Atrium Landmark บุฟเฟ่ต์นานาชาติ (เอเทรี่ยม แลนด์มาร์ค)
(Atrium at The Landmark Bangkok)
เห็นชื่อแล้ว เพื่อนๆ ก็คงจะคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีกับ
โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ ใช่มั้ยคะ แล้วถ้าพูดถึงห้องอาหาร
บุฟเฟ่ต์นานาชาติ ของโรงแรมนี้ ก็จะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก
ห้องอาหารเอเทรี่ยม แห่งนี้
สำหรับ ห้องอาหารเอเทรี่ยม พวกเราทีมงาน iLoveToGo เคยมาใช้บริการกัน 3-4 ครั้งแล้วล่ะค่ะ เริ่มจาก เพื่อนแนะนำให้รู้จัก จาก
โปรโมชั่นส่วนลด 50% Sunday Brunch หรือ บุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ เมื่อประมาณ 2-3 ปีมาแล้ว (ก่อนเว็บ iLoveToGo จะเข้าสู่วงการอีกนะเนี่ย ;D ) พอได้ชิม ลิ้มลอง ก็ติดใจเข้าอย่างจังค่ะ
หลังจากนั้น มีโอกาสพิเศษอะไร พวกเราก็จะเลือกที่นี่เป็น Choice แรก มาทีไร ก็ไม่เคยทำให้พวกเราผิดหวัง ดังนั้นเมื่อได้มีโอกาสรีวิวอาหาร พวกเราจึงไม่พลาดที่จะเลือกห้องอาหารเอเทรี่ยมค่ะ
ไม่รอช้า ก็รีบติดต่อกับทางโรงแรม เพื่อขอเข้าไปรีวิว ความตั้งใจคือ อยากถ่ายรูปได้สะดวกๆ เพื่อเก็บภาพสวยๆ มาฝากเพื่อนๆ ที่เป็นแฟนบุฟเฟ่ต์ ทางโรงแรมก็ยินดีให้เราเข้าไปรีวิวค่ะ มื้อที่พวกเรามารีวิวกันในวันนี้ คือบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวัน ส่วนใหญ่ลูกค้าที่มาทานก็จะเป็นพนักงานออฟฟิศค่ะ
ได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดีค่ะ ก็เริ่มมองๆ ว่าจะเริ่มจากอะไรดี พวกเราไปก่อนเที่ยงประมาณครึ่งชม. ลูกค้าก็ยังไม่มากเท่าไร อาหารอยู่ในสภาพพร้อมใช้งานเลยทีเดียว
ขอออกตัวล้อฟรี กันตั้งแต่ตรงนี้เลยว่า บุฟเฟ่ต์ที่นี่หลากหลายมาก มีเมนูเยอะ มาแต่ละครั้งก็ใช่ว่าจะเหมือนกันไปหมดทุกเมนู พวกเราก็เลยขอเลือกมาเล่าให้ฟังเฉพาะเมนูที่พวกเราได้ทานกัน เมนูที่ไม่ได้ทาน ก็ได้แต่เก็บภาพมาให้ดูกัน สัญญาว่าจะทำให้ดีที่สุดในเมนูที่พวกเราได้ทานกันค่ะ Yes Sir !!
เริ่มจากประเภทอาหารที่ทีมชิมกระจายฯ ชอบที่สุดละกันค่ะ อาหารญี่ปุ่น เน้นไปที่ซาซิมิกันเลย ชอบปลาแซลมอนค่ะ สด และรสชาติดีมาก รู้สึกได้ถึงคุณภาพที่ดีของปลา นอกจากแซลมอนแล้วก็ยังมีซาซิมิ และซูชิ ที่คุณภาพไม่แพ้กันอีกด้วย
จากที่สังเกตดูหลายครั้งที่มา ซุ้มอาหารญี่ปุ่นจะได้รับความนิยมมากทีเดียวค่ะ
ถัดมาก็เป็นเมนูโปรดอีกเหมือนกัน คืออาหารทะเลค่ะ
มีทั้งแบบกุ้งตัวใหญ่ และกุ้งตัวเล็ก รู้สึกได้ว่ามันสุกกำลังดี เนื้อเต่ง กรอบนิดๆ นอกจากจะทานกับน้ำจิ้มรสแซ่บที่เขาเตรียมไว้ให้ชามเบ่อเริ่มแล้ว เราก็ยังเอาไป ประยุกต์ทานกับสลัดดูค่ะ ทำเป็น Shrimp Cocktail หรือ ทานเป็นสลัดกุ้ง
หอยแมลงภู่ ชิ้นใหญ่ เนื้อแน่น ชอบมากค่ะ แอบแนะนำนิดนึง ทานหอยเข้าไปก่อน แล้วตักน้ำจิ้มตามเข้าไปทีหลัง มันแซ่บได้ใจจริงๆ ค่ะ
น้ำจิ้มพริกตำ ชามเบ่อเริ่มเลยค่ะ ; D
มีอีกสูตรที่อยากแนะนำนะ ลองทำเป็นยำสลัดกุ้ง หรือยำสลัดทะเล คือ ไปตักผักมาก่อน จากซุ้มสลัด แล้วมุ่งมาที่ซุ้มอาหารทะเล ตักกุ้ง หอย และก็ราดสลัดครีม ตามด้วยน้ำจิ้มพริกตำเนี่ยค่ะ ได้อีกรสชาติ ชอบๆๆ
ไหนๆ ก็พูดถึงอาหารทะเลแล้ว ภาพด้านล่างนี้ เป็นเมนูพิเศษสำหรับบุฟเฟ่ต์มื้อค่ำนะคะ (ในบุฟเฟ่ต์มื้อกลางวันจะไม่มีค่ะ) จัดมาพิเศษเพื่อให้ถ่ายรูป ในชุดจะเป็น เป็น Alaska King Crab Fin de Claire (หอยนางรม) กุ้ง กั้ง ถ้าใครอยากลอง ก็ต้องเป็นมื้อเย็น (สำหรับเมนูนี้ไม่ได้มีเป็นเมนูหลักนะคะ สอบถามกับทางโรงแรมก่อนมาใช้บริการค่ะ)
ซุ้มใกล้ๆ กัน ส้มตำค่ะ พนักงานเขาจะตำให้เรานะ ก็เลือกรสชาติที่ชอบกันได้เลย (จริงๆ น่าจะขอลองตำเองดู แต่กลัวจะทานไม่ได้ค่ะ อิอิ)
มาต่อกันที่ซุ้มอาหารไทยเลยค่ะ ก็จะมีหลากหลาย ทั้งผัด ยำ น้ำพริก และที่ชอบคือ มีทั้งข้าวขาวและข้าวกล้อง สำหรับคนรักสุขภาพค่ะ ซุ้มอาหารไทย ได้ชิมไปบางอย่าง
แต่ต้องบอกกันก่อนเลยนะคะ ว่าเมนูต่างๆ เนี่ย เขาไม่ได้ Fix ว่ามาทุกครั้งจะเจอเมนูแบบนี้ทุกครั้ง เท่าที่พวกเรามากัน 3-4 ครั้ง บางเมนูก็แตกต่างกันออกไปค่ะ
น้ำพริกลงเรือค่ะ จริงๆ แล้วการจัดจานอาหารนี่ก็เป็นงานศิลปะเหมือนกันนะเนี่ย ดูสีสันสวยงามทีเดียวค่ะ เสียดายจริงๆ ไม่ได้ชิม
เมนูนี้ก็เป็นอีกอย่างที่น่าลองนะคะ จะมีกุ้งปลาหมึก ผักคึ่นไช่ มันดูคล้ายผัดผงกระหรี่ค่ะ
จานนี้อร่อย แต่จำชื่อไม่ได้ เป็นปลาแซลมอนผัดกับพริกหวาน หอมใหญ่ เห็ดหอม รสชาติหอมกลมกล่อม ทานกับข้าวสวยอร่อยมากค่ะ
เมนูนี้ใหม่สำหรับพวกเรา ปูกะตอยทอดกรอบ ผัดกับกระเพรากรอบค่ะ กรอบๆ เค็มๆ มันๆ เขามักจะจิ้มทานกับซอสพริกค่ะ ก็ไม่รู้เหมือนกันนะคะว่า กะตอยแปลว่าอะไร
สำหรับเมนูนี้ เป็นสไตล์เดียวกันกับพวก สาคูไส้หมู หรือข้าวเกรียบปากหม้อค่ะ ข้างในจะเป็นไก่สับ และก็มีผัก และพริกชี้ฟ้า ห่อด้วย (ที่เข้าใจเองว่า) แป้งผสมไข่ ซึ่ง Chef เรียกมันว่าหลุ่ม
มาถึงยำค่ะ แซ่บมาก ชอบเป็นพิเศษเลย น้ำยำอร่อยมาก และที่ชอบเป็นพิเศษเลยคือ ปลาหมึกขาวๆ ที่เห็นเนี่ยค่ะ ตอนแรกยังคิดว่ามันจะเหนียวมั้ยนะ แต่ไม่เลยค่ะ กำลังดี ชอบค่ะ
นอกจากอาหารไทยที่เป็นแบบข้าว กับข้าว แล้วก็ยังมีพวกก๋วยเตี๋ยว ก๋วยจั๊บด้วยนะคะ แต่ของแบบนี้พวกเราก็ทานกันบ๊อย บ่อยเน๊าะ คนที่สนใจคงจะเป็นชาวต่างชาติมากกว่าค่ะ
มาที่มุมสลัดกันบ้างค่ะ
จริงๆ เราน่าจะเริ่มกันด้วยอาหารเบาๆ เนอะ แต่ก็ไม่เป็นไรค่ะ ฟรีสไตล์อยู่แล้ว บางที รู้สึกทานขนมหวานเข้าไปมาก ก็เลี่ยนขอตักยำมาแก้เลี่ยนซะหน่อย อ่ะ อันนี้ก็ไม่ว่ากันค่ะ ; D
ที่มุมนี้นะคะ เขาจะมีชามไม้ใบใหญ่ๆ เอาไว้ให้เราสำหรับคลุกสลัดได้ง่ายๆ ค่ะ คลุกเสร็จก็ตักใส่จาน เพราะบางที ถ้าใส่ผักใส่เครื่องเยอะ คลุกไปคลุกมาอาจจะหล่นออกมานอกจาก น้ำสลัดก็ไม่ทั่วถึงทั้งจาน แต่พวกเราทานนิดๆ หน่อยๆ ก็ตักใส่จานแบบนี้ไปเลยง่ายดี
เครื่องใส่ในสลัดก็มีมากมายหลากหลายให้เลือกกัน
นอกจากนี้นะคะ ก็จะมีชีสแบบต่างๆ สำหรับทานกับ Cracker ด้วย
และก็มีลูกพรุน กับผลไม้แห้ง อีกอย่างสองอย่างค่ะ
ขนมปังแบบต่างๆ สด หอม ใหม่
จริงๆ ขอแนะนำว่า ขนมปังก็ทานสักก้อนเดียวก็พอค่ะ เดี๋ยวจะอิ่ม แล้วจะทานอย่างอื่นต่อไม่ไหว
ย้ายมาที่ซุ้มใกล้ๆ กับสลัด จะเป็นพวก แฮมแบบต่างๆ และปลาแซลม่อนรมควัน
แซลม่อนรมควัน รสชาติจะเค็มนิดๆ มีกลิ่นหอมๆ
ในฐานะที่เป็นผู้ชื่นชอบแซลม่อนนะคะ ขอบอกเลยว่า ติดใจผลิตภัณฑ์แซลมอนของที่นี่จริงๆ ค่ะ และใน Line นี้สิ่งที่รู้สึกติดใจมากอีกอย่าง คือ ไข่ขาว กับไข่แดงป่นๆ ทานกับแซลม่อนรมควัน อร่อยดีค่ะ (อันนี้สูตรตัวเองนะ ใครอยากเอาไปลองดูก็ไม่หวงนะคะ :D )
เดินวนมาตรงนี้ก็เต็มจานซะแล้วค่ะ รู้แต่ว่าเป็น หมูแฮมชนิดหนึ่งที่มีพริกไทยอยู่ด้วย และเป็นหมูแฮมเนื้อนุ่ม คนที่ทานเขาบอกว่าแจ่มมาก อันนี้แล้วแต่ความชอบนะคะ
ใช่แล้วค่ะ ขนมจีบหมู พอได้ลองแล้ว ก็ติดใจ ไม่คิดว่าขนมจีบหน้าตาเฉยๆ แบบนี้ ทำไมมันอร่อยกว่าที่เคยทานมานะ ของแบบนี้อย่าตัดสินที่รูปร่างภายนอกนะคะ
ย้ายมาค่ะ ย้ายมาที่ มุมผัดๆ ย่างๆ พวก สเต็ก สปาเก็ตตี้ ตรงนี้จะเป็นมุมที่เราอยากทานอะไร ใส่กับอะไร ก็บอก Chef ได้เลย เช่น อยากจะทานสปาเก็ตตี้ ครีมซอส ใส่ปลาหมืก เบคอน หรือจะเป็นสปาเก็ตตี้ ซอสมะเขือเทศ ใส่กุ้ง และหอย
หรือว่าอยากจะทานหมูสเต๊ะ เนื้อสเต๊ะก็สั่งได้ค่ะ
รวมถึงสเต็กต่างๆ เช่น สเต็กปลา หมู เนื้อ เอาแบบ สุกมาก สุกน้อย เขาก็จะย่างให้เรา และเราก็ราดน้ำเกรวี่ เห็ด พริกไทยดำ หรือซอสอะไรก็ตามใจชอบได้เลยค่ะ แต่ที่พวกเราชอบกันก็จะเป็นซอสเกรวี่ ติดใจจริงๆ ค่ะ
มาที่เมนูที่ Chef เขาแนะนำเลยนะคะว่า ลูกค้าจะชอบสั่งกันเยอะคือ โอลิวิโอ ซึ่งจะเป็นสปาเก็ตตี้ ผัดกับใบโหระพา พริกแห้ง กระเทียม เบคอน ดูๆ แล้วคล้ายกับสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมา แต่พอทานจริงๆ รสชาติไม่เหมือนกัน รู้สึกว่า โอลิวิโออร่อยกว่าค่ะ
เลยมาหน่อยจะเจอมุมที่ Chef เขาเรียกว่า Cutting หรือมุมตัดหั่น ฉับๆ
นี่คือ เนื้อแกะค่ะ ของเค้ากลิ่นไม่เหม็น กลับมีกลิ่นหอมๆ แบบย่างๆ ด้วยค่ะ
ชิ้นนี้เป็นหมู ก้อนเบ้อเริ่มเลยค่ะ หนังจะกรอบๆ ไม่เหนียว
สำหรับไก่อบตรงนี้ เนื้อนุ่ม รสชาติถึงเครื่อง รู้สึกติดใจ ชอบจังค่ะ อร่อยดี จะว่าไปแล้วก็รู้สึกชอบมากกว่าหมูอบ อันนี้ก็แล้วแต่ความชอบค่ะ
Chef เขาจะหั่นใส่จานให้
อยากทานคู่กับซอสอะไรก็เลือกได้เลยค่ะ จะมี ซอสมะเขือเทศ ซอสแอปเปิ้ล ซอสมินต์ และมัสตาร์ด
แอบติดใจเล็กๆ ที่ตรงนี้ก็ตรงมัสตาร์ดนี่แหล่ะค่ะ เขาจะมีมัสตาร์ด 2 แบบ คือ แบบหยาบ กับแบบละเอียด
แบบละเอียดก็คือแบบที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอยู่แล้วที่เป็นครีมๆ สีเหลืองๆ สำหรับแบบหยาบคือ จะเป็นเม็ดมัสตาร์ดเลย เวลาที่ทานกับเนื้อต่างๆ จะมีความกรุบๆ กรับๆ นิดหน่อย อร่อยดีนะคะ
จานนี้เป็นมันอบค่ะ ชอบมาก เรามักจะตักมาทานคู่กับหมู หรือแกะ จากมุม Cutting รวมไปถึง สเต็กด้วยค่ะ ตามสูตรของพวกเราก็จะต้องราดน้ำเกรวี่ลงไปด้วย มันจะกลมกล่อมเข้ากั๊น เข้ากัน เพื่อนๆ ไปลองทำดูได้ค่ะ
จานนี้เป็นปลากระพงแดงค่ะ เนื้อปลานุ่ม หวาน เค็ม มัน กลมกล่อม ไม่เหม็นคาว ซอสไม่เลี่ยน แม้ว่าจะดูเหมือนจะเป็นครีมๆ ก็ตาม
ด้วยจรรยาบรรณของการทานบุฟเฟ่ต์ คือเราต้องทานสิ่งที่เราตักมาให้หมดก่อน ในตอนนี้ก็ใกล้ๆ หมดค่ะ
แต่มันเริ่มอิ่มแล้ว และก็ยังมีอาหารอีกหลายอย่างมากที่เรายังไม่ได้ชิมเลย เรายังต้องเหลือท้องเอาไว้สำหรับขนมอีกเยอะแยะด้วย
พวกเราก็เลยเก็บภาพมาฝากแทนค่ะ
ภาพนี้คือ จะเรียกว่าสลัดบีทรูท ก็ได้
เรามาใช้บริการห้องอาหารเอเทรี่ยม กี่ครั้งๆ ก็มีอาหารหลากหลาย และจัดอย่างสวยงามแบบนี้ทุกครั้ง
เพื่อนๆ เป็นกันบ้างหรือเปล่าคะ เวลาเรา Plan ไว้ว่าเดี๋ยวจะกลับมาตักตรงนี้ แต่พอทานไปเรื่อยๆ ก็ลืม พออิ่มแล้วถึงนึกได้ อย่างจานเนี้ย เป็นเนื้อเป็ดค่ะ ดูแล้วหน้าตาดีจริงๆ
นี่ก็เป็นอีกอย่างที่คิดไว้ว่าจะมาตัก ก็ลืม จานนี้เป็นเนื้อไก่ คล้ายกับไก่ย่าง คิดว่าน้ำซอสในเนี้ย น่าจะอร่อยค่ะ
ทาง PR ของแลนด์มาร์ค เล่าให้ฟังว่า ที่ห้องอาหารเอเทรี่ยม มักจะมีลูกค้าเยอะในมื้อที่เป็น Sunday Brunch หรือ บุฟเฟ่ต์มื้อสายวันอาทิตย์ และยิ่งในช่วงเทศกาล ลูกค้าจะยิ่งเยอะมากเป็นพิเศษค่ะ ทำให้ลูกค้า Walk in ไม่มีที่นั่ง ถ้าจะให้ดี โทร.มาจองที่ไว้ก่อนจะปลอดภัยที่สุดค่ะ
มาดูที่ผลไม้และของหวานกันบ้างดีกว่าค่ะ
มาเริ่มกันที่ขนมสีสวยๆ แบบนี้ดีกว่า
เมนูนี้ เหมือน cup cake เลย
จริงๆ แล้ว ที่เอเทรี่ยม เขาค่อนข้างมีชื่อในเรื่องของ ของหวานเหมือนกันค่ะ เคยมาเจอเทศกาลช็อคโกแล็ตอยู่ครั้งนึง ติดใจเลย คอยจ้องเลยล่ะ ว่าเมื่อไรจะมีเทศกาลช็อคโกแล็ตซะที
Mable Cake นี้ เป็นชั้นเค้กช็อคโกแล็ต กับกาแฟค่ะ อร่อยมาก แนะนำเลย หวานกำลังดี มีกลิ่นกาแฟ ชอบมากค่ะ มาทีไรทานทุกทีเลย
และที่เห็นยืนอยู่ข้างๆ กันนี้คือ คืออะไรก็จำไม่ได้ แต่เป็น Jelly รสมะม่วงหน้า Fruit salad ค่ะ รสชาติออกเปรี้ยวนิด หวานหน่อยๆ ถูกใจคนที่ไม่ชอบหวานมากแน่ๆ ค่ะ
ช็อคโกแล็ต ทาร์ต เมนูนี้ อยู่ตลอด (คิดว่าอย่างงั้นนะคะ เพราะว่ามาทีไร เจอทุกที) ขอบอกว่า คนที่เป็นแฟน Dark Chocolate ไม่ควรพลาดค่ะ ขม หวานกำลังดีทานเข้าไปเลย 2 ชิ้น
ใจยังสู้ หน้าตาแบบนี้ จะพลาดได้ยังไง เมนูนี้คือ ชีสเค้กค่ะ เนื้อนุ่มมาก รสชาติเปรี้ยวนิดๆ ด้วยความที่เป็นชีสเค้ก และหวานหอม ด้วยสตอเบอร์รี่ ชั้นล่างสุดเป็นแคร็คเกอร์ป่น มันเข้ากันได้ดีมากเลยค่ะ
และคงต้องขอสารภาพผิดว่า แอบทานกล้วยเชื่อมไปหลายอยู่ อร่อยมากๆ ทำให้อิ่ม และไม่สามารถทานต่อได้อีก
ทีมกล้องของเราถ่ายรูปกันอย่างสุดฝีมือ เพื่อให้ได้ภาพอย่างที่พวกเราเห็นกันที่ มุมของหวานค่ะ
จริงๆ แล้ว ของหวานอีกอย่างที่เราติดใจมากๆ เลยคือ ทีรามิซุ ชอบใจมากๆ เลยค่ะ รสชาติดีมาก ทุกอย่างกำลังดี ไม่หวานเกินไป ออกขมนิดๆ ตามสไตล์ทีรามิซุค่ะ แต่ไม่รู้ว่าเมื่อไรจะมีอีกนะคะ ; D
มาดูบรรยากาศกันดีกว่าค่ะ บรรยากาศโดยรวม จะเป็นแนวเรียบๆ แต่ดูดี อบอุ่น ไม่หวือหวาเกินไป
เคาน์เตอร์อาหาร เป็นหินแกรนิตสีดำ ผสมผสานให้เกิดความทันสมัยด้วยอลูมิเนียมค่ะ
Line อาหารวางอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อย
เฟอร์นิเจอร์โต๊ะ เก้าอี้ โทนสีเข้ากัน เรารู้สึกว่ามันคลาสสิค และเท่ห์ดีค่ะ
มีที่นั่งเป็นแบบโซฟาด้วย นั่งสบาย
โดยรวมๆ ชอบบุฟเฟ่ต์ของเอเทรี่ยมมากค่ะ รู้สึกได้ว่าเขาใช้วัตถุดิบมีคุณภาพ พูดกันง่ายๆ ประสาชาวบ้านเข้าใจกันง่ายๆ ก็คือ อร่อยอ่ะ ถ้าคิดว่าจะพาใครซักคนมามาทานข้าวในโอกาศพิเศษ ก็อยากจะพามาที่นี่ค่ะ นอกจากอาหารอร่อย พนักงานก็บริการดี ใส่ใจลูกค้าดี เพื่อนๆ มาลองกันดูนะคะ
วันที่ไปรีวิว : 16-08-2553
ราคาอาหาร โปรโมชั่น และอื่นๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามเพิ่มเติมกับทางร้านก่อนไปใช้บริการ
(ในวันที่พวกเราไปทานกัน เนื่องจากเป็นวันธรรมดา จึงเป็นโปรโมชั่น มื้อกลางวัน วันจันทร์ - วันเสาร์ ราคาสุทธิท่านละ 1,050 บาท ลดเหลือ 525 บาท ถ้าเป็นมื้อค่ำ วันอาทิตย์ - วันพฤหัสบดี ราคาสุทธิท่านละ 1,400 บาท ลดเหลือ 700 บาท)
ข้อมูลร้าน
ที่ตั้ง : ชั้นล็อบบี้ โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ
โทร: 0-2254-0424 ต่อ 7777
อีเมล : fb@landmarkbangkok.com
เว็บไซต์ : www.landmarkbangkok.com
เปิดบริการ :
เปิดบริการทุกวัน
บุฟเฟต์มื้อกลางวัน ตั้งแต่เวลา 11:30 - 14:30 น.
บุฟเฟต์มื้อค่ำ ตั้งแต่เวลา 18:00 - 23:00 น.
บุฟเฟต์มื้อสายวันอาทิตย์ “ซันเดย์ บรันช์” (Sunday Brunch) ตั้งแต่เวลา 11.30 - 15.00 น.
พิกัด : 13.741334,100.554079
ดู ห้องอาหารเอเทรี่ยม โรงแรมแลนด์มาร์ค กรุงเทพฯ (Atrium Restaurant, The Landmark Bangkok) ในแผนที่ขนาดใหญ่กว่า