อังกฤษประเทศมหาอำนาจของโลก
ประเทศอังกฤษ (England)
เป็นดินแดนส่วนหนึ่งบนเกาะ “
บริเตนใหญ่ (Great Britain)” หรือที่เรียกกันว่า “
สหราชอาณาจักร (United Kingdom)” ซึ่งประกอบไปด้วย อังกฤษ สกอตแลนด์ เวลส์ และไอร์แลนด์เหนือ โดยอังกฤษมีขนาดของพื้นที่ใหญ่ที่สุด รวมไปถึงมีประชากรมากและหนาแน่นที่สุดอีกด้วย
นอกจากดินแดนทั้ง 4 แล้ว สหราชอาณาจักรยังมีดินแดนภายใต้การปกครองอื่นๆ กระจายอยู่ไปทั่วโลก ซึ่งก็เป็นที่มาของชื่อ “
ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน (The sun never set in the British Empire)” นั่นเอง
หลังจากที่มีการสถาปนาสหราชอาณาจักรขึ้นเป็นประเทศในปีค.ศ. 1607 อังกฤษจึงไม่ถือเป็นรัฐอิสระอีกต่อไป จะต้องใช้คำว่า “
ประเทศสหราชอาณาจักร (United Kingdom)” แทน แต่อย่างไรก็ดีในประเทศไทยยังนิยมใช้คำว่า “
อังกฤษ” กันอยู่
ในอดีตอังกฤษได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาอำนาจของโลก ซึ่งถึงแม้ในปัจจุบันจะไม่ใช่เบอร์หนึ่งของโลก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าอังกฤษยังคงเป็นประเทศที่มีอิทธิพลบนเวทีโลกอยู่เสมอ ที่สำคัญศักยภาพในด้านต่างๆ ของที่นี่ก็เป็นหลักฐานที่สะท้อนให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่ได้เป็นอย่างดี
ยกตัวอย่างเช่น ศักยภาพทางด้านกำลังทหาร ตั้งแต่อดีตอังกฤษคือประเทศผู้ล่าอาณานิคม อินเดีย ปากีสถาน มาเลเซีย พม่า หรือดินแดนของสหรัฐอเมริกาในปัจจุบันนี้ แต่เดิมก็เคยเป็นอาณานิคมของอังกฤษ เช่นเดียวกับประเทศไทยที่ต้องเสียดินแดน รัฐไทรบุรี กลันตัน ตรังกานู และปะลิส ให้อังกฤษ
มากไปกว่านั้นชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่ 1 สิ่งเหล่านี้แสดงให้เห็นถึงความยิ่งใหญ่และศักยภาพอันเข้มแข็งของกองทัพอังกฤษได้เป็นอย่างดี ซึ่งผลจากการที่อังกฤษใช้กองทัพเรือเป็นอาวุธในการล่าอาณานิคมและคุ้มครองกองเรือสินค้าไปยังประเทศต่างๆ นอกจากการล่าอาณานิคมจนได้ชื่อว่า “ดินแดนพระอาทิตย์ไม่เคยตกดิน” ทำให้ “ภาษาอังกฤษ” ได้แผ่กระจายไปทุกมุมโลก
นอกจากนั้นยังมีเหล่ามิชชันนารี หรือหมอสอนศาสนาที่ออกไปเผยแผ่คริสต์ศาสนา พร้อมทั้งความรู้ทางด้านการแพทย์ ก็ได้ใช้ภาษาอังกฤษในการสื่อสาร ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่ภาษาอังกฤษเป็นภาษาที่ทั่วโลกใช้เป็นภาษาสากล ซึ่งต้นกำเนิดของภาษาก็คือที่อังกฤษนั่นเอง
ความยิ่งใหญ่ของอังกฤษนั้น ไม่ได้มีเฉพาะแสนยานุภาพของกำลังทหารเท่านั้น ทางด้านศิลปะ วัฒนธรรม การเมือง การปกครอง ก็มีความเจริญควบคู่ไปด้วย โดยเฉพาะการเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อังกฤษคือแม่แบบของสิทธิและเสรีภาพอย่างชัดเจน ผู้คนที่นี่สามารถที่จะชุมนุม ตั้งกลุ่มประท้วง หรือออกมาพูดแสดงความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ ได้อย่างถูกกฎหมาย ซึ่งเป็นไปตามแบบฉบับของสังคมประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ทางด้านทรัพยากรธรรมชาติและแหล่งท่องเที่ยว ก็คงไม่มีใครปฏิเสธที่จะเดินทางมาอังกฤษ เพราะสถาปัตยกรรมที่สวยงาม ประวัติศาสตร์ที่น่าสนใจ รวมไปถึงมรดกโลกที่มีมากกว่า 10 แห่ง สิ่งเหล่านี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี
อังกฤษยังเป็นต้นกำเนิดของผู้ที่มีชื่อเสียงทางศิลปะวรรณกรรมมากมาย เพราะเมื่อพูดถึงวิลเลียม เชกสเปียร์ และวงดนตรี The Beatle แล้ว เชื่อเหลือเกินว่าน้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก
ทางด้านกีฬาที่นี่เป็นต้นกำเนิดของกีฬาหลากหลายประเภท เช่น คริกเก็ต เทเบิลเทนนิส หรือปิงปอง และโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฟุตบอล ซึ่งถือว่ากีฬาที่ได้รับความนิยมมากที่สุดประเภทหนึ่ง ก็มีต้นกำเนิดมาจากที่นี่ ซึ่งในปัจจุบันการแข่งขันฟุตบอลอาชีพของอังกฤษ หรือ Premier League ก็ได้รับความสนใจจากผู้ชมสูงที่สุด
แต่ดูเหมือนว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในช่วงศตวรรษที่ 18 จะเป็นช่วงเวลาที่ทำให้อังกฤษเพิ่มอำนาจในการเป็นประเทศผู้นำได้มากขึ้น ซึ่งช่วงเวลาดังกล่าวก็คือช่วงที่มีการปฏิวัติอุตสาหกรรมนั่นเอง โดยได้เริ่มขึ้นก่อนในประเทศอังกฤษ ซึ่งเป็นเจ้าอาณานิคมที่มีเมืองขึ้นรองรับผลิตภัณฑ์อยู่ทั่วโลกแล้วจึงได้ขยายไปทั่วยุโรป
การปฏิวัติอุตสาหกรรม (Industrial Revolution) เป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในอังกฤษ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ และเทคโนโลยี โดยเกิดขึ้นในคริสต์ศตวรรษที่ 18 และ 19 โดยมีจุดเริ่มจากการปรับปรุงเครื่องจักรไอน้ำจนกลายเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานที่มีประสิทธิภาพ และได้นำพลังงานที่ได้ไปกับรถไฟ เรือ เครื่องจักรในโรงงาน ให้ทำงานด้วยระบบอัตโนมัติ ซึ่งผลักดันให้เกิดการขยายตัวของแรงงานเป็นอย่างมาก รวมทั้งเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิตและได้ผลผลิตเพิ่มขึ้น
การปฏิวัติอุตสาหกรรมถือเป็นการก้าวกระโดดทางเทคโนโลยี ซึ่งก่อให้เกิดการพัฒนาในด้านต่างๆ ที่ตามมา ไม่ว่าจะเป็นระบบโรงงานและขั้นตอนการผลิตและการจัดการรูปแบบใหม่ ซึ่งที่ส่งผลมาจนถึงปัจจุบัน ซึ่งความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและการจัดการที่เริ่มขึ้นในสมัยนั้นเป็นจุดสำคัญของการขยายตัวอย่างที่แท้จริงของอุตสาหกรรมในอังกฤษ ซึ่งทำให้อังกฤษก้าวขึ้นมาเป็นประเทศผู้นำบนเวทีโลกจนถึงปัจจุบันนั่นเอง
สัปดาห์นี้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ รวมไปถึงศักยภาพในด้านต่างๆ ของอังกฤษที่ทำให้ที่นี่เป็นหนึ่งในมหาอำนาจของโลก ในสัปดาห์หน้าเราจะพาไปดูว่าทำไมที่นี่ถึงเป็นจุดหมายปลายทางสำหรับการเดินทางของใครหลายๆ คน และอย่าลืมติดตามรายการ “โลก 360 องศา” ทางททบ. 5 ทุกวันเสาร์ เวลา 21.30 น.
ขอบคุณข้อมูลจาก