Follow Us




บุฟเฟ่ต์โรงแรม Novotel Platinum (โรงแรม โนโวเทล แพลทตินั่ม )

หลังจากที่ห่างหายการไปชิมบุฟเฟต์มานานพอสมควร วันนี้ได้กลับมาชิมอาหารบุฟเฟ่ต์อีกครั้งนึง รู้สึกตื่นเต้นค่ะ ^_^



เพราะว่าวันนี้ เราได้กลับมาที่ห้องอาหาร เดอะ สแควร์ ที่โรงแรมโนโวเทลกันอีกครั้ง



ถ้าใครติดตาม iLove อยู่คงจะเห็นแล้วว่า พวกเราไป The Square กันมา 2 สาขา ทั้งสีลม เพลินจิต



แต่วันนี้ เรามากันที่โนโวเทล แพลทตินั่ม เวลาไป Central World ก็เห็นบ่อยๆ เลยนะ ยังคิดว่า จะเหมือนกันมั้ย วันนี้ ก็ได้มาพิสูจน์กันค่ะ 

สำหรับ Novotel Platinum ที่เรามากันวันนี้ จะเป็นบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันนะคะ



มาเริ่มที่บรรยากาศกันเลย บรรยากาศของห้องอาหาร เดอะ สแควร์ เป็นสไตล์นั่งสบายๆ เรื่อยๆ เหมือนกับ ที่สีลม และเพลินจิตเลยค่ะ



เพียงแต่เค้าก็มี Theme เป็นของตัวเองคือ เป็นสไตล์ Fisherman ก็คือ ประมงสไตล์นั่นเอง อิอิ คือเค้าจะใช้ โคมไฟที่มีลักษณะเหมือนข้องจับปลามาตกแต่ง



สไตล์ และบรรยากาศโดยรวมเป็นโทนอบอุ่น นั่งสบาย ไม่หวือหวาค่ะ



Layout และ Spacing ก็ไม่รู้สึกว่า ห่างไกลจากไลน์อาหาร และไม่อึดอัดแต่รับลูกค้าได้เยอะทีเดียวค่ะ



และแน่นอนว่า ถึงแม้สีสันจะคลุมโทนดูขรึมเล็กน้อย แต่ก็ยังแสดงออกถึงความสดใส สดชื่นด้วยการแซมเก้าอี้สีเขียวตอง เข้ามาช่วยทำให้ดูไม่น่าเบื่อเกินไปค่ะ



พอจะอิ่มเอมกับบรรยากาศไปบ้างแล้วใช่มั้ยคะ



มาดูไลน์อาหารของเค้ากันบ้างดีกว่า ไลน์เค้าก็จัดอยู่บริเวณริมด้านหนึ่งของห้องอาหาร



ถึงจะดูเล็ก แต่ขอบอกว่า มีครบเลยค่ะ ทั้งของหวานแบบเบเกอรี่ ค็อกเทล ผลไม้ ขนมแบบไทยๆ



มีพิซซ่า Hot Dish และ Cutting แต่ความพิเศษอยู่ที่พิซซ่าค่ะ พิเศษยังไง ไปอ่านตรงช่วงชิมอาหารแล้วกันนะคะ อิอิ ^o^



นอกจากนี้ก็ยังมีมุม Grill Station



และที่เป็นพิเศษเลยคือ มุมอาหารจีน พิเศษยังไง อุบไว้ก่อน (อีกแล้ว)



ไม่อุบแล้ว เล่าเลยดีกว่าสำหรับอาหารจีน



ถามว่าพิเศษอย่างไร สำหรับอาหารจีน ก็เพราะเชฟใหญ่ของห้องอาหาร The Square Platinum นี้ เป็นลูกครึ่งจีนค่ะ



เค้าถนัดแนวอาหารจีนเป็นอย่างมาก



มุมอาหารจีน ก็จะมีติ่มซำ



และของทอดสไตล์จีน



แต่จุดเด่นที่ได้ชิมแล้วรู้สึกประทับใจสุดๆ คือเป็ดย่าง หมูกรอบ หมูแดงค่ะ



หมูกรอบคือ กรอบจริงๆ ไม่ได้กรอบแข็ง สำหรับบางร้านที่เคยทาน เวลาที่เราวางทิ้งไว้ซักระยะนึง มันจะแข็งโป๊ก แต่ของที่นี่ไม่แข็งค่ะ ยังกรอบ ทานได้เรื่อยๆ สำหรับเป็ดย่าง เนื้อเป็ด เหนียวนุ่มกำลังดี รสชาติครบรส รู้สึกว่า ไม่จำเป็นต้องจิ้มน้ำจิ้มเลยค่ะ



จริงๆ เราจะเลือกทานเป็นบะหมี่เป็ดย่างหมูกรอบก็ได้นะคะ





จุดเด่นอีกอย่างของอาหารในวันนี้คือ วันที่เรามา เป็นวันพฤหัส ก็จะเป็น ล็อบสเตอร์ (สำหรับวันอื่นๆ จะเป็นอะไรบ้าง สามารถ Scroll ลงไปอ่านได้ที่ท้ายบทความนะคะ)



ล็อบสเตอร์จะอยู่ตรง Grill Station นะคะ



และนอกจาก ล็อบสเตอร์แล้วก็ยังมี ของทะเลอย่างอื่นอีกด้วยนะ



ทั้งปลาแซลมอน ปลาดอรี่ น้ำจิ้ม ก็จะมีให้เลือกแบบแจ่ว กับซีฟู๊ดค่ะ



สำหรับแนวเนื้อย่าง ก็มีด้วยไม่ต้องห่วงสำหรับคนชอบทานเนื้อย่าง หมูย่างค่ะ



ใกล้ๆ กันกับ Grill Station ก็คือ Hot Dish ค่ะ















และที่ขาดไม่ได้คือ มุมสปาเก็ตตี้ มีทั้งไส้กรอก แฮม เห็ด เบคอนให้เลือกค่ะ



และก็ตามสูตร พวกเราก็มักจะสั่ง คาโบนาราเสมอ เพราะจำได้ว่า ของที่เพลินจิตอร่อยนะ ก็อยากรู้ว่า จะเหมือนกันหรือเปล่า ตอนได้ตรงนี้เลยว่า เหมือนกันค่ะ รสชาติกลมกล่อม เข้มข้น เค็มกำลังดีค่ะ



อ๊ะ เดินไล่มาถึงพิซซ่าแล้วค่ะ อิอิ อะไรพิเศษนะ??



ความพิเศษคือ เราสามารถเลือกหน้าได้ว่า เราอยากได้พิซซ่าหน้าอะไร เชฟเค้าจะอบให้ใหม่เลยค่ะ แต่ข้อเสียคือ ทั้งถาดก็จะเป็นหน้าที่เราสั่ง และด้วยความรับผิดชอบคือ เราควรจะทานให้หมดในสิ่งที่เราสั่ง ^^'' ก็เลยคิดว่า น่าจะเหมาะกับการมาเป็นหมู่คณะมากกว่าค่ะ อิอิ



มาถึงอาหารไทย กันบ้าง ก็มีให้นะคะ สำหรับคนที่ชอบทานอะไรจัดจ้านสไตล์ไทยๆ



และในวันนี้ที่เรามาก็เป็นช่วงเทศกาลกินเจค่ะ ทางห้องอาหารก็จัดเตรียมอาหารเจไว้ด้วยค่ะ





สลัดๆๆๆ ผักเลิฟเว่อร์ ก็ไม่ต้องกังวลใจ











มุมอาหารญี่ปุ่นที่รอคอย ก็เป็นอีก 1 ความชอบใจของคนรักปลาแซลมอนค่ะ เดินมาดูแล้วรู้สึกได้เลยว่า ต้องอร่อยแน่ ดูมันฉ่ำๆ และก็อร่อยจริงๆ ด้วยค่ะ ชอบจัง



เค้าก็มีซูชิอย่างอื่นอีกด้วยนะคะ



ที่ชอบใจอีกอย่างก็ไข่หวานค่ะ ไม่แห้ง และหวานเกินไป รสชาติกำลังดีเลยค่ะ



มุมอาหารญี่ปุ่น ก็ไม่ทำให้ผิดหวังจริงๆ





มาถึงมุมของหวานกันเลยค่ะ



มีไอศครีมแบบ Home Made ให้เลือกทาน และ Topping หลากหลาย



ตามสไตล์บุฟฟเฟต์ The Square



หน้าตาแบบนี้ดูไม่ออกใช่ม๊า ว่ามันคือเต้าส่วนค่ะ



ของหวานเยอะจริงๆ ค่ะ และหน้าตาสวยงาม น่าถ่ายรูป และก็น่าทานทั้งนั้นเลย



ถ้าจะให้แนะนำ คงจะบอกว่า ทานทีละน้อยนะคะ จะได้ชิมได้ครบ



พวกเราก็ได้ชิมเกือบครบค่ะ ก็ค่อนข้างถูกปากและถูกใจ



โดยเฉพาะพวก พานาค็อตต้า ผลไม้ต่างๆ  และ ครีม บูเร่ เค้าทำได้ดีและอร่อยจริงๆ ค่่ะ



และเมนูของหวานที่แนะนำอีกอย่างคือ Bread Butter Pudding ค่ะ เป็นเค้าเนื้อนุ่ม รสชาติหวานนิดๆ มันหน่อย เห็นตอนแรกนึกว่า จะเลี่ยนมาก แต่ทาง PR บอกว่า เมนูนี้ ต้องมีทุกวันเลย เพราะแขกติดใจกันเยอะ ก็เลยต้องลองชิมค่ะ และก็อร่อยจริงๆ ไม่ได้เลี่ยนเว่อร์ คนที่ชอบความเป็นนม เนย หอมเค้ก พวกนี้น่าจะชอบค่ะ



ขนมอย่างอื่น ให้ดูกันเป็นอาหารตา อยากรู้ว่าอร่อยยังไง ต้องมาลองชิมด้วยตัวเองค่ะ ^o^/



พานาค็อตต้า จะอยู๋ในถ้วยเล็กๆ แบบนี้ค่ะ

















จบลงแล้วสำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน วันธรรมดา มาต่อกันเลยที่บุฟเฟ่ต์สไตล์วันอาทิตย์ อย่าง Sunday Brunch ค่ะ



ความพิเศษของวันอาทิตย์ ก็อย่างที่คอบุฟเฟ่ต์คงจะทราบกันอยู่แล้วว่า Sunday Brunch จะมีความพิเศษ กว่าวันอื่นๆ



เพราะเป็นบุฟเฟ่ต์มื้อพิเศษสำหรับทุกคนในครอบครัวค่ะ



อาหาร และบริการสำหรับวันนี้ ก็จะมีเพิ่มเข้ามา และแตกต่างออกไปจากวันอื่นๆ



ความพิเศษมีอะไรบ้าง ก็จะมีอาหารเมนูพิเศษของแต่ละตั้งแต่วันจันทร์ถึงเสาร์ มารวมกันในวันนี้เลยทีเดียว





อ่ะ ที่เห็นชัดๆ เลยคือ นอกจากจะมีน้ำเปล่าเสิร์ฟให้แล้ว ก็ยังมีน้ำผลไม้ในไลน์บุฟเฟ่ต์ด้วยค่ะ



และที่บอกว่า เมนูพิเศษของแต่ละวันมารวมกันในวันนี้ ก็มีจริงๆ ค่ะ ทั้งเนื้อนกกระจกเทศ, กุ้งลายเสือ, เนื้อแกะ, ล็อบสเตอร์, หอยนางรม และตับห่าน





มารวมตัวกันให้ทุกคนได้เลือกทานในสิ่งที่ตัวเองชอบค่ะ



และในไลน์ส่วนอื่นๆ ก็จะมีเพิ่มเข้ามาอีกนิดๆ หน่อยๆ



รู้สึกเห็นได้ชัดเหมือนกันว่า ดูหลากหลาย และเยอะกว่าวันอื่นจริงๆ ค่ะ





อย่างมุม Cutting ก็มีสิ่งที่เพิ่มเข้ามาคือ หมูย่างสอดไส้ผักโขม







พิซซ่าก็มาไม่ขาดสาย วันนี้ได้ชิมด้วยก็รู้สึกชอบตรงที่แป้งบางค่ะ ไม่ได้รู้สึกทานแป้งเข้าไปอย่างหนักจนอิ่มเกิ๊น



สิ่งประทับใจที่สุดในบุฟเฟ่ต์วันนี้คือกุ้งลายเสื้อค่ะ อร่อยจริงๆ เนื้อหวานนิดๆ สด เวลาแกะทาน เนื้อจะไม่ร่วนซุยเละเลยค่ะ เอาไป 5 ดาวกันเลย ^o^





นอกจากนี้ ก็ยังมี Seafood on ice ด้วย มีอะไรบ้าง ก็จะมีพวก หอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ หอยนางรม กุ้ง ปู พร้อมสรรพครบเครื่องเรื่องทะเล

















อีกมุมที่ประทับใจ คืออาหารญี่ปุ่นที่ถูกออกแบบมาอย่าง Creative ค่ะ ที่เห็นกรวยๆ แบบนี้ คือ เวเฟอร์ชาเขียวห่อ ปูอัด และผัก พร้อมไข่ปลา



ที่อื่นเค้ามี แคลิฟอร์เนียโรลกัน แต่ที่นี่ไม่ ขอชั้นแตกต่าง ^o^



ก็เลยขอให้คะแนนส่วนตัวสำหรับความคิดสร้างสรรค์อันนี้ เอาไป 5 ดาวสำหรับหน้าตา ส่วนเรื่องรสชาติ ถ้าเพิ่มไข่หวานเข้าไป น่าจะสุดยอดไปเลยค่า (คิดเอาเอง) ให้ 4 ดาวละกันค่า ^o^



สำหรับ Hot Dish ก็มีเพิ่มเข้ามาบ้างอีกเล็กน้อยค่ะ







มุมขนมของ Sunday Brunch มีอะไรบ้าง



ส่วนใหญ่ก็เหมือนเดิมค่ะ



จะมีเพิ่มมาบ้าง หรือเปลี่ยนไปบ้าง



อย่างวันก่อนที่เราไปเป็นเต้าส่วน แต่วันนี้ เป็นสาคูถั่วดำค่า























และนอกจากนี้ ก็มีดนตรีสด ด้วยสำหรับวันอาทิตย์









เท่านั้นยังไม่พอค่ะ ทางห้องอาหาร ก็ยังเอาใจเด็กๆ ด้วยการพา Ginger Bread man มาให้ถ่ายรูปกันด้วย





และเค้าก็ยังจัดพื้นที่ส่วนตัวสำหรับเด็กให้ทำกิจกรรม เล่นเกมเพลินๆ ได้อีกด้วย







ว่าแล้วค่ะว่า Novotel ไม่ทำให้ผิดหวังอีกเช่นเคย ช่วงนี้เค้ามีโปรโมชั่นพิเศษ ราคาไม่แพง น่ามาลองดูนะคะ ถ้าใครชอบ ห้องอาหาร เดอะ สแควร์อยู่แล้ว ควรมาลองเป็นอย่างยิ่งค่า ^o^



เมนูพิเศษประจำวัน
จันทร์ - เนื้อนกกระจกเทศ
อังคาร - กุ้งลายเสือ
พุธ - เนื้อแกะ
พฤหัสบดี - ล็อบสเตอร์
ศุกร์ - หอยนางรม
เสาร์ - ตับห่าน
อาทิตย์ - รวมความพิเศษของทุกวัน (เป็น Sunday Brunch)

บุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ราคาหัวละ 799++ (รวมน้ำเปล่าแล้ว)
บุฟเฟ่ต์วันอาทิตย์ Sunday Brunch ราคาหัวละ 1,099++ (รวมน้ำเปล่า และน้ำผลไม้ในไลน์บุฟเฟ่ต์แล้ว)
โปรโมชั่นตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ธันวาคม 2555 คือ มา 2 จ่าย 1


วันที่ไปรีวิว : 18-10-2555
ราคาอาหาร โปรโมชั่น และอื่นๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามเพิ่มเติมกับทางร้านก่อนไปใช้บริการ


ข้อมูลร้าน
ที่ตั้ง :
โรงแรมโนโวเทล แพลทตินั่ม (ขึ้นลิฟท์ไปชั้น Lobby)
Web site: http://www.novotel.com/gb/hotel-7272-novotel-bangkok-platinum/index.shtml
โทร: 0-2160-7100
เปิดบริการ : ทุกวัน จันทร์ - อาทิตย์ ตั้งแต่ 11.30 - 15.00 น.
พิกัด : 13.747722,100.540845



ดู Novotel Platinum ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า



Comment
 



แสดงความเห็น
แสดงความเห็น
(กรุณา Login ก่อน)
  

ลืมรหัสผ่าน คลิกที่นี่

ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก ที่นี่