ญี่ปุ่นกับบรรยากาศป่าเปลี่ยนเป็นสี
ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีในญี่ปุ่น สวยงามมาก ทั่วป่าเปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม สีหาดูได้ยากในป่าเมืองไทย เริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมเป็นต้นไปจนถึงเดือนพฤศจิกายน
เป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่ญี่ปุ่นหรือที่เรียกกันว่า โคโย ภูเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้ที่เปลี่ยนสีเป็นสีแดง สีเหลือง สีส้ มนั้น ถือว่าเป็นภาพที่น่าไปเยี่ยมชมในช่วงนี้ไปจนถึงเข้าฤดูหนาว ไม่เพียงแต่ความสวยงามของบรรยากาศเท่านั้น อากาศช่วงนี้ยัง “เย็นสบาย” เตรียมแจ็กเก็ตกันลมไว้เผื่อหนาวในที่สูง
เซนได ช่วงเดือนตุลาคม และเกียวโต ในช่วงเดือนพฤศจิกายน เป็นจุดหมายที่น่าไปเยือนมากที่สุด บริเวณน้ำตกเคกอน และทะเลสาบชูเซนจิ ที่เมืองนิกโก้ ชื่นชมความงดงามของธรรมชาติ โอบล้อมด้วยต้นไม้ที่กำลังผลัดสีในฤดูใบไม้ผลิ
เมืองนิกโก้ เป็นดั่งประตูสู่วนอุทยานแห่งชาตินิกโก้ มีชื่อเสียงในเรื่องของการตบแต่งศาลเจ้าให้มีความวิจิตรตระการตา เรียกกันว่า “ศาลเจ้าแบบโทโชกุ” เมืองนี้ยังเป็นสุสานที่ฝังศพของโทกุงาวะ อิเอะยาสุ ซึ่งเป็นต้นตระกูลโทกุงาวะเอาไว้ และยังได้ชื่อว่าเป็นศูนย์กลางของศาสนาพุทธและชินโต มาหลายศตวรรษ
น้ำตกเคกอน ( Kegon Fall ) น้ำตกที่มีความสูงถึง 100 เมตร ไหลมาจากน้ำในทะเลสาบชูเซนจิ ถือว่าเป็นน้ำตกที่สวยงามที่สุดในญี่ปุ่น
สามารถชมความงามในระยะใกล้โดยใช้ลิฟต์ลงสู่หุบเขาเบื้องล่าง สู่ทะเลสาบชูเซนจิ ซึ่งเป็นการก่อตัวจากหินละลายที่ ระเบิดมาจากภูเขาไฟนันไต ปัจจุบันเป็นที่ตั้งของสถานที่พักตากอากาศมากมาย
เดินทางสู่ ศาลเจ้าโทโชกุ สถาปัตยกรรมชั้นเยี่ยมของช่างฝีมือที่หาไม่ได้แล้วในปัจจุบัน เป็นการผสานสถาปัตยกรรมระหว่างพุทธและชินโต สร้างโดยโชกุนรุ่นที่ 3 ของตระกูลอิเอะยาสุ ภายในมีงานประติมากรรมมากมาย เช่น มังกร 100 หัว, แมวนอนหลับ, ลิงสามตัว และมังกรหัวเราะ
เมืองฮิราอิซูมิ เป็นเมืองขึ้นของตระกูลฟูจิวาระ เมื่อครั้งอดีต อยู่ทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองอิวาเตะ และเป็นคู่แข่งกับเมืองเกียวโต ในด้าน วัฒนธรรม การเมือง และการค้า ในช่วงศตวรรษที่ 12 แต่ว่าในปี 1189 เมืองนี้ได้ถูกทำลายลง โดยมินาโมต โยริโตโมะ ปัจจุบันแม้ว่าเมืองจะไม่กลับมารุ่งโรจน์เหมือนเดิม แต่ที่นี่ก็ยังคงเอกลักษณ์ของโทโฮะขุไว้ให้เห็น หลายอย่าง เป็นเหตุให้ในปี 2008 เมืองนี้จะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น “มรดกโลก”
เดินทางต่อไป วัดชูซอนจิ ที่สร้างขึ้นในปี 850 เป็นวัดนิกายเทนได (นิกายที่มาจากประเทศจีน) โดยบริเวณที่กว้างขวางของวัดเคยมีอาคารกว่า 300 หลัง แต่ส่วนใหญ่ถูกทำลายลงในช่วงสงคราม และเกิดไฟไหม้บ่อยครั้ง
จุดเด่นของวัดแห่งนี้ คือ คอนจิคิโดะ (Golden Hall) ซึ่งมีส่วนที่คล้ายกับ ศาลาทองคินคะคุจิ ของเมืองเกียวโต เพราะเป็นอาคารที่หุ้มด้วยทองเหมือนกัน เพียงแต่ว่า ศาลาทองอันนี้จะถูกเก็บรักษาไว้ในห้องโถงขนาดใหญ่
ชม
วัดโมสึจิ ที่อยู่ในบริเวณใกล้เคียงกัน สร้างขึ้นในเวลาเดียวกับที่สร้างวัดชูซอนจิ ซึ่งถือได้ว่าเป็นวัดที่มีอาณาบริเวณใหญ่ที่สุดในยุคโรจน์ของเมืองฮิราอิซุ มิ จุดเด่นอยู่ที่การจัดแต่งสวนในแบบคำสอนของพระพุทธเจ้า เกี่ยวกับสวรรค์
นั่งเรือชมธรรมชาติที่ ช่องหินผาเกบิเคย์ ที่ซึ่งแม่น้ำอิวาอิไหลผ่านช่องผา มีความยาวถึง 2 กิโลเมตร ทอดยาวไปตามแนวโค้งของหน้าผาที่สูง 100 เมตร ตลอดเส้นทางจะได้สัมผัสกับธรรมชาติที่เงียบสงบสองข้างทาง
เมืองสำคัญอีกแห่ง คือ
เมืองมัตสึชิม่า เมืองที่ได้ชื่อว่าเป็น 1 ใน 3 เมืองที่มีทัศนียภาพอันงดงามที่สุดของประเทศญี่ปุ่น อีก 2 เมือง ได้แก่
เกาะมิยาจิม่า ในเมืองฮิโรชิมา กับ
อามาโนะ ฮาชิดาเทะ ในเมืองเกียวโต
โตเกียว-วัดนาริตะ เป็นวัด ที่มีชื่อเสียงและผู้คนให้ความเคารพนับถือมาสักการะมากกว่า 10 ล้านคนต่อปี วัดแห่งนี้สร้างเสร็จเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ปี ค.ศ. 940 จุดเด่นของวัดนี้คือ เทวรูปฟุโดเมียวโอ เทพระดับสูงของลัทธิชินกอน แกะสลักถวาย โดย โคโบไดชิ ตามคำสั่งของจักรพรรดิซากะ พลาดไม่ได้ช็อปปิ้งสินค้าที่ห้างอิออน เมืองนาริตะ
ขอบคุณข้อมูลจาก