เที่ยวญี่ปุ่นกับจิบแชมเปญ
ฤดูกาลมักมีความสำคัญกับอารมณ์และความเป็นอยู่ของเราเสมอ โดยเฉพาะที่ญี่ปุ่น ประเทศที่มี 4 ฤดู และผู้คนอารมณ์แสนละเมียด ธรรมชาติมักเป็นต้นแบบแห่งจินตนาการ และการเฉลิมฉลองอยู่บ่อย ๆ
ตัวอย่างที่เห็นได้ทันทีคือความงามที่มาเป็นประจำของทุกปีของดอกซากุระ ช่วงปลายเดือนมีนาคมถึงต้นเมษายน คนญี่ปุ่นทั้งประเทศต่างจดจ่ออยู่หน้าทีวี ที่พิธีกรข่าวท้องถิ่นมักไปสืบเสาะหาว่าที่ไหนบ้างที่ดอกซากุระผลิบานออกมาแล้ว เนื่องจากญี่ปุ่นเป็นประเทศที่มีพื้นที่ไล่จากเหนือมาสู่ใต้ อากาศของแต่ละท้องที่มีอุณหภูมิไม่เท่ากัน ทำให้แต่ละเมืองแต่ละท้องที่มีโอกาสฉลองดอกซากุระบานแตกต่างกัน ภาคเหนือที่อากาศหนาวเย็นกว่า อาจต้องรอนานหน่อยกว่าดอกซากุระดอกแรกจะบาน แต่ในขณะที่พื้นที่ภาคใต้ลงมา อากาศอบอุ่นกว่า ย่อมได้ฉลองดอกซากุระผลิบานก่อนใคร
ตามนวนิยายเก่าแก่ที่เดินเรื่องโดยชีวิตหญิงแห่งยุคเมจิ (ค.ศ.1868-1912) คุณนายโอริคุ (Mistress Oriku. Stories from a Tokyo Teahouse) เจ้าของโรงเตี๊ยมริมแม่น้ำสุมิดะอันเกรียงไกร มักเตรียมข้าวกล่องเบนโตะชุดพิเศษไว้เพื่อต้อนรับแขกที่หลั่งไหลกันมาชมความงามของดอกซากุระยามต้นฤดูใบไม้ผลิเสมอ เบนโตะของคุณนายโอริคุ นอกจากจะจัดเตรียมและปรุงอาหารด้วยกรรมวิธีประณีตบรรจง เพื่อความงามของสายตาและความอร่อยล้ำละมุนลิ้นแล้ว ยังแอบเหน็บสาเกขวดน้อยใส่ลงไปในกล่องข้าว เพื่อให้ผู้มาเยือนนำไปดื่มใต้ต้นซากุระ เป็นความละเมียดละไมในการใช้ชีวิตที่มักหล่อหลอมความสุขในตัวเราให้เข้ากับวิถีธรรมชาติ
ที่ญี่ปุ่น เรามักเห็นวัฒนธรรมที่มีความสวยงาม ล้ำลึกไปถึงจิตใจของผู้ปฏิบัติอยู่ในชีวิตประจำวันเสมอ คนญี่ปุ่นชอบแทรกศิลปะในทุกอณูของการเป็นอยู่ สังเกตได้จากอาหารที่เขาปรุง ที่แม้แต่จะเป็นเพียงอาหารชุดที่เสิร์ฟตอนเช้าในโรงเตี๊ยมเล็กๆ ใกล้ทะเลสาบเชิงภูเขาฟูจิ อาหารเช้าเล็กๆ ก็ต้องทำให้สวย หรือหากเราต้องการดูความประณีตของการปรุงอาหารของเขา เราก็จะเห็นเลยว่าแต่ละร้านมักเน้นทำเฉพาะเมนูสิ่งที่ตัวเองถนัดที่สุด เพื่อให้ตัวเองเป็นผู้เชี่ยวชาญมากกว่าที่จะทำมันไปหมดทุกอย่าง
ที่น่าสนใจก็คือ คงเป็นเพราะความรักในความละเอียดอ่อนนี้กระมัง ที่ทำให้คนญี่ปุ่นชื่นชอบใน แชมเปญ ทั้งๆ ที่เป็นเครื่องดื่มที่มีต้นกำเนิดมาจากฝรั่งเศส ดูเผินๆ ก็ไม่น่าที่จะเข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้ง่ายๆ แต่ในตลาดของแชมเปญระดับโลกแล้ว ญี่ปุ่นเป็นตลาดสำคัญ โดยในญี่ปุ่นคนมักเลือกดื่มแชมเปญเพื่อเฉลิมฉลองในหลายโอกาส ทำให้การดื่มแชมเปญที่นี่เป็นเรื่องปกติ กลายเป็นกิจวัตรการรับประทานทั้งในและนอกบ้านของคนที่นี่เสียด้วย
และที่สำคัญอาหารญี่ปุ่นนั้นก็สามารถเข้ากับแชมเปญได้ดีไม่น้อย โดยเฉพาะบรรดาซูชิ ซาสึมิ ไก่เทอริยากิ ปลาไหลย่าง หรือแม้แต่เทมปุระ ที่รสชาติไปกันได้อย่างน่าอัศจรรย์หากได้ลองรับประทานกับแชมเปญดีๆ สักขวด
คุณคูมิ เดนดา ผู้จัดการแบรนด์แชมเปญโมเอ็ต แห่งญี่ปุ่น อธิบายว่า อูมามิ หมายถึงรสชาติความอร่อยอย่างที่ 5 ที่ประสาทรับรสของเราจะรู้สึกได้ เมื่อได้สัมผัสรสชาติอาหารที่อร่อย และเป็นสิ่งสำคัญที่ทำให้อาหารญี่ปุ่นเข้ากันได้ดีกับแชมเปญ เพราะแชมเปญเองก็มี "อูมามิ" ด้วยเช่นกัน ที่น่าสนใจก็คือความพิถีพิถัน ในการทำแชมเปญสักขวดเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนมาก เป็นศิลปะชั้นสูงที่คนฝรั่งเศสเองแสนจะปลื้ม และแน่นอนคนญี่ปุ่นที่ชอบศิลปะและความสุขเชิงประณีตเช่นเดียวกันก็ย่อมปลื้มกับแชมเปญอยู่ไม่น้อย และหากเป็นการฉลองที่พิเศษๆ เขาก็มักเลือกแชมเปญมากกว่าไวน์ เพราะแชมเปญมักให้ความรู้สึกที่พิเศษกว่าขึ้นมาอีกระดับหนึ่ง
หลายคนสงสัยว่าแชมเปญทำไมเป็นสีขาว ทั้งๆ ที่ทำจากองุ่น
ปิโนต์ นัวร์ (Pinot Noire) และ
ปิโนต์ เมอนิเอ้ต์ (Pinot Meunier) ที่มีเปลือกสีแดงเข้ม คำตอบก็คือกรรมวิธีทำแชมเปญจะใช้การบีบน้ำองุ่นแบบพิเศษที่บีบเอาเฉพาะน้ำออกไปอย่างระมัดระวัง ไม่ให้สีของผิวองุ่นติดลงไปด้วย (ตรงกันข้ามกับกรรมวิธีทำไวน์ชิราซที่ต้องบีบให้สีของผิวองุ่นลงไปในไวน์ให้ได้มากที่สุด) นอกจากนั้นแคว้นแชมเปญที่อยู่ไม่ไกลจากปารีสก็มีขนาดเล็ก ดังนั้นผู้ผลิตแชมเปญในฝรั่งเศสจึงไม่ค่อยปลูกองุ่นเอง แต่กลับซื้อองุ่นที่ปลูกให้ตนเป็นพิเศษจากเจ้าของไร่องุ่นเป็นหมื่นๆ แห่งในฝรั่งเศส และที่พิเศษกว่านี้คือแชมเปญเป็นเครื่องดื่มที่ปกติไม่ระบุปี แต่ระบุเพียงว่า
Non Vintage และในแต่ละปีผู้ผลิตจะนำไวน์ต่างปี มาผสมกันเพื่อให้แชมเปญในแต่ละปีมีรสชาติตามมาตรฐานเหมือนกัน
ที่ญี่ปุ่นวันวาเลนไทน์มักเป็นวันพิเศษสุดๆ เสมอ และแน่นอนว่าหนุ่มสาวชาวญี่ปุ่นที่มักคุ้นกับแชมเปญนานาประเภทอยู่แล้วมักนิยมเลือก
แชมเปญโรเซ่ (Rose) สีชมพูสวยมาเป็นเครื่องดื่มแห่งการเฉลิมฉลองในวาระนี้ แชมเปญโรเซ่เป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น เพราะดื่มแล้วให้ความรู้สึกสดชื่น และรสชาติที่กลมกล่อมหอมละมุนสามารถเข้ากับอาหารได้หลากหลายประเภท โดยเฉพาะบรรดาเทปันยากิ และปลาไหลอูนากิย่าง
แต่กรรมวิธีการทำแชมเปญโรเซ่ก็น่าสนใจที่เดียว เพราะในขณะที่ไวน์โรเซ่ทำจากน้ำองุ่นที่บีบแบบให้สีของผิวองุ่นติดกันพอทำเนา แชมเปญโรเซ่กลับเป็นการผสมไวน์ปิโนต์ นัวร์ ลงไปในขั้นตอนการเบลนด์ครั้งสุดท้าย ซึ่งนอกจากจะทำให้สีของแชมเปญกลายเป็นชมพูระเรื่อแล้ว ยังทำให้ได้รสชาติที่กลมกล่อม ที่บรรดานักดื่มแชมเปญมักอธิบายไว้ว่าครีมมี่ มีรสเหมือนผลเบอร์รีป่า แต่ก็ยังคงความคมแหลมอันเป็นโครงสร้างรสชาติของแชมเปญคลาสสิกเอาไว้อย่างครบถ้วน
นอกจากในคลับบาร์แล้ว ที่ซูเปอร์มาร์เก็ตของญี่ปุ่นยังมีแชมเปญขายเป็นเรื่องเป็นราว เช่นที่ห้างอิเซตัน สาขาชินจุกุของญี่ปุ่นนั้น
แชมเปญโมเอ็ต (Moet & Chandon) และ เวิร์ฟ คลิโก้ต์ (Veuve Clicquot) เป็นดาวเด่น เพราะเขามีให้เลือกทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ไม่ว่าจะเป็น
Brut Yellow Label อันเป็นรุ่นคลาสสิก
Veuve Clicquot Rose ที่ผู้หญิงเก๋ๆ ทั่วโลกมักเลือกขวดนี้เป็นเครื่องดื่มยามรู้สึกทั้งสุขและเศร้า หรือแม้แต่กระทั่งรุ่นเด็ดๆ อย่าง
La Grande Dame Vintage ปีเด่นๆ มากมายที่คนนิยมแชมเปญมักรู้ดี
หากคนที่ชอบโมเอ็ต ที่อิเซตันนอกจากจะมีห้องโชว์ไวน์และแชมเปญด้านบนแบบธรรมดาแล้ว เขายังมีห้องใต้ดินที่เต็มไปด้วยแชมเปญทุกรุ่นทุกประเภท แสดงให้เห็นเลยว่าคนญี่ปุ่นนั้นชอบแชมเปญมากมายขนาดไหน คนไทยอย่างพวกเราพอไปเห็นก็รู้สึกตื่นเต้นเป็นธรรมดา โดยเฉพาะคนที่รักการเฉลิมฉลองในชีวิต (ที่มักมาคู่กับแชมเปญ) เมื่อเห็นแชมเปญรุ่นแปลก ๆ เช่นขวดใหญ่ที่เรียกว่า Magnum (เท่ากับขวดธรรมดา 2 ขวด) หรือแบบครึ่งขวด (Half Bottle) หรือรุ่นแปลกๆ เช่น Nectar Imperial ที่มีรสหวาน เสิร์ฟกับน้ำแข็งในแก้วทรงหลอดทดลอง กำลังเป็นที่นิยมมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในเทศกาลดอกซากุระและคริสต์มาส คนไทยที่นิยมการ (ดื่ม) ฉลองไม่แพ้กันก็พลอยตื่นเต้นไปด้วย
สำหรับคนที่ไปญี่ปุ่น และต้องการออกไปลองดูฉากกลางคืนของเขา ขอแนะนำย่านกินซา รอปปองหงิ อาโอยามา มารูโนจิ ที่มีแชมเปญบาร์อยู่เป็นจำนวนมาก และส่วนมากก็มีชื่ออยู่ในมิชลินไกด์ด้วย หรือหากอยากลองบาร์ที่พวกเราได้ไปกัน ก็สามารถเข้าไปดูรายละเอียดได้ที่
* * โอซากา บาร์ชื่อ Vano (http://r.gnavi.co.jp/c591800/)
** ที่โตเกียว บาร์ชื่อ Velours (Club) http://www.velours.jp/
** และคาราโอเกะบาร์ Lovenet (Luxury Karaoke) http://www.lovenet-jp.com/room/index.html เป็นต้น
ในเมื่อมนุษย์ให้กำเนิดเครื่องดื่มมึนเมาแล้ว มันก็อยู่คู่กับโลกใบวุ่นนี้มาตลอด ใครจะรัก เหงา สุข โศก ต้องแสวงหาเครื่องดื่มมีพรายฟองไว้ข้างกายเสมอ ไม่ได้สนับสนุนส่งเสริมให้ดื่มกันมากมายหรอกนะคะ แต่ถ้ารู้จักหาความสุขจากมันอย่างมีศิลปะก็ไม่ใช่เรื่องแปลก และขอให้รู้ตัวเสมอว่า เมาไม่ขับ ไม่นั่งหลังพวงมาลัย เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณและคนรอบข้าง...
หมายเหตุ : ข้อมูลเรื่องแชมเปญจาก บริษัท ดิอาจิโอ โมเอ็ท เฮนเนสซี่ (ประเทศไทย) จำกัด
ขอบคุณข้อมูลจาก