ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ ( Franz Josef Glacier )
Franz Josef เป็นเมืองเล็กๆ มีชื่อมากในเรื่องธารน้ำแข็ง จึงทำให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สำคัญที่สุดของฝั่งตะวันตกแห่งนี้ จะมีถนนไฮเวย์ตัดผ่านกลางเมืองพอดี ทันทีที่ไปถึงก็จะเห็นตัวเมืองสว่างไสวอยู่ท่ามกลางความมืด เพราะไฮเวย์ที่ผ่านมาไม่มีไฟส่องถนนเลย

เส้นทางเดินชมธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ
บริเวณรอบธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ จะมีเส้นทางเดินเท้าให้เลือกอยู่หลายระดับ และใช้เวลามากน้อยต่างกันไป แต่ละเส้นทางก็จะมีจุดชมวิวธารน้ำแข็งที่งดงามและไม่ไกลเกินไป สามารถเดินได้จากลานจอดรถซึ่งตั้งอยู่ปลายถนนกลาเซียร์แอ็คเซส

เส้นทางเดินเซ็นทินัลร็อค (Sentinal Rock Walk) ใช้ระยะเวลาเดินเพียง 20 นาที (ทางไป - กลับ) บนเส้นทางขึ้นเขา เพื่อชมทิวทัศน์ของธารน้ำแข็ง ทางเข้าอยู่ตรงลานจอดรถก่อนสุดถนนกลาเซียร์แอ็คเซส
เส้นทางเดินฟรานซ์โจเซฟกลาเซียร์ (Franz Josef Glacier Walk) ใช้ระยะเวลาเดินประมาณ 1 ชั่วโมงครึ่ง (ไป - กลับ) เริ่มต้นเดินที่ปลายถนนกลาเซียร์แอ็คเซสเพื่อเข้าไปดูธารน้ำแข็ง จากนั้นเดินตามแม่น้ำโวโฮเรื่อยไปยังส่วนปลายธารน้ำแข็งอันเป็นจุดสิ้นสุดทางเดิน ในบางช่วงต้องเดินบางพื้นกรวดขรุขระที่มีเชือกขึงไว้ไม่ให้เข้าไปใกล้บริเวณธารน้ำแข็ง เนื่องจากไม่สามารถคาดคะเนได้ว่าเมื่อไหร่ที่น้ำแข็งบริเวณส่วนปลายจะถล่มลงมา
เล่าขานตำนานเมารี
แต่เดิมชาวเมารีเรียกธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟแห่งนี้ว่า “คา รอยมาทา โอ ฮีเน ฮูกาเทเร (Ka Roimata o Hine Hukatere)” ซึ่งมีความหมายว่า “น้ำตาแห่งสตรีหิมะ (The Tears of the Avalanche Girl)” ตามตำนานได้เล่าว่าสตรีหิมะผู้นี้มีนามว่า “ฮีเน ฮูกาเทเร” ชื่นชอบการปีนภูเขามากจึงได้ชวนคนรักของเธอไปด้วยกัน แต่เมื่อปีนจนใกล้จะถึงยอดเขาชายคนรักของเธอก็พลัดตกลงมาเสียชีวิต ด้วยความโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก เธอจึงร้องไห้เสียน้ำตาออกมามากมายมหาศาล จนในที่สุดน้ำตาก็ได้แข็งเป็นธารน้ำแข็งไปชั่วกาลนาน
|
ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟและธารน้ำแข็งฟ็อกซ์
ธารน้ำแข็งที่มีชื่อเสียงมากที่สุดสองแห่งภายในอุทยานแห่งชาติเวสท์แลนด์ ได้แก่ ธารน้ำแข็งฟรานซ์โจเซฟ (Franz Josef Glacier)และธารน้ำแข็งฟ็อกซ(Fox Glacier) (จากที่มีทั้งหมดในเขตอุทยานประมาณ 60 สาย) จัดว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวหลักของประเทศที่เต็มไปด้วยความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติ โดยธารน้ำแข็งทั้งคู่มีความยาวประมาณ 13 กิโลเมตร
จุดเด่นที่แตกต่างไม่เหมือนกับธารน้ำแข็งที่อื่นนั่นก็คือ ธารน้ำแข็งทั้งคู่นี้ไหลมาจากบริเวณที่มีหิมะปกคลุมอยู่ตลอดเวลาไปยังเขตป่าดิบชื้นซึ่งอยู่ใกล้ทะเลเป็นอย่างมากและมีฝนตกอย่างต่อเนื่องลักษณะเช่นนี้ไม่สามารถพบได้ในที่อื่น หรืออาจกล่าวได้ว่าไม่มีที่ใดในโลกที่จะสามารถเข้าถึงธารน้ำแข็งในอุณหภูมิปกติได้ง่ายดายเช่นนี้
เครดิตข้อมูลและรูปภาพสวย ๆ จาก
- student.nu.ac.th
- www.motorhomehire.co.nz
- www.virginmedia.com
- www.webshots.com
|
|
 |
|