ห้องน้ำ
ทุกคนเคยได้ยินคำว่า
"ว๊อชเลท" ไหมคะ? มันเป็นชื่อรุ่นของโถสุขภัณฑ์ชนิดทำความสะอาดได้ในตัวของบริษัทโตโต้ แต่ก่อนคนญี่ปุ่นก็เรียกชื่อเต็มๆว่า "โถสุขภัณฑ์ชนิดทำความสะอาดได้ในตัว" แต่ตอนนี้คำว่า
"ว๊อชเลท" ก็เป็นที่นิยมใช้อย่างกว้างขวางในภาษาญี่ปุ่นค่ะ
โถสุขภัณฑ์ชนิดทำความสะอาดได้ในตัวของโตโต้
ที่ญี่ปุ่นว่ากันว่ามีการใช้โถสุขภัณฑ์ระบบน้ำล้างกว่า 90.7% และเป็นแบบตะวันตก(ชักโครก)อีกกว่า89.6% การสำรวจการบริโภคของสำนักงานรัฐมนตรี พบว่ากว่า 65.4% เป็นระบบที่นั่งแบบที่ให้ความอบอุ่นได้ในตัวอีกด้วย นั่นหมายความว่า ปัจจุบันมีบ้านของคนญี่ปุ่นที่มีเจ้าว๊อชเลทที่ชำระล้างได้ในตัว แถมฝารองนั่งก็ปรับอุณหภูมิได้นั้น มีเกือบ 70% แล้ว เรียกได้ว่าเป็นที่นิยมมากเลยใช่ไหมคะ
ชาวต่างชาติที่เคยได้มีโอกาสใช้เจ้าห้องน้ำรุ่นใหม่นี้ ต่างก็เอ่ยชื่นชมเป็นเสียงเดียวกันถึงเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำ เรื่องห้องน้ำตามห้างหรือโรงแรมหรูๆ ก็คงรู้กันดีอยู่ แต่ทว่าแม้แต่ห้องน้ำตามสวนสาธารณะหรือสถานีรถไฟต่างๆ ก็สะอาดสะอ้านน่าใช้ เพียบพร้อมไปด้วยอุปกรณ์อำนวยความสะดวก ถ้าอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นแทบจะไม่ต้องกังวลใจเรื่องห้องน้ำเลยล่ะค่ะ ยิ่งสมัยนี้ห้องน้ำบางแห่งที่ตกแต่งไว้อย่างสวยมากอย่างน่าตกตะลึงก็มีให้เห็นอยู่บ่อยๆ
ห้องน้ำที่ชิบูย่า ฮิคาเรีย (ห้องสวีท)
ด้วยเหตุนี้เองคนญี่ปุ่นที่เคยชินกับห้องน้ำแสนสะดวกเหล่านี้เวลาไปเที่ยวต่างประเทศ สิ่งแรกที่จะกังวลกันมากก็คือ สภาพห้องน้ำของประเทศนั้นๆ เวลาเพื่อนชาวญี่ปุ่นของฉันมาที่เมืองไทย สิ่งหนึ่งที่ฉันต้องคอยเตือนพวกเค้าตลอดว่า “อย่าทิ้งกระดาษชำระลงโถนะ!” มาถึงตอนนี้ฉันก็คิดว่าเป็นเรื่องปกติไปแล้ว แต่เรื่องโถสุขภัณฑ์ที่ไม่สามารถทิ้งกระดาษชำระลงไป เป็นเรื่องน่าประหลาดใจอยู่ไม่น้อยเลยค่ะสำหรับชาวญี่ปุ่น
ที่เมืองไทยเองก็มีสิ่งที่คล้ายๆกับว๊อชเล็ตของที่ญี่ปุ่นนะคะ ก็เจ้าสายฉีดที่มีเตรียมไว้ให้ข้างๆโถสุขภัณฑ์ไงคะ ต้องขอบอกเลยว่า ฉันใช้ไม่เก่งเลยค่ะ เรื่องการใช้เจ้าสายนี้ บางทีก็ทำกระเด็นจนเปียกเลอะเทอะ ไม่ชอบเลยค่ะ อยู่เมืองไทยมาก็หลายปีก็ยังใช้ไม่เก่งเลยสักที คนไทยเองไม่คิดว่าเจ้าสายยางนี่มันใช้ยากบ้างหรอคะ?
ว็อชเล็ทแบบไทยๆ
ช่วงนี้อาจจะไม่ค่อยเห็นแล้ว แต่ว่าที่เมืองไทยยังมีโถสุขภัณฑ์อีกประเภทหนึ่ง ที่ไม่ใช่แบบนั่ง แต่เป็นแบบนั่งยองๆ ที่เรียกว่า
“คอห่าน” ที่ญี่ปุ่นเองก็มีแบบนี้นะคะ เราเรียกกันว่า
“วะชิกิโทะอิเระ”(ห้องน้ำแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น) แต่ของที่เมืองไทยค่อนข้างแปลก คือ ตั้งเป็นแท่นสูงขึ้นมา มองๆดูแล้วไม่มั่นคงแล้วที่วางเท้าก็แคบเอาเท้าวางยากจังค่ะ (สงสัยจะเป็นแค่ฉันคนเดียวมั้ง 555) แล้วทราบไหมคะว่าสิ่งที่แตกต่างอีกอย่างหนึ่งคืออะไร? คำตอบก็คือทิศทางการหันหน้าค่ะ ที่ญี่ปุ่นเราจะหันหน้าเข้าหากำแพง แต่ที่ไทยจะหันหน้าออกมาใช่ไหมคะ? ตัวฉันเองก็ยังไม่ชิน เวลาใช้โถแบบนี้ที่เมืองไทย ก็ยังแอบหันหน้าเข้ากำแพงอยู่บ่อยๆ 55555
โถสุขภัณฑ์คอห่านแบบไทย
“วะชิกิโทะอิเระ”(ห้องน้ำแบบดั้งเดิมสไตล์ญี่ปุ่น)
ฉันเองก็ไม่เคยเห็นนะคะ แต่ว่าทั้งที่ญี่ปุ่นและที่ไทยเองก็จะมีป้ายที่คอยบอกวิธีการนั่งโถสุขภัณฑ์ที่ถูกต้อง ซึ่งคงงงว่าทำไมต้องบอกด้วยนะ ตลกดี เรื่องปกติธรรมดาแท้ๆ แต่ก็อย่างว่าแหละค่ะ คนที่ไม่รู้จริงๆก็มีใช่ไหมล่ะคะ
ป้ายบอกวิธีนั่งที่ถูกต้องในห้องน้ำที่ญี่ปุ่น
ป้ายบอกวิธีการนั่งที่ถูกต้องในห้องน้ำที่ไทย
โถสุขภัณฑ์รุ่นใหม่ๆของที่ญี่ปุ่นที่มีผลิตออกมาอย่างไม่หยุดยั้งนั้น มักจะมีแผงควบคุมที่เป็นปุ่มกดนู่นนี่นั่นเยอะแยะมากมาย บางทีก็แอบใช้ยากจนสับสนได้เหมือนกันค่ะ อ้อ...แล้วบางยี่ห้อก็เป็นระบบน้ำไหลเองเมื่อลุกขึ้นนะคะ บางคนก็หาปุ่มกดชักโครกแทบแย่เลย แต่ทว่าบางแห่งก็ยังต้องกดน้ำเองอยู่นะคะ ก็ระวังเรื่องการทำธุระเสร็จแล้วลืมกดน้ำกันด้วยนะคะ *^^*
แผงควบคุมในห้องน้ำที่ญี่ปุ่นค่ะ
แผงควบคุมโถสุขภัณฑ์ของห้องน้ำที่ห้างเทอร์มินัล21
ทราบมาว่าตอนที่ที่เมืองไทยเอง ก็มีห้องน้ำแสนสะดวกสบาย
“ว๊อชเลท” นำเข้ามาให้ใช้กันแล้ว สำหรับใครที่อยากลองใช้เจ้าโถสุขภัณฑ์ที่มีระบบอุ่น เบาะที่รองนั่งระบบชำระล้างอัตโนมัติและแถมท้ายด้วยระบบเป่าลมอุ่นๆ เพื่อความแห้งสบายหลังทำธุระเสร็จ ก็ไปลองกันได้ ที่ห้างเทอร์มินัล 21 สถานีบีทีเอสอโศกนะคะ
ขอบคุณรูปภาพประกอบและแหล่งอ้างอิง
1.http://www.toto.co.jp/products/toilet/t00034/index.htm
2.http://www.stat.go.jp/data/jyutaku/2008/nihon/2_5.htm
3.http://www.esri.cao.go.jp/jp/stat/shouhi/2012/1203shouhi.html
4.http://www.beautynewstokyo.jp/news/body-relaxation/
5.http://www.re-estate.net/re-blogs/parts/20120105182044/attachment/%E5%86%99%E7%9C%9F/
6.http://4travel.jp/overseas/area/asia/thailand/ayutthaya/travelogue/10130616/
7.http://shinchiku.homes.co.jp/words/img/data/10000060-02.jpg
8.http://blogs.yahoo.co.jp/niran2525/60779297.html
9.http://board.postjung.com/597627.html
เรื่องโดย: Ueki Takako
เรียบเรียงโดย: ทีมงานโรงเรียนสอนภาษาญี่ปุ่น Jat.
ขอบคุณข้อมูลจาก: