็นว่าภูมิภาคดังกล่าวมีอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สูงขึ้น จึงมีการลงทุนเพิ่มขึ้นในทุกภาคส่วน และมีการจ้างพนักงานต่างชาติทั้งในส่วนของบริษัทท้องถิ่นและบริษัทข้ามชาติ
** "การาจี" เป็นเมืองถูกสุดในโลกจากผลการสำรวจของเมอร์เซอร์ ส่วนประเทศไทยไม่ติด 1 ใน 50 อันดับเมืองแพงที่สุดในโลก **
เพิ่มเติม: เมื่อต้นปีที่ผ่านมาทาง “อีไอยู” หรือ “อีโคโนมิสต์ อินเทลลิเจนซ์ ยูนิต” ได้ออกมาเผยผลการสำรวจ “เมืองแพงที่สุดในโลก” ที่รวบรวมขึ้นในเดือนธันวาคม 2009 โดยระบุว่า เมืองที่มีค่าครองชีพสูงสุด คือ “ปารีส” ขณะที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นอยู่ในอันดับที่ 2 ส่วนอันดับ 3 คือเมืองออสโล ประเทศนอร์เวย์
ขอบคุณข้อมูลจาก