นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง




นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง ตอนที่ 1



วันที่ 26 ส.ค. 2007 ออกเดินทางไปมาเก๊าด้วย Airasia เที่ยวเช้าสุด FD 3602 เดินทางด้วยกัน 3 คน พ่อแม่ลูก
ถึงสนามบินมาเก๊าประมาณบ่าย 2 โมง เวลาท้องถิ่น
ผ่านด่านแล้วเรียก Taxi ไปท่าเรือ
ค่าโดยสาร 43 MOP + ค่ากระเป๋าวางกระโปรงหลัง 3 MOP + ค่าข้ามสะพาน 5 MOP รวม = 51 MOP


## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##






ทริปนี้ไปส่งลูกกลับปักกิ่ง และไปดูที่เรียนที่อยู่ว่าเป็นอย่างไร
ลูกกลับจากปักกิ่งมางานรับปริญญาน้องชายเขาและมาลงประชามติว่าจะรับร่าง ฯ หรือไม่

พอจะกลับปักกิ่ง ถามราคาตั๋วปีราคาตั้ง 20,000 บาท
จึงปรึกษากันซื้อตั๋วโปรไม่มากของ Airasia ไปดูว่าปีนี้ที่ฮ่องกงลดราคาจริงหรือหลอก
จองตั๋วไปมาเก๊า ไม่ได้จองกลับนะครับ 3 คน 6,447 บาท
และไม่ได้จองโรงแรมหรืออะไรอย่างอื่นล่วงหน้าเลย ซึ่งที่จริงผมกะจะจองโรงแรม MayFair Garden แต่ลูกบอกไม่ต้องจอง เขาจัดการเอง
ไปวันอาทิตย์คนไม่มากหรอก เอาไม่จองก็ไม่จอง





เพื่อน ๆ ที่จะไปเที่ยวเมืองจีน ไม่ต้องกลัวครับ
ซื้อตั๋วไป ไม่ได้ซื้อตั๋วกลับ ก็ไม่มีปัญหาครับ เพราะบางคนอย่างผมยังไม่รู้จะกลับวันไหนเลย

ถึงท่าเรือมาเก๊าแล้วไปซื้อตั๋วเรือ First Ferry ไปเกาลูนวันอาทิตย์ คนละ 155 MOP
ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงมากกว่า Turbo Jet แต่มาขึ้นใกล้ Tsim Sha Tsui แล้วเดินไปครับ

ออกจากตัวตึกมาแล้ว ก็เจอเขาประท้วงกันเรื่อง CCP ขบวนยาวตัดผ่านไปไม่ได้





ต้องอ้อมขึ้นตัวตึก Ferry Terminal แล้วข้ามสะพานที่เขาต่อเชื่อมกันตึก Silvercord ไปลงฝั่งตรงข้าม

กว่าจะไปถึงที่พักได้เกือบ 5 โมงเย็นแล้ว
ไปพักที่ชั้น 13F Mirador Mansion Nathan Rd. Tsim Sha Tsui
เจ้าของเป็นคนจีนอายุประมาณ 40 ต้องต่อรองราคากันตามควร
เขาให้ห้องใหญ่มีสามเตียง เตียงใหญ่นอนได้สองคนหนึ่งเตียง
และเตียงเล็กอีกสองเตียงในราคา คืนละ 450 HKD แถว Wireless Internet ให้สองชั่วโมง ไม่ค่อยพอใช้เลย

ห้องและทางเดินกว้างและใหญ่กว่าแถว Mongkok
แถว Mongkok เคยนอนครั้งเดียวเข็ดเลย อึดอัดมาก





พอวางของและทำธุระส่วนตัวเสร็จ ก็ลงมาหาของกินกันเลย
เพราะตอนกลางวัน ไม่ได้ทานอะไรมาก ทานรองท้องเท่านั้น
มื้อแรกที่ฮ่องกง ก็ไปทานร้านเก่งของลูกครับ แถวถนน Cameron
ร้านนี้มีเมนูภาษาไทยด้วยนะครับ แต่ต้องบอกเขาว่าต้องการเมนูภาษาไทย





ข้าวหน้าหมูแดง หมูหัน

หมูหันกรอบ รับรองความอร่อยครับ





นี่เป็นข้าวหมูแดง เป็ดย่าง
พอใช้ได้เท่านั้น





สั่ง ข้าวหน้าหมูแดง หมูหัน 2 จาน
ข้าวหมูแดง เป็ดย่าง 1 จาน

กินกันไม่หมดครับ เอาแต่หมูแดงใส่กล่องกลับ
เขาจะให้กล่องเปล่ามาใส่เอง และให้ถุงพลาสติก 1 ใบ
จากนั้นก็เดินมาแถว New Mandarin Plaza
เดินดูลาดเลาไว้ก่อน พรุ่งนี้วันจันทร์จะมาทำวีซ่าเข้าเมืองจีนที่ตึกนี้





รูปบนเป็นตึกคนละตึก แต่อยู่ใกล้กัน
ที่จริง New Mandarin Plaza เป็นตึกตามรูปนี้

ผมจะไปปักกิ่งไม่ได้ทำวีซ่าที่เมืองไทยนะครับ
เพราะคิดว่าถ้าผ่านฮ่องกงมาทำวีซ่าที่ฮ่องกงดีกว่า
ทำเช้าได้บ่ายโมงครึ่ง ผมทำแบบ double ค่าทำคนละ 280 HKD





แถว New Mandarin Plaza ยังมีบรรยากาศดีเหมือนเดิม
จากนั้นก็เดินไปสถานีรถไฟ Hung Hom เพื่อไปถามตั๋วรถไฟไปปักกิ่ง
เดินไปทางด้านข้างของตึก New Mandarin Plaza
จะมีบันไดเลื่อนขึ้นไป





ขึ้นไปแล้วก็เดินไปตามทางครับ





เดินไปสักพักจะเห็นสถานี Hung Hom อยู่ขวามือ





ถึงแล้วต้องเดินต่ออีกนะครับ
เพราะที่เห็นเป็นสถานีรถไฟที่ไป Shenzhen
ต้องเดินไปสถานีใหญ่ ตามรูปเลี้ยวซ้าย





ถ้าเดินมาเห็นป้ายนี้ เดินไปข้างหน้าหน่อยก็ถึงแล้ว





ถึงแล้วครับ ที่ซื้อตั๋ว และขึ้นรถที่นี่
รถด่วนพิเศษที่ไปเมืองจีนมีไป 3 สาย
สายปักกิ่ง
สายเซี่ยงไฮ้
และสายกว่างตงซึ่งไปกวางเจาด้วย

สอบถามปรากฏว่าว่า Hard sleeper ชั้นล่างเต็มหมด
แต่ชั้นกลางกับชั้นบนยังมีอีกมาก
จึงรอไว้ได้วีซ่าแน่ ๆ ก่อน ค่อยกลับมาซื้อ






จากนั้นก็เดินดูของและชีวิตชาวฮ่องกง
และเดินกลับมาแถว Tsim Sha Tsui
ไม่ได้เดินไปดูแถวท่าเรือเลย เพราะทุกคนมาหลายครั้งแล้ว
ตัวผมเองสิบกว่าปีก่อน ทำการค้าส่งของมาขายฮ่องกง
จึงมาบ่อยมาก ลูกค้าอยู่แถว Sham Shui Po หลายคน
ปัจจุบันจีนแย่งลูกค้าไปหมดนานมาแล้ว
ผมก็ไม่ได้ทำการค้าอย่างนั้นมาเป็นสิบปีแล้ว

เราเดินดูของไปตามเรื่องตามราว รู้สึกว่า เขาลดราคาน้อยมาก
และการค้าไม่คึกคักเหมือนก่อน
ดูอย่างกับเป็นช่วงถดถอยของฮ่องกง
ผมมาเที่ยวนี้ ภาระอีกประการหนึ่งก็คือ กำจัดแบงค์ 1000 ปี 2000
และปี 2002 ซึ่งมีเก็บค้างไว้หลายใบ ขาดทุนไปมาก แลกไว้ตั้งแต่ตอนห้าบาทกว่าแนะ
ซึ่งร้านค้าหลายร้านเขาไม่รับกันแล้ว ต้องไปแลกกับธนาคาร


## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง ตอนที่ 2



วันจันทร์ที่ 27 ส.ค. 2007 เดินไปที่ตึก New Mandarin Plaza เพื่อให้เขาทำวีซ่าให้
ระหว่างทาง ก็แวะทานอาหารเช้าที่ Cafe de coral





8.30 น. เอา Passport และรูปถ่ายสีหนึ่งใบ ให้เขา
พร้อมกับเขียนที่อยู่เมืองไทยเป็นภาษาอังกฤษไว้ด้วย
นัดรับ Passport 13.30 น. รับแล้วจึงชำระเงินครับ
ยังมีเวลาอีกหลายชั่วโมง
เราเดินเล่นแถวเดิมครับ และเดินไปทำธุระกิจส่วนตัวที่นี่เป็นประจำ





ทราบไหมครับว่าที่ไหน
ไม่ได้ไปพัก แต่ขอใช้บริการหน่อย

Peninsula Hotel !!!





อดใจไม่ใช้บริการไม่ได้ครับ
สวยจริง ๆ ดูแล้วเจริญหูเจริญหาดีครับ





เสร็จกิจแล้วกลับที่พัก ไป Check out ครับ
แล้วเรียก Taxi ไปสถานีรถไฟ
ถึงแล้ว ให้เจ้านายผมเฝ้าของไว้
ผมกับลูกไปรับ Passport ได้รับตอน 13.20 น.
กลับมาซื้อตั๋วรถไฟ Hard Sleeper
ที่นอนกลาง 587 HKD
ที่นอนชั้นบนสุด 574 HKD

ถ้าเดือนกันยามีโปรโมชั่น เที่ยวเดียวลด 10%
ถ้าซื้อไปกลับลด 20%





ซื้อตั๋วรถไฟได้แล้ว
รถไฟออกเวลา 15.16 ถึงปักกิ่ง 15.41 ของอีกวัน

ตอนนี้ก็หาของกินก่อนขึ้นรถไฟครับ
ในสถานีรถไฟมีขายหลายร้านครับ





ก่อนขึ้นรถไฟ ก็ต้องเขียนใบแจ้งออกจาก Hong Kong
และจะแจ้งเข้าเมืองจีนตอนลงจากรถไฟ ก่อนออกจากสถานี





เมื่อรถไฟวิ่งไปสักพักหนึ่งเจ้าหน้าที่จะเปลี่ยนตั๋วรถไฟเป็นบัตรแข็ง ขนาดเท่าบัตร credit วันนี้ขอแค่นี้ก่อน ชักจะง่วงแล้ว
พรุ่งนี้ จะไปไปเมืองเทียนจินแต่เช้า





ในรูปเป็นขบวน T98 ฮ่องกง ไป Beijing





วันอังคารที่ 28 ส.ค. 2007
ยังอยู่ในรถไฟครับ ปกติ ผมนั่งรถไฟจีน มักจะมีเพื่อนร่วมทางชาวจีนมาคุยด้วย
แต่เที่ยวนี้ ไม่มีครับ เพราะในตู้ที่นั่งมาเป็นกลุ่มทัวร์ชาวฮ่องกงเกือบทั้งหมด
เขาพูดกันเองด้วยภาษากวางตุ้งกันเป็นส่วนใหญ่ เสียงดังมาก รำคาญ แต่ไม่รู้จะทำอย่างไร
ทนจนรถวิ่งถึงสถานี Beijing West Railway Station





สำหรับท่านที่คิดจะลุยปักกิ่งโดยตัวเอง ก็ไม่ยากนะครับ
ถ้าภาษาจีนไม่ได้ อาจจองที่พักทาง Internet เพราะมีหลายแห่ง เขาจะมีรถมารับฟรีครับ
แต่ถ้าภาษาจีนกลางพอได้ ก็มาหาโดยขอดูห้องก่อนจึงตัดสินใจ ก็ได้ครับ
ผมไปเที่ยวหลายเมืองในเมืองจีน ก็ไม่เคยจองที่พักล่วงหน้านะครับ
เมืองจีน ผมว่าทุกเมือง เราสามารถหาห้องพักสะอาด อุปกรณ์มาตรฐาน
ในทำเลที่ปลอดภัยได้ในราคาไม่น่าจะเกิน 200 หยวน
ถ้าเมืองไหนมีรถไฟใต้ดิน ผมก็มักหาที่พักใกล้สถานีรถใต้ดิน
แต่ครั้งนี้ผมและเจ้านายผม มากับลูกที่เรียนอยู่ปักกิ่ง จึงไปพักที่ condo
ที่ลูกและเพื่อน ๆ เขาร่วมกันเช่าไว้
ออกจากสถานีรถไฟ เราเรียก Taxi ไปครับ เริ่มที่ 10 หยวน กระเป๋าไว้ท้ายรถไม่เสียเงินเพิ่มอย่างมาเก๊า หรือฮ่องกง
ขณะนั้นประมาณบ่ายสี่โมงกว่า รถติดครับ ค่ารถ 29 หยวน
ในรูปเป็นตึกที่พัก ตรงตัว A





จะเข้าต้องรู้รหัสเปิด ถ้ามาหาคนพัก ก็กดเรียกเพื่อนให้เปิดให้จากในห้องได้
เว้นแต่จะมั่วเข้า ตอนที่มีคนเดินออกมา
ใส่รูปผิดครับ
ต้องเป็นรูปนี้





พอเดินเข้าไปข้างในตัวตึก ก็ดูไม่เลว
รูปผิดอีกแล้ว
ด้านในต้องเป็นรูปนี้





ขึ้นลิฟมา อยู่ชั้นอะไรไม่บอกนะครับ แต่มากกว่าชั้น 10
พอเปิดประตูเข้าไป เป็นโต๊ะกินข้าวและตู้เย็น ไม่รู้จะถูกหลักฮวงจุ้ยหรือเปล่า





ต่อด้วยชุดนั่งพักผ่อน ดูทีวี





และอีก 6 ห้อง
เป็นห้องนอน 3 ห้อง นอนได้ห้องละ 2 คน แต่จริง ๆ นอนกันห้องละคน
เพราะเช่ากัน 3 คน คนไทย 2 เกาหลี 1
อีก 3 ห้องเป็นห้องน้ำ 2 ห้อง และห้องครัว
ผมจึงยึดห้องลูก แล้วให้ลูกไปนอนกับเพื่อน





ตอนที่ลูกผมไปเรียนที่ปักกิ่งใหม่ ๆ ก็พักในหอพักของมหาวิทยาลัยเขามีสองระดับราคา อย่างถูกหน่อยเป็นหอเก่า กับอย่างดีหน่อยเป็นคล้ายโรงแรม

ในรูปเป็นการเข้า check in ของนักศึกษาที่เพิ่งมาถึงมหาวิทยาลัย





หอเก่าโทรมมาก ลูกจึงเลือกหอใหม่ คิดเป็นคืนตกคืนละเกือบหนึ่งร้อยหยวน
นับว่าแพงมากสำหรับหอพักนักศึกษา เขาทำให้เหมือนระบบโรงแรม
มีคนมาทำความสะอาดห้องให้ทุกวัน
พออยู่ ๆ ไป ก็มีเพื่อนและเพื่อนร่วมห้องชาวเกาหลี ชวนกันออกมาเช่าคอนโดอยู่กัน จะถูกกว่า กว้างกว่า แต่อยู่นอกมหาวิทยาลัย
ผมจึงต้องมาดูหน่อยว่า ดีหรือไม่





ตอนค่ำเดินออกมาทานข้าว สำรวจนิดหน่อย
และเริ่มเรียนรู้ การเดินทาง การกินอยู่ในปักกิ่ง
เริ่มจากการเดินทาง
ถ้าใช้รถไฟใต้ดินสาย 1 และสาย 2 จะคิดเป็นเที่ยว ไปไหนก็ได้ ต่อรถระหว่างสาย 1 และ 2 ก็ได้ เที่ยวละ 3 หยวน

รถเมล์ก็คิดเป็นเที่ยว ครั้งละ 1 หยวน แต่ถ้าซื้อบัตรเติมเงินซึ่งใช้ได้กับรถใต้ดินและรถเมล์
เขาจะลดค่ารถเมล์เหลือเพียง 4 เหมา
ถ้าเป็นบัตรเติมเงินสำหรับนักศึกษา ค่ารถเมล์ครั้งละ 2 เหมาเท่านั้น
1 หยวน มี 10 เหมา
แต่บัตรเติมเงินนี้ใช้กับรถใต้ดินไม่ลดนะครับ เพียงแต่เพิ่มความสะดวกเท่านั้น

แสดงว่ารัฐส่งเสริมให้คนใช้รถเมล์มากกว่า





## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง ตอนที่ 3



วันพุธที่ 29 ส.ค. 2007
เช้าก็ออกสำรวจตลาดในคอนโดใกล้ที่พักเอง





ขณะโพสนี้เป็นวันสุดท้ายในปักกิ่งแล้ว
ในตลาดมีขายข้าวหลายชนิด ข้าวท้องถิ่นจะสั้นกว่าของไทยเรา
อ้วน ๆ ป้อม ๆ ถ้าต้องการซื้อข้าวไทยต้องไปซื้อที่ Super Market
ลูกผมมักไปซื้อที่ อูเหม่ยตรงข้ามสถานี Jishuitan เมื่อซื้อแล้วก็นั่งรถฟรีของทาง Super กลับที่พัก
ทาง super เขามีรถบัสขนาดกลางรับส่งลูกค้าฟรี ไปตามที่ต่าง ๆ
แบ่งเป็นสาย ๆ ในย่านที่ไม่ไกลจากสถานี Jishuitan มากนัก





ดูอาหารที่เขาขายตอนเช้า มักจะเป็นพวกแป้ง ๆ ทอด





ซาละเปาใสต่าง ๆ ส่วนใหญ่จะเป็นใส้ผักชนิดต่าง ๆ
ผมซื้อมาลองกินดู 2 ใบ 1 หยวน ก็พอใช้ได้ แต่ไม่ถึงกับอร่อย





น้ำเต้าหู้ใส่ถ้วยพลาสติก หรือใส่ถุงพลาสติดยาว ๆ
อาหารพวกนี้ เราสามารถเห็นได้ตามที่ต่าง ๆ ในปักกิ่ง
และยังมีพวกเนื้อแพะเสียบไม้ ปิ้งขาย เขาปรุงได้ดีจนไม่มีกลิ่นสาป





เดินแถวคอนโดตอนเช้า จะเห็นคนสูงวัยเลี้ยงหลานกันหลายคน
ย่า ๆ ยาย ๆ ก็เลี้ยงหลานไป คุยกันไป คงดีกว่านั่งเหงาอยู่กับบ้าน
จักรยานยังคงมีให้เห็นไม่น้อย





นี่ครับเป็นสถานที่ที่ลูกผมพัก เรียกว่า จินเตี่ยนฮัวเอี๋ยน
จากที่พักมีรถเมล์สาย 22, 726 ไปสถานี Jishuitan
ทั้งสองสายจะวิ่งไปถึง เฉียนเหมิน เพื่อไป จตุรัสเทียนอันเหมิน และใกล้กันคือ พระราชวังต้องห้าม กู้กง
ผมใช้บริการรถเมล์ครับ เพราะมีบัตรเติมเงินขึ้นเที่ยวละ 4 เหมา ไม่ถึง 2 บาท ไปได้จนสุดสาย
ลูกผมใช้บัตรนักเรียนเสียค่ารถเพียง 2 เหมา ไม่ถึง 1 บาท ไปได้จนสุดสาย
เทียบค่าครองชีพแล้ว ปักกิ่งเริ่มมีค่าครองชีพสูงกว่าบ้านเราเล็กน้อย
อาจดูได้จากค่ารถ Taxi จะเริ่มต้นที่ 10 หยวน ค่าอาหารการกินในห้าง ต่าง ๆ แพงขึ้นกว่าที่ ผมมาครั้งก่อนมาก
แต่รัฐบาลเขาก็สามารถทำให้ค่าโดยสารสาธารณะพื้นฐานมีราคาถูก ๆ กว่าบ้านเรามากกว่าครึ่งหนึ่ง





จากที่พักจะไปขึ้นรถเมล์ต้องเดินหน่อยครับ
บริเวณที่ขึ้นรถเมล์ จะเรียกว่า เสี่ยวซีเทียน
ระหว่างทาง ก็ถ่ายรูปผลไม้ส่วนหนึ่งที่ขายในช่วงนี้





ถ้าไม่อยากเดิน ก็มีรถบริการ รถนั่งได้สองคน
ไม่รู้ว่านั่งไปที่ป้ายรถเมล์ เขาจะคิดเท่าไร
แต่ถามลูกว่าเคยนั่งไหม เขาว่าถ้าไปเรียนสาย
เดินไปไม่ทันก็ใช้บริการ บริเวณที่พักห่างจากมหาวิทยาลัย ประมาณสองป้าย เขาคิดเที่ยวละ 5 หยวน





วันนี้ผมกับเจ้านายผมไปลุยกันสองคนครับ
เจ้านายผมพูดจีนไม่ได้เลยครับ ผมพูดพอได้แต่ไม่มากนัก
เรานั่งรถสาย 22 ไปครับ
รถเมล์ปักกิ่งหรือทั่วเมืองจีน ทางขึ้นห้ามลง ทางลงห้ามขึ้น
บางคันมีทางขึ้นทางเดียว บางคันมีทางขึ้นมากกว่า 1
ขึ้นไปก็ใช้ card ไปแปะ ถ้าไม่มี card ก็จ่ายเงิน 1 หยวนให้กระเป๋า
เขาก็จะให้ตั๋วเล็ก ๆ ยาว ๆ ให้เรา
สภาพรถเมล์ส่วนใหญ่จะดีกว่ารถเมล์บ้านเรา





กระเป๋ารถคุมอยู่ครับ ใครไม่รูดบัตร ก็จ่ายมาเสียดี ๆ





เวลาจะขึ้นรถเมล์ ก็ไปที่ป้าย ป้ายหนึ่ง ๆ จะให้จอดรถเมล์ตามสายที่เขียนไว้
เช่นสาย 22 ก็ต้องไปที่ป้ายสาย 22 ถ้าจะขึ้นสาย 726 ก็ต้องไปขึ้นที่ป้าย 726 ซึ่งอยู่ใกล้ ๆ กัน อาจเว้นห่างกันประมาณเท่าที่จอดรถเมล์
ที่ป้ายนั้น ๆ ก็จะเขียนเป็นภาษาจีนว่าไปไหนบ้าง





ผ่านร้านซ่อมรองเท้าเล็ก เขาก็มีที่เย็บรองเท้า ไม่ได้ใช้เข็มและมืออย่างบ้านเรา





รถสายไหนไปไหนบ้าง ก็อ่านเอาครับ
เราอาจดูแผนที่ แล้วจำตัวหนังสือบางตัวไว้
พูดถึงแผนที่ ตรงที่ขายตั๋วรถไฟที่ฮ่องกง เขามีแผนที่ให้หยิบฟรีครับ
มีแผนที่ปักกิ่ง กับ เซี่ยงไฮ้ ผมก็หยิบมาทั้งสองอย่าง
เพราะกะจะไปเซี่ยงไฮ้เดือนตุลานี้
แต่ถ้ามาถึงปักกิ่ง แล้วต้องการแผนที่ ก็ซื้อได้ตามแหล่งท่องเที่ยว
เขาจะบอกว่า เหลี่ยงไขว้ คือ สองหยวน แต่ต่อหยวนเดียวเขาก็ขายครับ





ถึงแล้วครับเฉียนเหมิน คือประตูหน้า
เฉียน = ข้างหน้า
เหมิน = ประตู





ถึงแล้วครับเฉียนเหมิน คือประตูหน้า
เฉียน = ข้างหน้า
เหมิน = ประตู
สาย 22 จะมาสุดสายที่ เฉียนเหมิน
เราอาจนั่งรถใต้ดินมาขึ้นที่ เฉียนเหมิน ก็ได้นะครับ





ตรงเฉียนเหมินนี้จะมีรถบริการนักท่องเที่ยว เป็นรถแอร์วิ่งไปเทียนฐานได้
คนละ 1 หยวน แต่ต้องเดินต่อนะครับ ถ้าใช้บัตรเติมเงินก็ 4 เหมา
ใครจะไปต่อเทียนฐาน ไม่แนะนำให้นั่งตรงนี้นะครับ
แต่ให้หันหลังให้จตุรัสเทียนอันเหมิน แล้วเดินไปทางขวามือ ไปนั่งรถเมล์สาย 120 แล้วนั่งสุดสาย จนเขาไล่ลง ก็จะถึงเทียนฐานประตูด้านทิศใต้
ไม่ต้องกลัวหลงครับ ที่จริงตรงจุดนี้มีรถไปหลายสาย แต่ 120 จะสะดวก
เพราะสุดสาย ไม่ต้องคอยมองว่าถึงหรือยัง ไม่ต้องกลัวลงผิดป้าย





จากเฉียนเหมินก็เดินไปจตุรัสเทียนอันเหมิน
ถ้านั่งรถใต้ดิน จะเดินน้อยกว่านะครับ ขึ้นที่จตุรัสเทียนอันเหมินก็ได้
แต่เดินผ่านจตุรัสให้บรรยากาศของความใหญ่โตกว้างขวางของจตุรัสที่ใหญ่ที่สุดในโลก
ที่จริงเขามาขยายบริเวณจตุรัสในภายหลังให้ใหญ่ขึ้น





จะผ่าน Moa Memorial Hall ซึ่งเข้าชมฟรี
แต่ช่วงนี้ปิดซ่อมถึงวันที่ 20 Sep





ภาพเหล่านี้คงจะเห็นกันมากแล้ว
แต่ถ้าไปสัมผัสเองจะรู้ถึง.... ความร้อนอบอ้าว
ร้อนมากครับ ทำให้เนื้อตัวเหนียว เป็นส่วนหนึ่งให้เปลี่ยนใจกลับกรุงเทพเร็วขึ้น
ตอนก่อนมากะจะอยู่ถึงวันที่ 9 กันยา แต่ไม่ไหวครับขอกลับก่อน





พวกเขาเหล่าวีรชนผู้กล้า เป็นผู้เริ่มสร้างชาติครับ
ชาติยิ่งใหญ่มาจนทุกวันนี้ ล้วนมาจากความเสียสละ และอุทิศตนทั้งนั้น
ผู้รักชาติที่ยิ่งใหญ่จริง ๆ ไม่มีใครร่ำรวยมาก ๆ หรอกครับ
ผมไม่เชื่อว่าคนที่รำรวยมาก ๆ โดยเฉพาะร่ำรวยมากขึ้นเมื่อผ่านการมีอำนาจว่า
คนเหล่านี้จะรักชาติอย่างแท้จริง
กรีนสแปนอยู่ในตำแหน่งผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐอยู่หลายสมัย
แต่หลังพ้นตำแหน่งก็ไม่ได้มีทรัพย์สินเพิ่มมากขึ้นมาก ซึ่งเขามีโอกาสในการทำให้ตัวเองร่ำรวยได้ไม่ยากเลย





เริ่มสร้างหลังผมเกิดไม่นาน





ซ่อมเตรียมรับแขกในปีหน้าครับ
เวลานี้มีการซ่อมแซมต่าง ๆ ทั่วกรุงปักกิ่ง
ถ้าจะเที่ยวให้สมบูรณ์ ก็น่าจะมาใกล้ ๆ เดือน 8 ปี 2008





ก่อนถึงกู้กง ก็ขายของกันหน่อย
จีนสร้างชาติให้เจริญได้ส่วนหนึ่งก็มาจากการขายของ
และการท่องเทียว





ค่าผ่านประตูคนละ 60 หยวน ผมไม่ได้เข้าไปนะครับ
มาเดินเล่น คิดถึงบรรยากาศเก่าๆ
เคยเข้าไปแล้ว เดินจนเจ้านายผมปวดขาไปหมด
เที่ยวนี้ที่จริง ผมคิดจะไปเมือง Chengdu ไปดูพระราชวังที่ยิ่งใหญ่กว่ากู้กงที่สร้างโดยคังซี


ข้าเคยมาท่องเที่ยวแถบแม่น้ำฉางเจียงหลายครา ได้ชื่นชมธรรมชาติอันเขียวชอุ่มชุ่มชื้นของแดนใต้
ในภาคเหนือ ข้าเคยเดินทางข้ามเนินมังกรมาแล้ว
ทางภาคะวันออก ข้าก็เคยท่องไปทั่วเขตแดนเขาไป๋ซาน ที่ซึ่งยอดเขาสูงตระหง่าน
โตรกธารกว้างใหญ่ ลึกล้ำ แต่ใจข้าก็มิพักปรารถนา
มีเพียงเฉิงเต๋อเท่านั้นที่ข้าอยากจะไปพำนักพักพิง

.........................จักรรพรรดิคังซีแห่งราชวงศ์ชิง

เฉิงเต๋อ ต้องนั่งรถไฟจากปักกิ่งไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือประมาณ 5 ชั่วโมง
อากาศร้อนขอกลับก่อน สักวันหนึ่งผมจะไปเยือน





อ่านหน่อย





ถ้าจะขึ้นไปดูวิวบนซุ้มประตูเมือง
จ่ายมาเสียดี ๆ คนละ 10 หยวน





ทางขึ้นซุ้มประตูเมืองอยู่ด้านข้าง





อีก 345 วัน





อากาศร้อนมาก
จึงนั่งรถเมล์ไปที่ตึกขายส่งที่ค่อนข้างเงียบเหงา ผิดกับตึกขายส่งของกวางเจา คนละเรื่องเลย
ไปทาน Mc ครับ และนั่งให้หายร้อนก่อนไปต่อ





ย้อนกลับมาที่เฉียนเหมินนั่งรถเมล์สาย 120 ไปเทียนฐาน





ซุ้มขายตั๋วด้านทิศใต้
ค่าผ่านประตู 15 หยวน ถ้ารวมเข้าบริเวณทำพิธี 35 หยวน
เราไปก้นบ่ายสี่โมงแล้ว เห็นเขียนว่าบางประตูปิดบ่ายสี่โมงครึ่ง
จึงไม่ได้ซื้อบัตรเข้า
กะจะมาใหม่พรุ่งนี้





ดูด้านนอกเอาพอเป็นพิธีก่อน





นั่งรถสาย 120 ไปถนนคนเดิน Wangfujing





ร้านหนังสือ





ดูไปเรื่อย











เดินจนเย็นแล้ว ต้องรีบกลับไปทำงาน





วันนี้ผ่านบริษัททัวร์ เข้าไปถามหาตั๋วเครื่องบินบินกลับกรุงเทพ
ราคาค่อนข้างแพง ตั๋ว oneway 18XX - 2100 หยวน ไม่ไหวครับ





## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง ตอนที่ 4



วันพฤหัสที่ 30 ส.ค. 2007
เช้าออกจากที่พักนั่งรถเมล์ไปเฉียนเหมิน แล้วไปต่อรถเมล์สาย 120 ไปจนสุดสาย จนคนลงหมด
เดินไปอีกนิดเดียว จะเป็นทางเข้าด้านทิศใต้
ระหว่างทาง จะเห็นชาวจีนมาออกกำลังกายตอนเช้า





สำหรับเทียนถาน ค่าเข้าชมมี 2 ราคา คือ 15 หยวน และ 35 หยวน
15 หยวนเป็นค่าผ่านสวนสาธารณะเทียนถาน มีขนาดกว้างขวาง ร่มเย็น
ถ้าซื้อบัตร 35 จะเข้าชมได้ทุกสถานที่
หรือเราอาจซื้อ 15 หยวนก่อน แล้วค่อยตัดสินใจว่าจะเข้าชมส่วนวิหารบวงสรวงหรือไม่ก็ได้ โดยซื้อบัตรเพิ่มอีก 20 หยวน ก็เหมือนกัน
ที่เทียนถานเขาเปิดให้เข้าชมตั้งแต่ 06.00 น.
เท่าที่ทราบมา สวนสาธารณะในเมืองจีนจะให้คนท้องถิ่นเข้าฟรี ถ้าเข้าก่อนเวลาเปิดเป็นทางการ เพื่อเข้าไปออกกำลังกาย
ตอนแรกเรากะจะไปก่อน 06.00 น. แต่ก็ไปไม่ทัน
เราซื้อตั๋ว 15 หยวนเข้าชมเฉพาะบริเวณสวนสาธารณะ เพราะบริเวณวิหารเคยมาแล้ว เที่ยวนี้มาเก็บรายละเอียดบริเวณสวน
ซึ่งครั้งที่แล้วมากับทัวร์ เขามีเวลาให้เราจำกัด





กิจกรรมที่ชาวจีนนิยมกันก็มี เตะลูกยาง เต้นรำ รำพัด รำมวยจีน ร้องเพลง เล่นดนตรี





ในรูปนี้เวลาเล่นจะมีเสียงดังมาก คล้ายเสียงแมลง





Echo wall





ส่วนวิหาร





แต่งตัวยุคโบราณถ่ายรูป ใครอยากเป็นฮ่องเต้ เป็นฮองเฮา ชั่วคราวก็ได้





ดูแล้วก็สวยดี





มุมหนึ่งของ Echo Wall





ร่วมกันร้องเพลงประสานเสียง





ผมชอบมุมนี้ครับ





นักดนตรี และนักร้อง





นี่ก็อีกวง วงหน้าประตู





เดินชมสวนจนพอใจแล้ว ก็ออกจากเทียนถานทางประตูทิศเหนือ
นั่งรถเมล์ 2 ต่อไปเฉียนเหมิน เพราะนัดลูกไว้ที่นั่น เพื่อไปกินเป็ดปักกิ่ง
มาปักกิ่ง ไม่กินเป็ดปักกิ่งก็กระไรอยู่
วันนี้นัดลูกและลูกเพื่อนที่มาเรียนปักกิ่งอีกคนมากินเป็นเป็ดปักกิ่ง
ลูกได้โทรจองโต๊ะไว้ เป็นร้านดังร้านหนึ่ง อยู่ในหูท่งย่านเฉียนเหมิน
หูท่งเป็นย่านที่อยู่ดั้งเดิม เป็นชุมชนที่อยู่กันอย่างหนาแน่น
แต่ละบ้านจะไม่มีห้องน้ำ แต่จะใช้ห้องน้ำรวม
หูท่งในปักกิ่งมีอยู่หลายย่าน แต่กำลังถูกรุกรานจากความเจริญ
ร้านที่ไปนี้เป็นร้านเป็ดปักกิ่งตระกูลหลี่ คือร้าน Liaun Roast Duck Restaurant
ซึ่งต้องเดินผ่านย่านหูท่ง ใกล้เฉียนเหมิน
สมัยก่อนจะมาร้านตระกูลหลี่ จะหายากมาก เพราะต้องเลี้ยวไปเลี้ยวมา
ในย่านหูท่ง แต่ปัจจุบัน หูท่งแถวเฉียนเหมินถูกรื้อทิ้งไปเยอะแล้ว
ทำให้การมาร้านตระกูลหลี่ง่ายขึ้น ในรูปผ่านย่านหูท่ง จึงถ่ายไว้





พอดีเจอทัวร์ไทย ที่มาเที่ยวดูย่านหูท่ง เลยเดินตามเขาไป
ในรูปต้องเสียต่าผ่านประตู เลยไม่ได้ตามเข้าไป





ป้ายบอกทางไปร้านหลี่





เดินตามป้ายบอกทางไปเรื่อยครับ





ลูกของเพื่อนผม มาปักกิ่งเรียนภาษาจีนอยู่พักหนึ่ง
แล้วลงเรียน MBA ภาค Inter เวลาว่าง เป็นไกด์พาทัวร์ไทยเที่ยว
วันนี้จึงมากินเป็ดกัน 4 คน สั่งอาหารเลยครับ
เห็ดผัดผัก ก็อร่อยดี





เขาแล่เป็ด ไม่ได้แล่แต่หนังนะครับ แล่มาทั้งเนื้อด้วยครับ





เริ่มเต็มโต๊ะแล้ว





ความจริงยังสั่งเนื้อผัดผักอีกจาน แต่ลูกของเพื่อนไม่ทานเนื้อ
จึงเปลี่ยนเนื้อเป็นหมู เขาผัดได้อร่อยทีเดียว ลืมถ่ายรูปไว้
เผลอหน่อยเดียว หมดเสียแล้ว และยังมีข้าวผัดกุ้ง
สำหรับเป็ดปักกิ่ง หนังไม่กรอบเหมือนที่ร้านในเมืองไทย
มื้อนี้จ่ายไป 214 หยวน

ระหว่างออกจากร้าน ไปดูเขาย่างเป็ด เขาจะอัดน้ำซุปเข้าไปในตัวเป็ดก่อนย่าง





เขาถ่ายรูปคนดังต่าง ๆ ไว้โชว์ด้วย
พวกผมรออยู่ตั้งนาน ไม่เห็นมาถ่ายรูปพวกเราเลย กลับดีกว่า





ลาก่อน ร้านตระกูลหลี่ ไว้กะจะกลับปักกิ่งอีกที ประมาณเดือนมกราคม
จะไปเยือนร้าน ฉวนจู่เต๋อ บ้าง
มกราคม อาจไปทางมาเก๊าด้วย Airasia เข้ากวางเจา หรือกุ้ยหลิน
ไปซีอาน มาลั่วหยาง เข้าปักกิ่ง บินกลับกรุงเทพ
ใครสนใจจะไปด้วยบ้าง เอ ชักไม่ค่อยดีเสียแล้ว เพราะมีคนเตือนให้ระวังพวกที่ชอบชวนเที่ยว





เดินกลับมาที่เฉียนเหมินไปเดินย่านถนนเก่าหรืออาจเรียกสายวัฒนธรรม
ถ้าอยู่เฉียนเหมินหันหลังให้เทียนอันเหมิน ด้านหน้าเยื้องขวาหน่อยจะมีตรอกซอยให้เข้าไปได้
เราอาจเดินจากบริเวณนี้เข้าไปก็ได้ ทั้งแถบเลยครับ
จะเป็นย่านชอปปิ้งกึ่งของวัฒนธรรม





เก็บภาพไปเรื่อย





ของถูกครับ 10 หยวน





ร้านค้าอย่างกับ....





บางส่วนคล้ายถนนจินลี่ที่เฉิงตู





เสื้อยืดคอกลมพิมพ์สวยดี ซื้อมาฝากลูกชาย





ร้านขายชา





เหมือนเอาศาลเจ้ามาทำร้านค้าเลย





รูปสุดท้ายในย่านนี้





ตอนนี้ลูกของเพื่อนแยกกลับไปครับ
เราไปกันต่อที่ตลาดรัสเซียครับ
หลายปีก่อน ผมมาปักกิ่ง ก็ยังไม่เคยได้ยินชื่อตลาดรัสเซีย
มาเที่ยวนี้จึงถามว่าตลาดรัสเซียอยู่ที่ไหน ได้ความว่า
ตลาดรัสเซีย เป็นตลาดที่คนไทยเรียกกัน มีหลายย่าน เช่น
ย่าน หยงอันหลี่ ย่าน Sanlitun
เราไปที่ หยงอันหลี่นะครับ เพราะไปง่าย ขึ้นจากสถานีรถใต้ดินก็ใช่เลยครับ
ทางที่เขียนว่า Silk Street





ที่นี่ต้องต่อราคาแหลก ไม่ต้องไปเกรงใจกันครับ
รองเท้าดูดีหน่อย เขาบอก 280 ต่อไม่ไหวครับ พ้นวัยแล้ว
เมื่อก่อนชอบมากครับ ท้าทายดีครับ ว่าเราจะต่อได้เท่าไร
ใครจะซื้อได้ถูกกว่ากัน แต่เดี๋ยวนี้เบื่อการบอกผ่านมาก ๆ แบบนี้
เดินหนีปุบ ราคาค่อย ๆ ลดทันทีจนเหลือ 30 หยวนครับ
เขาลดให้เอง แต่ก็ไม่ได้ซื้อนะครับ





รองเท้า กระเป๋า เสื้อผ้า
สรุปแล้ว ถ้าชอบ แถวนี้ควรต่อให้เหลือ 10% เช่น เขาบอก 500 ต่อเหลือ 50





ของเยอะดีครับ เดินแถวนี้ ถ้าไม่เจอคนไทยก็แปลก





แว่นตาก็มีมากมายให้เลือก





เย็นแล้วต้องกลับที่พัก แล้วติดต่อลูกชายที่ให้จองตั๋วเครื่องบินให้ ผลเป็นอย่างไร
คือ คืนวันที่ 30 ผมก็หาตั๋วกลับกรุงเทพราคาถูกได้ แต่ต้องจองผ่าน Internet เท่านั้น ผมก็ทำการจองโดยใช้วีซ่าของ SCB
แต่ต้อง vertify ไม่ผ่านตั้งสิบกว่าครั้ง ใช้บัตรนี้จอง Airasia ไม่เคยมีปัญหา
จึงให้ข้อมูลผมกับลูก ให้ติดต่อถามทาง Call center ของบัตรวีซ่า
ทาง Call center บอกต้องพูดกับเจ้าของบัตรโดยตรง ทั้ง ๆ ที่ผมอยู่ปักกิ่ง
ลูกจึงใช้โทรศัพท์จ่อกับไมค์ให้พูดกับผม สรุปแก้ไขไม่ได้

สำหรับท่านที่คิดจะไปเที่ยวเมืองจีน โดยเดินทางเที่ยวไปตามเมืองต่าง ๆ
หลายคนจองผ่าน Airasia แต่ต้องย้อนกลับมาที่ มาเก๊า หรือ Xiamen
ที่จริงไม่ต้องครับ เช่น อาจเข้าจีนจากมาเก๊า ไปกว่างโจว ไปซีอาน เข้าปักกิ่ง
จากปักกิ่ง อาจจองตั๋ว Srilanka กลับไทย oneway เพียง 870 หยวนเท่านั้น
ถ้า Air asia สามารถบินไปปักกิ่งได้ ยังไม่รู้ว่าจะทำราคานี้ได้หรือไม่
เพราะคิดเป็นเงินไทยยังไม่ถึง 4000 บาทเลย มีอาหาร เครื่องดื่มฟรี มีผ้าห่มฟรี

ผมจะกลับวันที่ 2 แต่วันที่ 30 เย็นแล้วยังไม่ได้ตั๋วเลย email ไปถามทาง Srilanka เขาก็บอกว่าช่วยไม่ได้ ให้ได้แต่คำแนะนำ
เพราะราคาที่ว่าต้องจองผ่าน Internet เท่านั้นให้ลองใช้เครื่องคอมเครื่องอื่นดู
ทาง SCB ก็ไม่ได้เรื่อง


## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง ตอนที่ 5



วันศุกร์ที่ 31 ส.ค. 2007
เช้านี้ผมลองจองใหม่ ไม่ใช้บัตรวีซ่า SCB แล้ว ลองใช้ของกสิกรไทยดู ปรากฎว่า ครั้งเดียวก็ผ่านเลย
จึงเอา files ที่ confirm จากสายการบิน Srilanka ใส่ flash drive ไปพิมพ์ที่ร้านค้าในมหาลัยลูก แล้วเดินผ่านมหาวิทยาลัยไปขึ้นรถ
ในรูปเป็นบริเวณภายในมหาวิทยาลัย





พิมพ์ e-ticket ออกมาแล้ว ตอนหลังเอา flash drive มาเสียบ notebook
ปรากฏว่ามี virus แสดงว่า virus มาจากเครื่องร้านค้านั้น
สรุปก็ได้ confirm ตั๋วกลับกรุงเทพ 2 ใบ ในราคาคนละ 780 หยวน บวกภาษี 90 หยวน รวมเป็น 870 หยวน
สองคน 1740 หยวน แต่เขาจะเก็บเป็น $US
เขาเทียบเป็น 229.80 $US ถูกมากครับ
จองทาง Internet เขาให้เราเลือกอาหารพิเศษได้ด้วยครับ

ในมหาวิทยาลัย เขาก็มีการก่อสร้างเพิ่มเติมหลายตึกเหมือนกัน





นักเรียนไทยที่มาเรียนเมืองจีนมีหลายอย่าง
บางคนมาเรียนภาษาจีน
บางคนมาเรียนต่อ ป.ตรี หรือ ป.โท ภาค Inter ไม่ต้องสอบเทียบ HSK
บางคนมาเรียน ป.ตรี ป.โท ร่วมกับคนจีน กรณีหลังต้องสอบเทียบ HSK ให้ได้ระดับ 8 ลูกผมสอบได้ระดับ 6
ที่ปักกิ่งจะเรียนหนักกว่าทางกวางเจา





ที่พักเก่าตอนที่ลูกมาใหม่ ๆ





หน้าประตูใหญ๋





วันนี้ช่วงเช้า จะไปดู capital museumhttp://www.capitalmuseum.org.cn

ก่อนไปหาอะไรรองท้องก่อนครับ ซาละเปาครับ ซาละเปา ร้อน ๆ





capital museum ไปด้วยรถใต้ดิน อยู่บริเวณสถานี Muxidi
เช้านี้คนเยอะทีเดียว





ออกทาง Exit C





ค่าเข้าชมคนละ 30 หยวน





ดูไปเรื่อย ๆ นะครับ ของเยอะเหมือนกัน
แต่น้อยกว่า museum แห่งชาติ ไต้หวัน





1





2 ภาพเขียนยาวมาก ๆ คนเขียนได้อย่างไร วิวที่ยาวติดต่อกันคงต้องย้ายที่เขียนไปเรื่อยกว่าจะเสร็จ





3 เวลาเราเดินไปดู ไฟก็จะเปิด ถ้าไม่มีคน ไฟจะปิดเอง





4





5





6 หยก





7





8 ทำได้บางมาก





9 เป็นหยกที่สวย และทำได้บางมาก





10





11





12 แท่งหมึก





13 แท่งหมึก





14 แท่งหมึก





15





16 กระติกน้ำร้อน ??





17





18 หมอน





19





รูปดูแค่นี้ดีกว่านะครับ เดี๋ยวจะเบื่อเสียก่อน
เรานั่งรถไฟใต้ดินไปต่อที่วัดลามะ ค่าบัตร 25 หยวน





บัตร 25 หยวน มี CD multimedia ให้ด้วยครับ





ระหว่างทางเดินเข้า





ถังขยะในวัดลามะ





747





749





751





753





756








## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง ตอนที่ 6



วันเสาร์ที่ 1 ก.ย. 2007
เช้านี้เราไปเที่ยวเทียนจินกัน 3 คน พ่อแม่ลูก
ด้วยรถไฟหัวกระสุน วิ่งด้วยความเร็วร้อยกว่ากิโลเมตรต่อชั่วโมง
เที่ยนจินห่างจากปักกิ่ง 137 km รถไฟวิ่ง 1 ชั่ว 4 นาที ถึง 1 ชั่วโมง 9 นาที





รถไฟหัวกระสุนจะมีรหัสขบวนที่ขึ้นต้นด้วยตัว D
ซึ่งมีตั๋วชั้น 1 และชั้น 2
ตอนแรกกะจะไปให้ทันขบวน D51 ออกเวลา 06.50
แต่ไปไม่ทัน จึงไปซื้อตั๋วขบวน D533 ออกเวลา 08.05
แต่คนขายตั๋วนั๋งหมดต้องยืน ก็งงว่ามีตั๋วยืนด้วยหรือ
ไม่เอาดีกว่า จึงเปลี่ยนเป็นขบวน D535 ออกเวลา 09.21 ถึงเทียนจิน 10.30 น.





ซื้อตั๋วชั้น 2 ราคาคนละ 42 หยวน
และกะว่าขากลับจะลองนั่งชั้นหนึ่งดูว่าผิดกันอย่างไร





ตึกขายตั๋วจะอยู่ทางขวามือ





สภาพรถไฟชั้น 2





คล้ายบนเครื่องบินไหมครับ
ที่นั่งเลื่อนให้ยาวออกมาได้ พนักพิงเอียงได้มากกว่า 45 องศา
ขากลับนั่งชั้น 1 จะเป็นอย่างไร





พวกที่ยืน คือพวกที่ไม่มีที่นั่ง ยอมซื้อตั๋วยืนครับ
ก็ต้องยืนไป 1 ชั่วโมง





นั่งสบายมากครับ ผมนั่งหลับอย่างสบาย มารู้สึกตัวอีกทีก็ถึงเทียนจินแล้ว
สถานีรถไฟเทียนจินมีสองแห่ง คือสถานีตะวันตก และสถานีใหญ่อยู่ทางทิศตะวันออกของเมือง
ขบวน D535 จะจอดที่สถานีใหญ่
หน้าสถานีมีซุ้มอยู่หลายซุ้ม ปรากฏว่าเป็นซุ้มมาคอยรับนักศึกษาของมหาวิทยาลัยต่าง ๆ ในเทียนจิน
เราจึงเข้าไปถามข้อมูลในการเที่ยวเทียนจินจากอาจารย์ท่านหนึ่ง
แล้วเดินไปทางขวามือของสถานีรถไฟประมาณ 300-500 เมตร
จะเป็นที่จอดรถเมล์หลายสาย
ค่ารถเมืองเทียนจิน คนละ 1.50 หยวน ถ้าเป็นรถแอร์จะขึ้นต้นด้วย K ค่ารถคนละ 2 หยวน
เรานั่งรถสาย K24 คนละ 2 หยวน ไปลงตงหม่าลู่





ลงรถแล้วก็งง ๆ แล้วดูแผนที่ที่ซื้อมาราคา 3 หยวน
เทียบกับแผนที่แล้ว ก็เดินข้ามถนนไปหน่อยก็เจอแหล่งท่องเที่ยวที่เป็น High light ของเทียนจิน
ในรูปแท่นหินได้สลักหนังสือว่า เทียนจินกู่เหวินฮัวเจีย
กู่ = เก่าแก่
เหวินฮัว = วัฒนธรรม
เจีย = ถนน





ภาพในกู่เหวินฮัวเจีย





ดูรูปตามไปก็แล้วกันนะครับ





1





ลืมบอกไปว่า ก่อนออกจากสถานีรถไฟเทียนจิน เราได้ซื้อตั๋วกลับปักกิ่งเลย
ตอนแรกกะจะซื้อขบวน D548 ออกเวลา 19.16 ถึงปักกิ่ง 20.25 น.
แต่กะจะหาอาหารทะเลทานกัน เพราะเทียนจินอยู่ใกล้ทะเล อาหารทะเลมีชื่อ
กลัวจะกลับไม่ทัน จึงเปลี่ยนเป็นขบวน D550 ออกเวลา 20.39 ถึงปักกิ่ง 21.48 น.





ซื้อตั๋วชั้น 1 ราคาคนละ 51 หยวน





นี่เป็นร้านค้านะครับ





2





3





4





5





6





7





เดินจนบ่ายแล้ว เข้าหา Information ขอคำแนะนำเขา
ปรากฏว่า หายากมาก หลบมุมอยู่กว่าจะเจอ
เมื่อเข้าไปแล้ว ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่สาวหลับครับ
ต้องรอให้ตื่น พอตื่นแล้ว เรารออีกหน่อยให้หล่อนหายงัวเงียก่อน
พอหายงัวเงียเท่านั้น เจ้าหล่อนก็ซดบะหมี่เป็นการใหญ่
เราก็ต้องรออีกหน่อย แล้วเราก็ถามทาง และขอคำแนะนำว่า
ร้านอาหารทะเลในเทียนจินร้านไหนมีชื่อเสียง ก็ได้ความว่า
ร้านฮั่นจินไป๋ และร้าน เซี่ยเทียนเซี่ยตี
จึงตัดสินใจไปร้านเซี่ยเทียนเซี่ยตี้ ก่อน ตอนเย็นค่อยไป ร้านฮั่นจินไป๋
เธอบอกให้เรียก Taxi ไปไม่เกิน 10 หยวน





ร้าน เซี่ยเทียนเซี่ยตี้ อยู่ติดกับ Mc





การตกแต่งภายในร้าน ดูหรูดี น่าจะแพง แต่ไม่แพงเลยครับ





บนโต๊ะเรา ปูผ้าอย่างดี อาวุธในการกินก็สวยดี





จานแรกเป๋าฮื้อผัดผัก อร่อยมากถึงมากที่สุด
ถ้าเป็นในกรุงเทพ สงสัยจานนี้จะราคาเท่าไร





ชัด ๆ อีกที เห็นแล้ว ยังอยากกินอีกเลย





แกงจืดกุ้งใส่ผัก ไม่ใช่ผักใส่กุ้งนะครับ เพราะกุ้งเยอะมาก





รวมมิตรทะเลทอดกรอบ หอมมาก แต่ไม่ถือว่าอร่อย





เพียงสามจาน ไม่ต้องสั่งข้าวก็ทานไม่หมดแล้ว เพราะจานใหญ่มาก
ทำให้อิ่มจนทานอาหารเย็นไม่ไหว แต่เชื่อหรือไม่มื้อนี้ราคาเพียง 103 หยวนเท่านั้น





ก่อนออกจากร้าน เราก็ถามทางเด็กในร้าน
เขาก็ว่าที่ที่จะไปอยู๋ไม่ไกล พอเดินได้
เรากำลังจะไป ถนนคนเดินแห่งเมืองเทียนจิน
เดินมาประมาณ 15 นาทีก็เห็นห้าง Parkson ก็ใช่แล้ว





ข้างหน้าเห็น Wal-Mart ก็เข้าไปดู คนเยอะมาก ๆ





รู้สึกคนจีนจะนิยม Wal-Mart มาก





Wal-Mart เป็นต้นถนนคนเดิน





เห็นถนนยาวมาก จึงขึ้นรถที่วิ่งภายในถนนคนเดิน
เขาเก็บคนละ 2 หยวน ถนนคนเดินในเทียนจินยาวมาก
เป็นถนนคนเดินที่ยาวที่สุดเท่าที่ผมเคยเดินมา
เรานั่งอยู่ในรถ ผ่านอะไรที่น่าสนใจก็ถ่ายรูปไว้





ใครอยากนั่งรถม้าถ่ายรูปก็ได้ ฟรีครับ





เห็นอะไรสวยหรือน่าสนใจก็ถ่ายไว้รวมหมดในทริปนี้ 500 รูป





จากถนนหลัก บางช่วงยังมีซอยย่อยเข้าไปอีก





ของเยอะมาก แต่เราดูอย่างเดียว ไม่ได้ซื้ออะไรเลย





ถ่ายเฉพาะร้านที่คนมากเท่านั้น





นั่งรถไป แล้วเดินกลับ





เดินจนเย็นใกล้ค่ำ ก็ถามทางคนท้องถิ่น
เดินไปอีกหน่อยก็ถึงสะพานที่มีรถที่จะไปสถานีรถไฟ
มีรถสาย 5, 8 ผ่าน





สะพานเขาสวยดี





ตึกรามบ้านช่องที่เที่ยนจิน มีสวย ๆ หลายแห่ง





สวยไหม





ไม่ไกลจากสะพาน





ยังติดใจตึกที่ว่า ขออีกรูป





ที่จริงมีรถทัวร์วิ่งระหว่างเทียนจินและปักกิ่ง ค่ารถเพียง 30 หยวนเท่านั้น
แต่คนจีนเองก็นิยมรถไฟมาก โดยเฉพาะรถไฟหัวกระสุน
ที่นั่งชั้น 1 สภาพดีกว่า Air Asia มาก





ที่วางเท้า





พนักงาน หรือ Air ?





ชั้น 2 จะมีที่นั่งด้านหนึ่ง 3 ที่ อีกด้านหนึ่ง 2 ที่
ชั้น 1 จะมีด้านละ 2 ที่ เบาะหนานุ่ม นั่งสบายมาก





โถฉี่ชาย





ห้องน้ำ fully automation ไม่ต้องกดน้ำนะครับ เพราะใช้ เซ็นเซอร์ ตาไฟฟ้า





มีที่เปลี่ยนผ้าอ้อมเด็กด้วย





มุมสุดท้ายในห้องน้ำ





ชาหรือกาแฟครับ

ขายครับ ไม่ฟรี





เพียงพักเดียวก็ถึงแล้ว ลูกไม่อยากลุกเลย จะนั่งให้คุ้ม
แต่คิดแล้ว ยังถูกกว่านั่งกระเช้าไฟฟ้าครับ
สถานีรถไฟปักกิ่งยามค่ำ





กลับที่พักแล้ว

อ่านต่อวันพรุ่งนี้วันสุดท้ายก่อนกลับกรุงเทพแล้ว =


## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++


นั่งรถไฟจากฮ่องกงไปปักกิ่ง ดูชีวิตนักเรียนไทยในปักกิ่ง ตอนที่สุดท้าย



วันอาทิตย์ที่ 2 ก.ย. 2007
เช้านี้เราไปซีตัน(Xidan) และไปเก็บรายละเอียดที่ Wangfujing
เรานั่งรถเมล์ 2 บาทไปซึตัน ย่านชอปปิ้งของคนท้องถิ่น





เวลาผมเดินทางท่องเที่ยวในเมืองจีน ผมมักซื้อผลไม้ติดตัว
เวลาหิว ไม่ว่าหิวน้ำ หรือหิวข้าว ก็กินผลไม้รองท้องได้
ผลไม้เมืองจีน แล้วแต่คนชอบ ผมชอบสาลี่ และลูกแพร
สาลี่จีน มีน้ำมากชุ่มฉ่ำกว่าที่กินที่เมืองไทยอย่างเห็นได้ชัด
ลูกแพรก็หวานกรอบ อร่อยมาก





คนเก็บขยะทำงานอย่างมีความสุข





สิ่งที่ต่างกันมากระหว่าง Wangfujing และซีตัน (Xidan)
คือย่าน Wangfujing เป็นย่านมีคนต่างชาติมาก ส่วน
ซีตัน เป็นแหล่งชอปปิ้งของคนท้องถิ่น เป็นคนจีนมากกว่า 95%





ป้ายบอกลด 80%





กางเกงขายาวตัวละ 19 หยวน





นาฬิกาข้อมือ 20 - 58 หยวน





ทุกอย่าง 10 หยวน





นี่ก็ 10 หยวน เจ้านายผมก็เข้าอุดหนุน





Xidan Shopping Center มีร้านค้าจำนวนมาก 10 กว่าชั้น
ทุกชั้นมีคนเยอะทุกชั้นอย่างไม่น่าเชื่อ ที่นี่มีขายของทุกอย่างก็ว่าได้
สำหรับคนชอบชอป ผมว่าที่นี่เดินทั้งวันก็ไม่ทั่ว





วันนี้คนเยอะ อาจเพราะเป็นวันอาทิตย์ก็เป็นได้





ของกินริมถนน





ผมกินร้านนี้ครับ





ร้านกังฟูก็ไม่เลว





ร้านนี้ บะหมี่ขนาดเท่ากะละมัง ไม่รู้กินหมดได้อย่างไร
ถ้าอยู่เมืองไทย ไม่กล้าเข้าไปถ่ายรูปนะครับ
แต่เราเป็นคนต่างชาติ บอกเขา เขาก็เข้าใจ ขอหน่อย ขอที





ผมชอบรสชาติของร้านนี้ครับ ไม่ว่าจะเป็นฮ่องกง หรือปักกิ่ง รสชาติก็ยังถูกปาก





ชุดนี้เป็นข้าวราดเห็ดหอมและผัก





ชุดนี้เป็นข้าวราดเนื้อวัว รสนุ่ม เนื้อไม่เหนียว





ทานข้าว และนั่งพักแล้ว ก็กลับไปเก็บตกแถว Wangfujing
ใส่รูปผิด ใส่ใหม่ครับ





ถ้านั่งรถใต้ดินมาที่สถานี Wangfujing อาจขึ้นมาทางห้างโอเรียนทัลพลาซ่าได้
ตอนที่สร้างห้างแห่งนี้ ได้ขุดพบซากชุมชนยุคหินเก่าที่มีอายุมากกว่า 20,000 ปี เขาจึงขุดขึ้นมาแล้วสร้างเป็นพิพิธภัณฑ์ที่ชั้นใต้ดิน





ฝั่งตรงข้ามห้างโอเรียนทัลพลาซ่า เป็นโรงแรมปักกิ่ง
เป็นโรงแรมเก่าแก่ เดิมคือโรงแรมกรอง โอแตล เดอ เปแก็งของชาวต่างชาติ เปิดมาตั้งแต่ปี 1917
แต่ได้ต่อเติมตัวอาคารออกไปอีกหลายปีก เหมาะกับการเดินเที่ยว แต่ผมไม่ได้เข้าไปนะครับ ฝากไว้ก่อน
ถัดเข้าไปหน่อยทางด้านซ้ายมือ จะมีย่านถนนวัฒนธรรมเหมือนกัน





มะพร้าว ครับ มะพร้าว ใบละ 10 หยวน
คนปักกิ่งเขากินแต่น้ำนะครับ และน้ำมะพร้าวเขาก็จืดกว่าของเรามาก
ไม่หอมหวานเหมือนของไทย กลับมา ผมก็หามากินติดต่อกันหลายวัน





องุ่น และมะเขือเทศ ชุบ น้ำตาลเจลลี่ เหมือนในหนังจีน
ไม้ละ 3 หยวน





พวกปิ้งย่างก็มีหลายอย่าง





ของเก่า ครับของเก่า เพิ่งทำมาใหม่ ๆ เลย
ของที่นี่ ก็บอกราคาผ่านมาก ถ้าอยากได้ต้องต่อราคาเก่ง
ไม่อย่างนั้นก็เป็น หมูสยามครับ





วางจนลานตาไปหมด





ต้องดูผ่าน ๆ เพราะร้านค้ามีมากครับ





ดูกันเองก็แล้วกันนะครับ





ดูจนตาแฉะ





พัดทำจากผ้า ไม่ใช่ทำจากกระดาษนะครับ
แต่ตั้งราคาแพงทีเดียว พอเดินหนี ราคาก็ลดอย่างรวดเร็วเหมือนกัน





ทานไหมครับ ม้าน้ำ แมลงป๋องก็มี
และสัตว์เลื้อยคลานที่คล้ายตุ๊กแกก็มีขาย

คุณจะเลือกอะไรดี





ร้านหนังสือที่น่าสนใจอีกร้าน





ในตัวห้าง ก็ตกแต่งได้ดี





ซื้อ 1 ตัว ลด 50%
ซื้อ 2 ตัว ลด 60%





เดินจนพอใจแล้ว ยังบ่าย 3 เอง กลับที่พัก พักผ่อน จัดของดีกว่า





ลูกฝากของกลับบ้านด้วย กระเป๋าใบใหญ่
จึงต้องเรียก Taxi ไปสนามบิน รวมค่าทางด่วนเกือบ 100 หยวนครับ
2 -3 วันก่อนเดินทางกลับ อากาศตอนค่ำเริ่มเย็นลง แต่กลางวันยังร้อนอบอ้าวอยู่
check in Srilanka จองทาง Internet แล้วพิมพ์ไปตามคำแนะนำของเขา ก็ไม่มีปัญหาอะไร
บนเครื่องก็ไม่มีกลิ่นแปลก ๆ มีจอส่วนตัว
สามารถดูหนัง หรือเล่นเกมส์ได้ มีหมอน และผ้าห่มให้ ในราคา oneway 870 หยวน ถูกมากครับ





นั่งไปสักพัก Air ก็นำอาหารมาให้เราสองคนก่อนคนอื่น
เป็น sea food ตามที่ขอไว้ ได้เป็นปลา salmon ชิ้นหนาขนาดใหญ่
และ สลัดปลาทูนา ขนมเค๊ก ก็อร่อยครับ

กลับถึงกรุงเทพประมาณ 3.00 น.

สรุปค่าใช้จ่ายใหญ่ ๆ ต่อคน
ค่าตั๋วไปมาเก๊าคนละ 2150 บาท
ค่า Taxi ไปท่าเรือ 51 MOP/3 = 75 บาท
ค่าเรือข้ามฟาก First Ferry วันอาทิตย์ 155 MOP = 695 บาท
ค่าที่พักใน Hong Kong 450/3 = 675 บาท
ค่ารถไฟ Hong Kong - Beijing = 2610 บาท
ค่า Taxi ไปที่พัก 29 หยวน = 50 บาท
ค่าตั๋วรถไฟไปเทียนจิน 42 หยวน กลับ 50 หยวน = 414 บาท
ค่า ตั๋ว Srilanka กลับกรุงเทพ = 3910 บาท
ค่า Taxi ไปสนามบิน = 75 บาท
รวม = 10654 บาท
สิ่งที่ประหยัดไป ไม่ได้จ่ายคือค่าที่พัก ถ้าไปกัน 2 คน สามารถหาได้คืนละ 200 หยวน ต่อคืน ตกคนละ 500 บาทต่อคืน
แพงไหมครับ

พบกันใหม่ทริปต่อไป หวงซาน เซี่ยงไฮ้ ตุลานี้





## ขอบคุณข้อมูลและภาพสวยๆ จาก :  www.pantip.com/cafe/blueplanet โดย คุณ ห้าสิบกะรัต ##


++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++