England ตอนที่ 2 เมืองบาท (Bath)
“กินร้อน ช้อนกลาง ล้างมือ” ในช่วงนี้ผู้อ่านทุกท่านคงจะได้ยินกันบ่อยครั้ง แต่ที่สำคัญเมื่อได้ยินแล้วอย่าลืมปฏิบัติตามกันด้วย
ความสวยงามและเงียบสงบของเมืองบาทเป็นเสน่ห์ดึงดูดนักท่องเที่ยว เพราะตอนนี้ไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ใหม่ 2009 กำลังเป็นที่วิตกกันทั่วประเทศ ซึ่งแน่นอนว่าวิธีเหล่านี้สามารถที่จะลดจำนวนการติดเชื้อไข้หวัดนี้ได้
นอกจากนั้นแล้วการรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงสมบูรณ์อยู่สม่ำเสมอก็เป็นอีกทางที่ทำให้ห่างไกลจากภาวะร่างกายอ่อนแอ โดยเฉพาะในช่วงนี้ประเทศไทยมีอากาศเปลี่ยนแปลงบ่อย ทั้งร้อนทั้งฝนตกก็ต้องยิ่งระวังกันเป็นพิเศษ เมื่อพูดถึงเรื่องดินฟ้าอากาศที่เปลี่ยนแปลง ทำให้อดคิดถึง “ประเทศอังกฤษ” ไม่ได้ โดยเมื่อสัปดาห์ที่แล้วเราได้เรียนรู้ถึงประวัติศาสตร์และความเป็นมหาอำนาจของประเทศนี้ไปแล้ว ในสัปดาห์นี้เราจะพาไปติดตามองศาอื่นๆ ที่น่าสนใจของที่นี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านการท่องเที่ยว
ต้องยอมรับว่าอังกฤษเป็นประเทศที่มีภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงมาก ซึ่งอากาศโดยทั่วไปแล้วจัดอยู่ในประเภทค่อนข้างหนาว มีความชื้นสูง บางวันมีแดดออก บางวันก็มีหมอก และบางวันก็เกิดฝนตกลงมา แต่อาจจะเป็นเพราะสภาพอากาศที่เป็นเอกลักษณ์เช่นนี้ และเมื่อรวมกับภูมิประเทศที่สวยงามด้วยทิวเขา ทะเลสาบ ป่าไม้ และชายฝั่งทะเลแล้ว จึงทำให้ที่นี่มีเสน่ห์สำหรับใครหลายคน
อังกฤษเป็นดินแดนที่ยังคงรักษาธรรมชาติให้ปราศจากการทำลาย ซึ่งทำให้เกิดความสมดุลในธรรมชาติ ในขณะเดียวกันก็ได้มีการพัฒนาความเจริญทางด้านเทคโนโลยีที่ทันสมัยควบคู่กันไป มากไปกว่านั้นความหลากหลายของวัฒนธรรมที่หลั่งไหลเข้ามา รวมถึงประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน ดูเหมือนว่าการผสมผสานสิ่งต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างลงตัวจะเป็นอีกเหตุผลที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว โดยในปีที่แล้วชาวอังกฤษได้ต้อนรับขับสู้นักท่องเที่ยวที่เดินทางมาจากทั่วทุกมุมโลกกว่า 32 ล้านคน มหาวิหารบาท (Bath Abbey) สถานที่ท่องเที่ยวที่นิยมของชาวต่างชาติ
สำหรับการเดินทางมาประเทศอังกฤษในครั้งนี้ ทางทีมงานได้ใช้บริการสายการบิน Air Asia X ซึ่งเป็นสายการบินราคาประหยัดที่เปิดเส้นทางการบินสู่ทวีปยุโรป และได้เลือกอังกฤษเป็นประเทศปลายทาง โดยการเปิดเส้นทางสายใหม่ในครั้งนี้จะช่วยให้ทั้งทวีปเอเชียและยุโรปมีความใกล้ชิดสนิทสนมกันมากขึ้น เพราะเป็นอีกทางเลือกที่ช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้คนจากทั้งสองทวีปไปมาหาสู่กัน ได้แลกเปลี่ยนวัฒนธรรม รวมถึงการท่องเที่ยว เพื่อช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังตกต่ำไปทั่วโลก รวมถึงเป็นโอกาสที่ดีของนักท่องเที่ยวที่จะได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ต่างแดนในราคาที่ประหยัดมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งดินแดนเมืองผู้ดีแห่งนี้ ที่เชื่อว่าหลายๆ คนต้องมีความใฝ่ฝันว่าต้องมาสัมผัสที่นี่ให้ได้สักครั้งในชีวิต และถ้าใครมีโอกาสได้เดินทางมาที่นี่ มีสถานที่หนึ่งที่ต้องไปเยือนให้ได้ สถานที่แห่งนั้นก็คือเมืองบาท (Bath)
บาท (Bath) ตั้งอยู่ห่างจากลอนดอนไปทางตะวันตก 156 กิโลเมตร ซึ่งถ้าการจราจรไม่ติดขัดก็ใช้ระยะเวลาประมาณชั่วโมงครึ่ง ที่นี่เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ในหุบเขา มีประชากรทั้งหมดประมาณ 8 หมื่นคน
เมืองนี้ถือเป็นเมืองท่องเที่ยวที่ได้รับความนิยมจากชาวต่างชาติเป็นจำนวนมาก ซึ่ง
“มหาวิหารบาท (Bath Abbey)” ที่สร้างขึ้นตั้งแต่สมัยศตวรรษที่ 12 และยังคงตั้งตระหง่านเป็นสัญลักษณ์ของเมืองนี้ ก็เป็นอีกสถานที่สำคัญในเมืองนี้ที่ดึงดูดนักท่องเที่ยว
มหาวิหารแห่งนี้ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นมหาวิหารกอธิกที่ใหญ่ที่สุดในอังกฤษ และยังเชื่อกันอีกว่าลักษณะสถาปัตยกรรมแบบกอธิกภายในมีความสวยงามที่สุดในทวีปยุโรป ซึ่งถ้าคุณผู้อ่านได้มาถึงที่นี่ก็อย่าลืมสังเกตลักษณะเด่นภายในซึ่งมีอยู่ 3 ตำแหน่ง ซึ่งว่ากันว่าเป็นสิ่งที่นักท่องเที่ยวห้ามพลาดโดยเด็ดขาด
หลังคาพัดภายในมหาวิหารบาท ตำแหน่งแรกก็คือเพดาน ที่มีชื่อเรียกว่า
“เพดานพัด (Fan Vault)” โดยเพดานพัดนี้เป็นสถาปัตยกรรมแบบกอธิกซึ่งลักษณะสันของเพดานแยกออกไปเป็นแฉกคล้ายรูปพัด และต้องบอกว่าเป็นสถาปัตยกรรมที่มีเฉพาะในประเทศอังกฤษเท่านั้น
ตำแหน่งต่อมาก็คือหน้าต่าง ที่มีลักษณะของงาน
“กระจกสี (Stained Glass)” ซึ่งได้มีการนำกระจกสีมาตกแต่งหน้าต่างของมหาวิหาร และยามที่แสงแดดสาดส่องลงมาจะมีความสวยงามเป็นอย่างมาก และในตำแหน่งสุดท้ายก็คือผนังของมหาวิหารที่เต็มไปด้วยสุสาน โดยเชื่อกันว่าที่มหาวิหารแห่งนี้มีสุสานมากที่สุดในอังกฤษ
ที่เมืองบาทยังมีสถานที่น่าสนใจสำหรับนักท่องเที่ยว โดยเฉพาะหนอนหนังสือที่ติดตามอ่านงานเขียนของ
“เจน ออสติน (Jane Austin)” ก็ต้องแวะไปชม
“Jane Austin Center” โดยภายในแสดงวิถีชีวิตของชาวอังกฤษในช่วงศตวรรษที่ 18 ซึ่งเป็นช่วงที่เจน ออสติน ได้ใช้ชีวิตอาศัยอยู่ที่นี่ และช่วงเวลาดังกล่าวได้สร้างแรงบันดาลใจให้เธอในการสร้างวรรณกรรมที่มีชื่อเสียง เช่น Sense and Sensibility ซึ่งถูกนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ รวมไปถึง
Pride and Prejudice อีกด้วย
มากไปกว่านั้นที่นี่ยังมี
“พิพิธภัณฑ์แฟชั่น (Fashion Museum)” สถานที่เก็บรวบรวมเสื้อผ้าและเครื่องประดับของชาวอิงลิชในช่วงระยะเวลา 400 ปีที่ผ่านมา โดยชุดที่สำคัญคงจะเป็นชุดของสมเด็จพระนางวิกตอเรีย (Queen Victoria) นอกจากนั้นภายในยังมีมุมให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองสวมใส่ชุดในรูปแบบของอังกฤษสมัยก่อนอีกด้วย
นอกจากนี้แล้วที่เมืองบาทแห่งนี้ยังเป็นสถานที่เพียงแห่งเดียวในอังกฤษที่มีบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ โดยมีบ่อน้ำพุร้อน 3 แห่งด้วยกัน ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 46.5 องศาเซลเซียส และมีความเชื่อกันว่าแร่ธรรมชาติที่อยู่ในน้ำจะช่วยในการบำบัดโรค ชาวโรมันจึงได้สร้างเป็นสถานที่อาบน้ำ ก็เลยเป็นที่มาของชื่อเมืองว่า เมืองบาทนั่นเอง
งานกระจกสี (Stained Glass) จุดเด่นภายในมหาวิหารบาธ ซึ่งนอกจากจะนำมาอาบแล้วยังนิยมนำมาดื่ม ซึ่งในปัจจุบันก็มีบริการให้นักท่องเที่ยวได้ทดลองดื่มน้ำแร่ธรรมชาตินี้อีกด้วย ซึ่งต้องบอกว่ารสชาติก็จะปะเเล่มๆ ออกขมนิดหน่อย แต่ก็อย่างที่สุภาษิตไทยกล่าวไว้ “หวานเป็นลม ขมเป็นยา”
บาทได้รับการยกย่องเป็น “เมืองมรดกโลก” จากองค์การยูเนสโกเมื่อปี ค.ศ. 1987 ซึ่งดูเหมือนว่าซากปรักหักพังของ
“โรมัน บาท (Roman Bath)” ที่มีอายุกว่า 2,000 ปี จะเป็นหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ชิ้นสำคัญ และเมื่อปี ค.ศ. 2000 เมืองบาทได้นำเทคโนโลยีสมัยใหม่เข้ามาผสมผสานด้วยการเปิดตัวของสปาคอมเพล็กซ์ที่มีชื่อว่า
“เทอร์มา บาท สปา (Thermae Bath Spa)” ซึ่งเป็นวัฒนธรรมการทำสปาที่มีอายุกว่า 2,000 ปี และต้องบอกว่าเป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวจำนวนมาก และนี่ก็คือการผสมผสานประวัติศาสตร์และเทคโนโลยีได้อย่างลงตัวของที่นี่
มากไปกว่านั้นตึกรามบ้านช่องที่นี่ยังคงสภาพความสวยสง่างามในรูปแบบ
“จอร์เจียน (Georgian)” ซึ่งล้วนเป็นสีโทนน้ำตาลเหลือง ทำให้ปัจจุบันบาทได้รับการจัดให้เป็นเมืองแห่งศตวรรษที่ 21 ที่ประกอบไปด้วยศิลปะและวัฒนธรรมที่น่าสนใจ รวมถึงแหล่งช็อปปิ้งมากมายอีกด้วย
ขอบคุณข้อมูลจาก