ใต่สะพานหินโค้งที่ยาวที่สุดในโลก ค้นหาปริศนาแห่งยูทาห์ "ดินแดนหินสีแดง"
ด้วยภูมิประเทศเป็นหินแห้งแล้งทางตะวันออกเฉียงใต้ของ
รัฐยูทาห์ (Utah) แลดูคล้ายพื้นผิวดาวเคราะห์น่าอัศจรรย์ เสาหินขรุขระสลักเสลาเป็นรูปทรงทุกแบบเท่าที่จะนึกฝัน โผล่ขึ้นมาจากพื้นทะเลทราย แต่ที่น่าพิศวงกว่านั้นคือ ซุ้มหินโค้งราว 200 ซุ้มที่เปิดเป็นช่องประตูนหมู่กำแพงหิน ทำให้แถบนี้ได้ชื่อว่า อุทยานซุ้มหินโค้ง
อุทยานแห่งชาติสะพานหินโค้ง หรือ อุทยานซุ้มหินโค้ง หรือ
อุทยานแห่งชาติอาร์เชส (Arches National Park) ตั้งอยู่ทางตะวันออกเฉียงใต้ของรัฐยูทาห์ เขตอุทยานแห่งชาติหินโค้งมีเนื้อที่ 300 ตารางกิโลเมตร มีสะพานหินโค้งมากกว่า 200 แห่ง
สะพานหินโค้งแลนด์สเคป ยาวกว่า 89 เมตร เป็นสะพานหินโค้งที่ยาวที่สุดในโลก แต่ช่วงสะพานมีช่วงเปราะบางมาก มีช่วงหนาเพียง 1.8 เมตร เชิงสะพานเป็นหินทรายยื่นออกจากหินโผล่ขรุขระเหนือพื้นหุบผาชันด้วยความสูง ประมาณ 30 เมตร และ มีสะพานหินโค้งเดลิเคต ซึ่งสะพานแห่งนี้สูงโดดเด่นเหนือของแอ่งหินขนาดใหญ่ ตัวสะพานสูงเท่าตึก 7 ชั้น เป็นจุดเด่นของอุทยานแห่งนี้
ซุ้มแลนด์สเคป เป็นซุ้มธรรมชาติที่ยาวที่สุดในโลก ลักษณะเป็นแถบหิน หนาไม่ถึง 1.8 ม. และวัดระหว่างผนังค้ำยันสองด้านได้ยาวถึง 89 ม. "ตาปลาวาฬ" คือช่องใต้สะพานมหึมา ซุ้มหินโค้งที่สะดุดตาที่สุดคือ ซุ้มเดลิเคต ตั้งอยู่โดดๆ มีรูปร่างเหมือนตัวยูกลับหัว ด้านข้างเอียงลาด
ซุ้มนี้ตั้งอยู่ริมลานรูปอัฒจันทร์ตามธรรมชาติ ซุ้มหินโค้งรูปทรงอื่นๆในอุทยานแห่งชาติของสหรัฐอเมริกานี้ ยังมีชื่อที่เปี่ยมจินตนาการอีกมาก บางซุ้มมีรูปร่างคล้ายคน สัตว์ หรือสิ่งของอย่างไม่น่าเชื่อ "เทวทูตมืด" เป็นยอดหินดำสูง 38 ม. ตระหง่านอยู่เหนือบริเวณที่เรียกว่า "สวนปีศาจ" และ "หอคอยบาเบล" เป็นแท่งหินที่มีลักษณะเหมือนซี่โครงสูงลิ่วถึง 150 ม.
ประติมากรรมธรรมชาติ
ซุ้มหินโค้งเกิดจากการกัดกร่อนของหินทราย ซึ่งประกอบด้วยเม็ดแร่ควอตซ์ ที่ประสานติดกันด้วยซิลิกาหรือแคลเซียมคาร์บอเนต และเคลือบด้วยสารประกอบของเหล็ก จึงทำให้หินมีหลายสี หินทรายในบริเวณนี้อยู่เหนือชั้นเกลือหนา ด้วยแรงกดทับจากหินด้านบน ทำให้เกลือแทรกเข้าไปในชั้นหินส่วนที่เป็นเนื้ออ่อนได้
เกลือที่ซึมเข้าไปในเนื้อหินดังกล่าว จะเคลื่อนตัวดันให้หินทรายผุดสูงขึ้นเป็นรูปโดม แล้วทำให้หินทรายนั้นแตกร้าวและขยายตัวออก มีลักษณะคล้ายครีบวางขนานต่อๆกันนับร้อยๆครีบ แต่ละครีบอยู่ห่างกัน 3-6 ม. น้ำจะซึมลงไปตามรอยต่อ หินที่เป็นครีบเหล่านี้ถูกสภาพอากาศกัดกร่อนได้ง่ายกว่าส่วนอื่นก็จะแตกสลาย ไปก่อน บางแห่งชั้นหินด้านล่างสึกกร่อนไปก่อนชั้นหินด้านบน จึงเกิดเป็นซุ้มหินโค้ง
ธรรมดาแล้ว ซุ้มหินโค้งจะก่อตัวขึ้นอย่างช้าๆจนแทบสังเกตไม่เห็น แต่บางครั้งอาจเปลี่ยนแปลงฉับพลัน เช่น ในปี 1940 แท่งหินทรายขนาดมหึมาได้ถล่มลงมาจากช่อง
ซุ้มเส้นขอบฟ้า (Skyline Arch) ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น
"ซุ้มที่กำลังก่อตัว" ทำให้มีขนาดใหญ่ขึ้นกว่าเดิมถึงสองเท่า
รัฐยูทาห์ในแถบนี้ ได้ชื่อว่า
"ดินแดนหินสีแดง" แต่ที่จริง เราพบสีแทบทุกสีได้ในดินแดนกึ่งทะเลทรายที่แทบไม่มีพืชขึ้นบดบังแห่งนี้ หินบางรูปทรงมี "น้ำมันเคลือบเงาทะเลทราย" เคลือบอยู่ น้ำมันนี้เคลือบหินให้เป็นเงาด้วยแร่ธาตุที่เหลืออยู่หลังจากvที่น้ำระเหยไป หมด เมื่อชาวสเปนซึ่งเป็นผู้นำม้าเข้ามาสู่อเมริกาเข้ามาถึงบริเวณนี้ในศตวรรษ ที่ 17 ชนเผ่ายูตีได้สลักลายเส้นเป็นรูปคนขี่ม้าลงบนน้ำมันเคลือบนี้
ภูมิอากาศในแถบซุ้มหินโค้งค่อนข้างแล้ง มีปริมาณฝนต่อปีต่ำกว่า 250 มม. อุณหภูมิลดต่ำกว่าจุดเยือกแข็งในฤดูหนาว แต่อาจสูงถึง 38 องศาเซลเซียส หรือvกว่านั้นในฤดูร้อนโดยหินจะร้อนถึง 66 องศาเซลเซียส แต่ยังมีต้นเฟิร์นและกล้วยไม้ขึ้นงอกงามได้ในที่เย็นขึ้น เช่น ชะเงื้อมหินหรือขอบด้านในซุ้ม
ตอนกลางวันแทบไม่มีสัตว์ชนิดใดออกมาให้เห็น แต่เมื่อค่ำคืนมาถึง ทะเลทรายก็กลับมีชีวิตเมื่อสรรพสัตว์ เช่น แมวป่าบ็อบแคตและกวางหางดำหูยาว ออกหากินท่ามกลางก้อนหินที่ดูราวเงาอสูรใต้แสงจันทร์
ขอบคุณข้อมูลจาก