เที่ยวญี่ปุ่น...กับวิถีการใช้ชวิตแบบซามูไร


เสียงลือเสียงเล่าอ้างเรื่องญี่ปุ่นให้วีซ่ายาก ทำให้หวั่นหวาดอยู่หลายเพลาว่าจะได้ไปชิมปลาดิบหรือไม่ ส่วนเรื่องคลี่กิโมโนนั้น แม้แต่จะคิดเล่นๆก็หาได้หาญกล้าแต่อย่างใด เมื่อ มีเสียงตอบรับว่าเตรียมตัวเหินหาวได้ อวัยวะที่เป็นก้อนเนื้อตรงอกข้างซ้ายก็เต้นโครมคราม มิใช่ดีใจว่าจะได้ชิมปลาดิบอย่างเดียว แต่ดีใจที่ได้เยือนบ้านเมืองเหล่าซามูไรด้วย

คุณฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ และคุณตราชู กาญจนสถิตย์ หัวหน้าคณะบอกว่าไม่ต้องห่วงเรื่องกลิ่นอายญี่ปุ่น เราจะได้สัมผัสกันเต็มๆ โดยเฉพาะกลิ่นอายเบียร์ในวรรณกรรมของมูราคามิ



เราเหินหาวจากสนามบินสุวรรณภูมิมากว่า 5 ชั่วโมง ก็ถึงท่าอากาศยานนาริตะ กรุงโตเกียวโดยสวัสดิ-ภาพ ระหว่างลัดก้อนเมฆขาวๆ บางคนอ่านหนังสือ บางคนคุยกันอย่างออกรส ขณะที่บางคนส่งเสียงกรนได้อย่างน่ารักน่าหยิก

ประเดิม ด้วยไหว้พระที่วัดเซ็นโซจิ ย่านวัฒนธรรมอาซากุสะ เพียงสัมผัสบริเวณวัด เราก็ต้องตะลึงกับโคมไฟขนาดใหญ่ แขวนเด่นเป็นสง่าอยู่บนประตูดูมั่นคง แข็งแรง ได้ยินเสียงชัตเตอร์กล้องถ่ายรูปดังพอๆกับข้าวตอกสีขาวๆ แตก ในงานกฐินที่วัดข้างบ้าน

มิเพียงแค่คณะของเราเท่านั้น ชาวญี่ปุ่นเองก็มาเที่ยวกัน ด้านทิศเหนือของประตู มีบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ใสแจ๋ว ชาวญี่ปุ่นใช้ล้างมือ ก่อนไหว้เทพเจ้า โดยเชื่อว่าก่อนที่จะพบเทพเจ้า คนจำเป็นต้องทำกายและใจให้บริสุทธิ์เสียก่อน





ศาลเทพเจ้าหลังใหญ่ด้านทิศเหนือที่บูชานั้น คือศาลเจ้าแม่กวนอิม ตามความเชื่อว่าเป็นพระโพธิสัตว์องค์หนึ่งของชาวพุทธนิกายมหายาน ชาวญี่ปุ่นปัจจุบันมีประมาณ 126 ล้านคน เกือบ 100 เปอร์เซ็นต์นับถือศาสนาพุทธ

และมีศาสนาชินโต เกาะเกี่ยวอยู่กับวิถีชีวิตชาวญี่ปุ่นด้วยเช่นกัน เหมือนคนไทยเรามีศาสนาพุทธ แต่มีพิธีกรรมพราหมณ์เข้ามาใช้นั่นเอง



ด้านหน้าศาลเทพเจ้ามีของที่ระลึกขาย ส่วนใหญ่เป็นเครื่องรางของขลัง รอให้พุทธศาสนิกชนนำไปบูชาเพื่อความเป็นสิริมงคลต่อชีวิต มีทั้งป้ายผ้า แผ่นตัวอักษร และอื่นๆอีกมากมาย สิ่งเหล่านี้เป็นที่สนใจของชาวญี่ปุ่น แต่คณะคนไทยหาใช่ไม่

ถนนเส้นนี้ลากยาวจากประตูที่มีโคมแขวนไปทางทิศใต้ ตลอดสองข้างทางเต็มไปด้วยสินค้านานาชนิด นักช็อปมืออาชีพและมือสมัครเล่นเร่งมือทำหน้าที่กันอย่างขะมักเขม้น แต่ละคนเอาจริงเอาจังมาก เปรียบได้กับท่าทางของคนญี่ปุ่นที่เอาจริงเอาจังกับการเดินไปทำงานในยามเช้า นั่นเชียว

สินค้าดูดเงินมีทั้งพวงกุญแจหลากสไตล์ หุ่นพลาสติกรูปอุลตร้าแมน และตัวสัตว์ประหลาดที่โลดแล่นออกมาจากภาพยนตร์การ์ตูนญี่ปุ่น มีให้เลือกซื้อทั้งเป็นตัวๆและเป็นกล่องๆ แต่ละกล่องมีตราการันตีว่า ไม่ได้ทำเลียนแบบและลอกเลียน

ขนมนมเนยก็มีให้เลือกหาหลากรสหลากรูปแบบ ใครที่ชื่นชอบขนมญี่ปุ่น ทั้งชนิดกรุบกรอบและข้าวญี่ปุ่นอร่อยๆ ก็มีให้เลือกชิมรสได้ตามชอบ อยากเข้าชิมเหมือนกัน แต่ดูเหมือนว่า ราคากับเงินในกระเป๋ายังมีความขัดแย้งกันอยู่ไม่น้อย จึงกระซิบกับตัวเองว่าไม่เอาดีกว่า ถอยดีกว่า

เงินญี่ปุ่น 100 เยน เท่ากับเงินไทย 36 บาท มองราคาข้าวชุดละกว่า 1,000 เยน แม้จะอร่อยเพียงใด ก็ต้องถนอมความฝันเอาไว้ก่อน

หน้าร้านขายของ บางร้านมีแมวกวักสีทอง ไม่ว่าคนจะเต็มร้านหรือบางตา เจ้าแมวยังทำหน้าที่กวักเรียกลูกค้าอย่างสม่ำเสมอ ความเชื่อเรื่องโชคลางและสิ่งศักดิ์สิทธิ์นี้ ชาวญี่ปุ่นดูเหมือน ไม่น้อยหน้าคนไทย

มองสินค้าอื่นๆ มีทั้งเสื้อผ้า และของที่ระลึกมากมาย สะดุดตาที่สุดก็เห็นจะเป็นชุดกิโมโน ซึ่งเป็นชุดของสตรีชาวญี่ปุ่น มีวางขายอยู่เกลื่อนตา ในวันธรรมดาๆ หญิงญี่ปุ่นจะไม่สวมใส่กัน เพราะชุดสากล และชุดแฟชั่นนำสมัยท้าทายให้เลือกสวมใส่

เรื่องแฟชั่นของสาว ญี่ปุ่นต้องยอมรับว่า ผู้สวมใส่กล้าเอามากๆ มีคนสวมชุดกิโมโนมาเดินบนถนนอยู่เหมือนกัน ถ้าเทียบกับบ้านเรา ก็เหมือนใส่ชุดไทยมาเดินแถวๆสีลม แต่ที่นี่โตเกียว มหานครของญี่ปุ่นเราจึงเห็นอะไรแปลกๆ

แฟชั่นนำสมัยของคนญี่ปุ่น เท่าที่สังเกตด้วยตาเปล่า พบว่าวัยรุ่นส่วนหนึ่งนุ่งกางเกงขาสั้น หรือไม่ก็กระโปรงสั้น สวมถุงน่องพรางผิว สวมเสื้อแขนยาว ชายเสื้อคลุมเลยเอวมาเล็กน้อย สาวน้อยใหญ่สวมใส่กันมาเดินกรีดกรายตามถนนทั่วไป



แต่ที่น่าตกใจเล็กๆ ก็คือ สาวญี่ปุ่นไม่น้อย เมื่อเดินมาพบมุมพักผ่อนริมถนน มักงัดเอาบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ บางคนพ่นควันอย่างบรรจง ขณะที่บางคนพ่นออกมาอย่างรุนแรง ก่อนที่จะส่งก้นบุหรี่ลงถังขยะ แล้วเร่งเดินจากไป

แต่ละซอกซอยและบนถนนใหญ่ใกล้ๆ กับถนนวัฒนธรรมอาซากุสะ เห็นคนญี่ปุ่นเดินๆ และเดิน คนที่ไปทำงานสวมชุดสูทสากลทั้งหญิงและชาย พวกเขาเดินไปลงรถไฟใต้ดิน เพื่อไปยังที่ทำงาน

มัคคุเทศก์ของเรายืนยันว่า ถ้าพบสาวญี่ปุ่นบนรถไฟสายใด เวลาไหน วันรุ่งขึ้นเมื่อไปดักรอจะต้องพบเธอแน่นอน เพราะตารางเวลาของคนทำงานเหมือนกันทุกเมื่อเชื่อวัน

หลังอิ่มกับการเลือกซื้อของแล้ว เราเข้าที่พักย่านชินจูกุ ซึ่งก็เป็นย่านช็อปกระจายเหมือนกัน แม้แต่ในโรงแรมก็สามารถโดยสารลิฟต์ไปซื้อของราคา 100 เยน ได้สบายๆ แต่สินค้าราคาถูกเหล่านี้ ส่วนใหญ่เดินทางมาจากจีน

เพราะมาตรฐานของสินค้าญี่ปุ่นและต้นทุนการผลิตในญี่ปุ่นไม่อาจนำสินค้ามาขาย ในราคานี้อย่างแน่นอน และที่สำคัญ สินค้าทุกชิ้นไม่ว่าจะเป็นของกิน ของใช้ก็ล้วนแล้วแต่ระบุว่า เมดอินไชน่า ด้วยกันแทบทั้งหมดทั้งสิ้น

ขอบคุณข้อมูลจาก





Comment
 



แสดงความเห็น
แสดงความเห็น
(กรุณา Login ก่อน)
  

ลืมรหัสผ่าน คลิกที่นี่

ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก ที่นี่