Follow Us

Share

10 เมืองที่เป็นมิตรกับจักรยาน




ในภาวะปัจจุบันที่ราคาน้ำมันแพงหูฉี่และกระแสรักษ์สิ่งแวดล้อมยังมาแรง ผู้คนจึงหันกลับไปใช้บริการยานพาหนะเก่าแก่ที่มีการประดิษฐ์ขึ้นเมื่อ 120 ปีก่อนอย่าง "จักรยาน"



ทุกวันนี้ในเมืองใหญ่หลายๆ เมือง จักรยานไม่เพียงเป็นทางเลือกในการเดินทาง มันยังมีประโยชน์หลายอย่าง เมื่อเร็วๆ นี้ ทางเว็บไซต์ askmen.com ได้จัดอันดับ 10 เมืองที่เป็นมิตรกับการขี่จักรยานมากที่สุดในโลก ดังนี้

อันดับที่ 10 เมืองทรอนด์ไฮม์ ประเทศนอร์เวย์
ด้วยความที่มีสภาพภูมิประเทศเป็นเนินเขา มันจึงกลายเป็นอุปสรรคอย่างหนึ่งของการขี่จักรยานที่นี่ รัฐบาลจึงมีการประดิษฐ์สิ่งที่เรียกว่า “ลิฟต์จักรยาน” ให้ประชาชนเพื่อช่วยอำนวยความสะดวกในการสัญจร เจ้าลิฟต์ที่ว่านี้มีชื่อว่า “แทรมป์” ถือเป็นลิฟต์จักรยานตัวแรกของโลก มันทำงานเหมือนกับการลากสกี โดยจะติดตั้งไว้ในจุดที่เป็นเนินเขาเมื่อขี่จักรยานมาถึงตรงนั้นมันก็จะช่วยยกจักรยานเราขึ้นโดยที่ไม่ต้องออกแรงปั่น

อันดับที่ 9 กรุงปักกิ่ง ประเทศจีน
แม้ว่าอัตราการใช้รถยนต์จะเพิ่มขึ้นมากในประเทศจีน แต่การใช้จักรยานยังเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับการเดินทางในปักกิ่ง คุณจะรู้สึกเป็นอิสระเหมือนนกเลยทีเดียวเมื่อมองดูสภาพจราจรที่ติดขัด ส่วนเรื่องมลภาวะก็ไม่น่าห่วงมากนัก เพราะตอนที่จีนเป็นเจ้าภาพจัดแข่งกีฬาโอลิมปิก ทางการก็ส่งเสริมให้คนขี่จักรยานโดยที่รัฐต้องควบคุมปัญหาคุณภาพอากาศด้วย



อันดับที่ 8 เมืองบาร์เซโลนา ประเทศสเปน
ในบรรดาประเทศในยุโรปที่ส่งเสริมการใช้จักรยาน บาร์เซโลนาเป็นเมืองหนึ่งที่สร้างทางรถจักรยานที่เรียกว่า “อะ กรีน ริง” หรือวงแหวนเขียว อยู่รอบใจกลางเมือง โดยในวงแหวนนี้จะมีสถานีให้เช่ารถจักรยานกระจายอยู่ถึง 100 แห่ง โดยคนเช่าสามารถนำจักรยานไปคืนที่สถานีไหนก็ได้โดยไม่จำเป็นต้องนำกลับไปคืนที่สถานีต้นทางที่ตัวเองเช่า ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายการส่งเสริมใช้จักรยานของเมือง

อันดับที่ 7 เมืองบาเซิล ประเทศสวิตเซอร์แลนด์
เมืองบาเซิลออกแบบถนนเป็นพิเศษเพื่อรองรับการใช้จักรยานรวมถึงทางสำหรับคนถนัดซ้ายด้วย ทางเมืองยังสนับสนุนเครือข่ายกิจการให้เช่าจักรยานที่สะดวกสบายเพื่อจูงใจนักท่องเที่ยวและประชาชนทั่วไปโดยไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องการหาที่จอดจักรยาน

อันดับที่ 6 เมืองพอร์ทแลนด์ รัฐออริกอน ประเทศสหรัฐอเมริกา
เมืองพอร์ทแลนด์ได้สร้างทางรถจักรยานโดยเฉพาะให้เชื่อมต่อกับชุมชนเพื่อนบ้าน และยังจำหน่ายรถจักรยานที่มีอุปกรณ์ครบในราคาถูกให้ประชาชนที่ฐานะไม่ดีอีกด้วย สำหรับทางรถจักรยานของพอร์ทแลนด์มีความยาวทั้งสิ้น 260 ไมล์ มีคนหันมาใช้รถจักรยานเกือบ 9 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งถือว่าค่อนข้างประสบความสำเร็จสำหรับรัฐที่คนใช้รถยนต์เป็นหลัก

อันดับที่ 5 เมืองมอนทรีออล ประเทศแคนาดา
เมื่อ 2 ปีก่อน มอนทรีออลใช้งบประมาณกว่า 4,500 ล้านบาท ดำเนินการปรับปรุงทางรถจักรยานและสร้างบรรยากาศให้คนรู้สึกอยากใช้จักรยานมากขึ้น รวมถึงการสร้างที่จอดรถจักรยานแบบใช้มิเตอร์เหมือนการจอดรถยนต์ ปัจจุบันมอนทรีออลมีทางรถจักรยานยาว 2,400 ไมล์ และมีแผนที่จะขยายเพิ่มอีก นครใหญ่อันดับ 2 ของแคนาดายังเป็นเมืองแรกของทวีปอเมริกาเหนือที่รวมเอาแผนงานเกี่ยวกับรถจักรยานเข้าไปในการจัดการโครงสร้างพื้นฐานของเมืองอีกด้วย

อันดับที่ 4 เมืองคูริติบา ประเทศบราซิล
คูริติบาอาจจะเป็นเมืองที่มีการวางผังเมืองดีที่สุดในโลกและทางจักรยานก็เป็นหัวใจสำคัญของผังเมือง เมืองนี้มีความพยายามให้คนใช้จักรยานมาเป็นเวลามากกว่า 40 ปี และผลก็คือทางจักรยานมีให้เห็นทุกหนทุกแห่ง ชาวบราซิลให้คำมั่นสัญญาว่าจะใช้พลังงานทางเลือกและเดินทางด้วยพาหนะที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนี้ยังมีชุมชนที่ทำกิจกรรมรณรงค์การใช้จักรยานเพื่อเป็นทางเลือกแก้ปัญหารถติดอีกด้วย

อันดับที่ 3 เมืองโบโกตา ประเทศโคลัมเบีย
แม้ว่าการรณรงค์ของรัฐบาลโบโกตาให้คนใช้จักรยานจะสู้พวกประเทศในยุโรปและอเมริกาไม่ได้ แต่โบโกตามีความได้เปรียบด้านประชากร เพราะมีประชากรเพียง 13 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่เป็นเจ้าของรถยนต์ซึ่งทำให้จักรยานเป็นสิ่งจำเป็น ในทุกๆ วันอาทิตย์ทางเมืองจะปิดถนนยาวประมาณ 70 ไมล์เพื่อให้คนขี่จักรยาน วิ่ง เล่นสเก็ตและทำกิจกรรมอื่นๆ บนถนนโดยไม่ต้องกลัวรถชน

อันดับที่ 2 กรุงโคเปนเฮเกน ประเทศเดนมาร์ก
ปัจจุบันชาวโคนมจำนวน 32 เปอร์เซ็นต์ เดินทางไปทำงานโดยการขี่จักรยาน ที่นี่มีวัฒนธรรมการส่งเสริมการใช้จักรยานถึงขั้นที่ให้คนเช่าจักรยานฟรี โดยจะให้จ่ายมัดจำไว้ก่อนและเมื่อนำจักรยานมาคืนก็จะคืนเงินให้ โครงสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับทางจักรยานของประเทศก็เอื้ออำนวยให้การเดินทางโดยจักรยานมีความสะดวกและรวดเร็ว

อันดับที่ 1 กรุงอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์
กรุงอัมสเตอร์ดัมเป็นเมืองที่มีความเป็นมิตรกับการขี่จักรยานมากที่สุด เพราะเกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ของการเดินทางในเมืองหลวงของเนเธอร์แลนด์เป็นการเดินทางโดยใช้จักรยาน และยังมีจักรยานสาธารณะให้เช่ากันอย่างแพร่หลาย แถมกำลังก่อสร้างที่จอดรถจักรยานขนาดใหญ่ที่สถานีรถไฟหลักของเมืองอีกด้วย ถ้าเสร็จเมื่อไหร่ความจำเป็นที่ต้องใช้รถยนต์ส่วนตัวก็คงจะหมดไป





ขอบคุณข้อมูลจาก





Comment
 



แสดงความเห็น
แสดงความเห็น
(กรุณา Login ก่อน)
  

ลืมรหัสผ่าน คลิกที่นี่

ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก ที่นี่