Follow Us

Share

นอนใต้แสงออโรร่าที่เมืองโบโด

เคยมีคนกล่าวเอาไว้ว่า เที่ยวนอร์เวย์ ประเทศที่เที่ยวกี่ครั้งก็ไม่มีเบื่อ คุณหล่ะ ? คิดแบบนั้นบ้างหรือเปล่า แต่สำหรับผู้เขียนนั้น ขอบอกว่าอยากให้คุณไปสัมผัสด้วยตัวเองจะดีกว่านะ





นอร์เวย์ อีกหนึ่งประเทศน่าเที่ยวแห่งคาบสมุทรสแกนดิเนเวีย เป็นประเทศที่มีชื่อเสียงทั้งในด้านแหล่งท่องเที่ยว ประวัติศาสตร์อันเก่าแก่ รวมไปถึงบทบาทที่สำคัญในโลกของธุรกิจ ซึ่งส่วนใหญ่จะเน้นในด้านอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิเช่น อุตสาหกรรมการประมง อุตสาหกรรมผลิตภัณท์ป่าไม้ อุตสาหกรรมการผลิตไฟฟ้าด้วยพลังน้ำ และอื่นๆอีกมากมาย

เมืองโบโด (Bodo) เป็นเมืองที่มีความสำคัญทางด้านการท่องเที่ยว อีกทั้งยังเป็นเมืองอยู่ทางตอนเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตนอร์ดแลนด์ (Nordland) และเป็นเมืองใหญ่เป็นอันดับ 2 ในภาคเหนือของประเทศนอร์เวย์

นอกจากนี้แล้ว เมืองโบโด ยังถือว่าเป้นเมืองที่ค่อนข้างทันสมัย เนื่องจากภายในเมืองมักเต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ แม้ว่าจะหลงเหลืออาคารบ้านเรือนเก่าแก่ในพื้นที่บาง ส่วนก็ตาม แต่ในปัจจุบันเมืองโบโดได้กลายเป็นศูนย์กลางสำคัญของธุรกิจการค้า ที่สำคัญของนอร์เวย์ไปแล้ว





แม้ว่าโบโดจะเป็นเมืองที่ค่อนข้างทันสมัย แต่ชื่อเสียงในด้านการท่องเที่ยวของเมืองโบโดก็มีไม่น้อยไปกว่าเมืองอื่นๆ ในช่วงเดือน วันที่ 2 มิถุนายน ถึง 10 กรกฎาคม ของทุกปี จะเป็นช่วงที่ เมืองโบโดสามารถมองเห็นปรากฏการณ์พระอาทิตย์เที่ยงคืนได้อย่างชัดเจน



แน่นอนว่ามาเยือนเมืองโบโดทั้งที คุณต้องไม่พลาดการไปชมความยิ่งใหญ่ของ มหาวิหารประจำเมืองโบโด (Bodo Cathedral หรือ Bodo Domkirke) ซึ่งปัจจุบันได้เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญของเมืองโบโด นักท่องเที่ยวที่มาเยือนเมืองโบโดมักไม่พลาดการมาชมมหาวิหารแห่งนี้

มหาวิหารประจำเมืองโบโด ถูกสร้างขึ้นในช่วง ปี 1956 เป็นมหาวิหารที่ค่อนข้างมีความทันสมัย และมีขนาดใหญ่ที่สุดในเมืองโบโด โดยสิ่งที่โดดเด่นมากที่สุดก็คงจะเป็นหอ ระฆังที่มีความสูง ถึง 36 เมตร และการประดับประดาหน้าต่างที่สวยงาม

ต่อมาแนะนำให้คุณไปเยือน พิพิธภัณฑ์การบินนอร์เวย์ (Norwegian Aviation Museum) ชมพิพิธภัณฑ์การบินที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในเขตสแกนดิเนเวีย เป็นสถานที่สำหรับเก็บรวบรวมเกี่ยวกับประวัติศาสตร์การบิน รวมไปถึงบทบาทที่สำคัญของการบินในช่วงยุคสงครามเย็นอีกด้วย



พิพิธภัณฑ์การบินนอร์เวย์ ถูกเปิดใช้ 1994 และถูกเปิดใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ในปี 1998 โดยพิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ในบริเวณใจกลางของพื้นที่แหล่งช้อปปิ้ง ซึ่งคุณสามารถใช้เวลาในการ เดิน 20 ปรมาณ นาทีจากใจกลางเมือง สำหรับการเที่ยวชมพิพิธภัณฑ์นั้น นักท่องเที่ยวจะได้ชม หอควบคุมการบิน เครื่องบินรุ่นต่างๆ รวมไปถึงเครื่องบินโบราณอีกจำนวนมาก





หลังจากนั้นเดินทางไปชม Saltstraumen (ออกเสียงว่า ซอลท์สเตราเมน) สถานที่ที่คุณจะได้ตื่นตาตื่นใจไปกับกระแสน้ำจืดที่ไหลแรงที่สุดในโลก เพียงแค่เดินทางจากตัวเมือง โบโดไปประมาณ 30 กิโลเมตร ที่นี่คุณจะพบกับความยิ่งใหญ่ของกระแสน้ำที่ไหลวนและแรง ที่มีความเร็วประมาณ 22 นอต (ประมาณ 40 กม. / ชม. ) ปัจจุบันสถานที่แห่งนี้ถือ ได้ว่าเป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยว สำคัญของเมืองโบโดอีกด้วย





สุดท้ายเพลิดเพลินไปกับความงดงามของพระอาทิตย์เที่ยงคืนในเมืองโบโด และหากโชคดี คุณอาจได้พบกับความงดงามของ แสงออโรร่า ปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นใน ช่วงฤดูหนาว


ขอบคุณข้อมูลจาก





Comment
 



แสดงความเห็น
แสดงความเห็น
(กรุณา Login ก่อน)
  

ลืมรหัสผ่าน คลิกที่นี่

ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก ที่นี่