วัดบุลกุกซา วัดเก่าสมัยซิลลา
ไปเที่ยวเกาหลีกันเถอะ .....นี่อาจเป็นคำชวนแรกของวันนี้ ...ไปเที่ยวเกาหลีหน้าฝนเนี่ยนะ.....นี่อาจเป็นคำพูดของคนที่ไม่ค่อยได้ เที่ยวนัก
การเที่ยวหน้าฝนใช่ว่าจะน่าเบื่อเสียทีเดียว เพราะสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งนั้น ดูเหมือนจะไม่จำเป็นว่าคุณจะต้องไปเที่ยวเฉพาะฤดูท่องเที่ยวเท่านั้น วันนี้เราจึงขอพาคุณไปเที่ยวท่ามกลางสายฝนแบบไม่ต้องกลัวหวัดเลยหล่ะ
ประเทศเกาหลี เป็นอีกประเทศที่เราสามารถไปเที่ยวได้ทุกฤดูกาล เพราะที่นี่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายให้เราได้เที่ยวกันแทบจะทุกฤดูเลยหล่ะ ที่สำคัญคือช่วง Low season แบบนี้ เราสามารถเซฟเงินในกระเป๋าได้พอสมควรเลยนะ
สถานที่แรกที่เราจะไปเยี่ยมชมวันนี้คือ
วัดบุลกุกซา (Bulguksa Temple) อยู่ทางตอนเหนือของเมืองเคียงจู ตั้งอยู่กลางพื้นที่ลาดของภูเขาโตฮัมซาน เป็นวัดที่รัฐบาลเกาหลีใต้ขึ้นทะเบียนให้เป็นสมบัติสำคัญของชาติอันดับ 1 และในปี 1995 ได้รับการขึ้นทะเบียนจากยูเนสโกพร้อมกับถ้ำซอกกูรัม
วัดบุลกุกซาเริ่มก่อสร้างสมัยกษัตริย์เกียงด็อกแห่งอาณาจักรชิลลา และเสร็จสมบูรณ์เมื่อปี 774 เป็นวัดที่รวมสถาปัตยกรรมชั้นสุดยอดของเกาหลีใต้ และเป็นสิ่งก่อสร้างที่ชี้ให้เห็นรูปแบบของศิลปะในสมัยอาณาจักรชิลลา
ไม่ว่าจะเป็นเจดีย์ที่สร้างด้วยหินชื่อ
โซกกาตับ (Seokgatap) และ ทาโบตับ (Dabotap) เพื่ออุทิศให้แก่องค์พระศากยมุนีและพระพุทธรัตน เป็นสิ่งก่อสร้างที่ชี้ให้เห็นว่าศาสนาพุทธได้เข้ามาเผยแผ่ในดินแดนคาบสมุทร เกาหลีเป็นเวลากว่า 1,000 ปีก่อนจะมีการก่อตั้งอาณาจักรชิลลา
วัดบุลกุกซา (Bulguksa Temple) ตั้งอยู่บน
เทือกเขาโตฮัมซาน (Mt. Tohamsan) วัดบุลกุกซารวมทั้งถ้ำซอกกุรามเป็นพินัยกรรมแห่งประวัติศาสตร์อันรุ่งเรืองของวัฒนธรรมแห่งพุทธศาสนาสมัยซิลลา
วัดถูกสร้างขึ้นในปี 528 และมีการก่อสร้างสิ่งต่างๆเพิ่มเติมขึ้นจนถึงปี 774 หลังจากนั้นก็ได้เบ่งบานเป็นศูนย์กลางแห่งวัฒนธรรมพุทธศาสนายุคซิลลา แต่เป็นที่น่าเศร้าว่าวัดถูกเผาจนแทบไม่เหลือซากในปี 1593 จากการรุกรานของญี่ปุ่น
สิ่งที่บูรณะสร้างหลังจากไฟไหม้คือ
หอแทอุงชอน (Daeungjeon Hall) และสถาปัตยกรรมอื่นๆอีกสองสามแห่ง-วัดถูกทอดทิ้งในช่วงปี 1969-1973 เมื่อมีความพยายามอย่างที่สุดในการค้นหาศิลปทางวัฒนธรรมอันหาค่าไม่ได้ใน ประวัติศาสตร์เกาหลี
ขอบคุณข้อมูลจาก