Follow Us


รีวิว The Great Kabab Factory อาหารอินเดียแท้ๆ ดั้งเดิม ที่โรงแรม Majestic Grande สุขุมวิท

สำหรับอาหารที่ iLoveToGo จะมานำเสนอในวันนี้ เป็นสไตล์อาหารที่มีความเป็นเอกลักษณ์ โดดเด่น และแตกต่าง



จะบอกว่า เป็นที่ชื่นชอบของทุกๆ คนก็อาจจะพูดไม่ได้ แต่ก็เชื่อว่าอีกหลายๆ คนต้องชอบ



วันนี้ เราอยู่ที่ห้องอาหาร The Great Kabab Factory ที่โรงแรม Majestic Grande สุขุมวิท



เข้ามาที่ล็อบบี้ พวกเราก็ได้เจอแขกที่มาพักที่เป็นคนอินเดียๆ ล้วนๆ



พูดได้เลยว่า โรงแรมนี้ น่าจะเป็นโรงแรมที่คนอินเดีย นิยมมาใช้บริการ



พวกเราก็ตรงดิ่งมุ่งมาห้องอาหาร The Great Kabab Factory ในทันที



พูดถึงบรรยากาศกันก่อนเลย



มีสไตล์การตกแต่งที่ มีความหรู แต่ก็ยังคงกลิ่นอายความเป็นอินเดียจริงๆ



ช่วงเวลาที่พวกเราไปถึง ยังมีแสงเต็มที่อยู่ จะได้บรรยากาศแบบนึง



มีโซนให้นั่งได้ 2 โซนคือ Indoor กับ Outdoor ที่นั่ง Outdoor จะมีลักษณะโต๊ะแบบนั่งในสวน และมีบาร์เครื่องดื่ม



กลับเข้าไปดูด้านในดีกว่า เพราะแสงเริ่มน้อยลง ทำให้เราเห็นสีสันของอินเดียมากขึ้น



มันคือเอกลักษณ์ของเขาจริงๆ ที่จะต้องมีสีสันจัดเต็ม



บริเวณในห้องอาหารกว้างขวาง



ความห่างแต่ละโต๊ะ กว้างดี ไม่ชิดกันเกินไป



เขาจัดเตรียมไว้ทั้งโต๊ะใหญ่ สำหรับกลุ่มใหญ่



กับโต๊ะเล็ก สำหรับกลุ่มเล็กๆ 



บรรยากาศภาพรวม สีสันที่เลือกใช้ มันเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวจริงๆ



กลับออกไปดูบรรยากาศด้านนอก ก็มีสีสันแซ่บเวอร์จริงๆ



มาถึงช่วงที่ทุกคนรอคอย อาหารที่เรามาชิมกันวันนี้ มีอะไรบ้าง บอกไว้ก่อนเลยว่า Kabab ของที่ห้องอาหารนี้ การันตีความอร่อยด้วยรางวัลมากมาย เช่น Best Kababs Fine Dine Restaurant 2014 โดย Times Food Awards และรางวัลอื่นๆ อีกเยอะมาก

สำหรับ The Great Kabab Factory เขาจะมีบริการอาหารเป็นชุด คือ
1. อาหารชุดที่ไม่ใช่มังสวิรัติ Non-Vegetarian ราคา 950.-
2. อาหารชุดสำหรับมังสวิรัติ Vegetarian 850.-

พวกเราไม่มีใครทานมังสวิรัติ เราจึงเลือกชุดที่ 1 ซึ่งจะมีรายการอาหารในชุดดังต่อไปนี้ ซึ่งเวลาเขาเสิร์ฟให้เรา เขาจะเสิร์ฟเรียงลำดับตามนี้เลย และในแต่ละลำดับของอาหารในชุด สามารถขอเพิ่มได้นะ เรียกว่าเสิร์ฟแบบ Unlimit กันเลยล่ะ



ก่อนอื่นๆ ก่อนจะเริ่มอาหารอะไรใดๆ ทางพนักงานเขาจะนำ ชุดซอส ที่มีมั้งหมด 4 ชนิด วางเสิร์ฟไว้เลย ตั้งแต่แรก จะมีซอสมินต์ โยเกิร์ต มะขาม และมะเขือเทศ ทั้ง 4 ซอสนี้ ผ่านการปรุงรสใน สไตล์อินเดียเรียบร้อยแล้ว บนสุดจะมีหอมแดง มะนาว และพริกขี้หนูเตรียมไว้ให้ด้วย

จะบอกว่า ทั้ง 4 ซอสนี้ เขาปรุงรสมาแล้ว อย่างบอกว่า ซอสโยเกิร์ต ก็ไม่ได้มีรสชาติเปรี้ยวแหลมของโยเกิร์ตหลงเหลืออยู่ เพียงแค่มีความมันเล็กน้อย และเปรี้ยวนิดหน่อยเท่านั้น คล้ายๆ เหมือนเราทานปลาทอดกับทาร์ทาร์ซอสนั่นแหละ

อาหารทั้งหมดนี้ เราจะขอละการอ่านออกเสียงเป็นภาษาไทย เพราะเราก็ไม่รู้ว่ามันอ่านว่าอะไรบ้างค่ะ

เริ่มเรียกน้ำย่อยด้วย (ตอนที่ถ่ายรูป เขาไม่ได้นำมาให้เราถ่ายรูปน่ะ แต่ตอนที่ชิม เขายกมาเสิร์ฟให้ด้วยน่ะค่ะ)

ปาปาดัม
เป็นแผ่นแป้งกรอบเค็ม ถูกม้วนห่อไส้ที่เหมือนถั่วเขียวเกือบจะเป็นถั่วงอก รสชาติของตัวไส้ อารมณ์คล้ายๆ Salsa (ซอสของอาหารแม็กซิกัน) และมีความเผ็ดด้วย รู้สึกชอบตรงแผ่นปาปาดัม ที่เป็นแผ่นบาง กรอบ เค็มกำลังดี

Galouti Kabab
เป็นเมนู คะบับ (หรือบางคนเคยอ่านว่า เคบับ) ซึ่งเป็น Signature Menu ของ ห้องอาหาร The Great Kabab Factory เป็นระดับอาหารสัญลักษณ์แบบนี้ ต้องไม่ธรรมดาแน่ๆ เขาเสิร์ฟโดยการวางแผ่นแป้ง และเนื้อแกะบด ที่คลุกเคล้ากับเครื่องเทศสไตล์อินเดีย เวลาทานให้ม้วนแผ่นแป้งห่อตัวเนื้อแกะ แล้วกัดทานได้เลย จะใส่ซอสหรือไม่ใส่ก็ได้ แล้วแต่ความชอบ รสชาติของตัวแกะบดนี้จะอารมณ์เดียวกันกับตับบด แต่จะมีรสชาติ จัดจ้าน ผิวนอกมีความเกรียมนิดๆ ลักษณะคล้ายกับการ ย่างไฟแรงๆ มีความหอมรมควัน แต่เนื้อแกะนุ่มมากๆ แทบจะละลายเลยก็ได้ ถือเป็นเมนูที่ชื่นชอบอีกเหมือนกัน



หลังจากที่ทาน Galouti Kabab หมดแล้ว เจ้าหน้าที่เขาจะเสิร์ฟเมนูถัดไปเลย เขาจะคีบมาใส่จานให้เราที่โต๊ะเลย เมนูนี้คือ

Dakshini Murgh Tikka
เป็นไก่ที่ถูกเลาะกระดูกออก ปรุงรสด้วยเครื่องเทศจัดจ้าน สำหรับบางคน อาจจะรู้สึกว่า กลิ่นแรงเกินไป แต่สำหรับบางคนก็จัดว่า เมนูนี้อร่อยมาก ไม่ต้องจิ้มซอสอะไรเพิ่มเลยก็ยังได้ หรือความเห็นเรา ถ้าจะจิ้มซอส แนะนำเป็นซอสโยเกิร์ต รู้สึกว่า มันช่วยเบรคความจัดจ้านลงเล็กน้อย และมีรสชาติที่เข้ากันดี



Machhi Amritsari
เป็นเนื้อปลาทอดกรอบ ที่ผ่านการปรุงรส ด้วยเครื่องเทศของอินเดีย สำหรับเมนูนี้ อร่อยลองจากเมนูไก่ เพราะอาจจะมีกลิ่นที่มีความแปลก ไม่ค่อยคุ้นเคยเท่าไร แต่อีกด้านสำหรับคนที่ชอบ เค้าบอกว่า อร่อยกว่าไก่ เพราะกลิ่นเครื่องเทศ ถึงจะไม่คุ้นเคย แต่ก็ไม่รุนแรงเท่าไก่ สรุปว่า ก็แล้วแต่ความชอบของแต่ละคนโน๊ะ



มาถึงจุดนี้ เรารู้สึกว่ามันแซ่บหลาย คือมีความ Spice อยู่ในปากตลอด เราเลยจัดขนมปังสักหน่อย เขาเรียกว่า Sweet indian bread ทางเชฟบอกว่า ถ้ารู้สึกเผ็ด ก็ให้ทานขนมปัง จะช่วยลดความเผ็ดดี ถึงจะบอกว่า เป็น Sweet bread แต่มันก็ไม่ได้มีรสหวานนะ เป็นขนมปัง 2 แบบ สำหรับเรา ชอบแบบที่เป็นแผ่นๆ สีเหลืองมากกว่า ช่วยลดความเผ็ดได้นิดหน่อย

ค่อยยังชั่วบ้างแล้วกับความ Spicy มาต่อกันอีกเมนูดีกว่า เป็นเมนูสุดท้ายของ Apetizer ใช่แล้ว อ่านไม่ผิด นี่แค่ชุดเรียกน้ำย่อยเท่านั้น Main Course ยังไม่ได้เริ่มเลยจ้า

Gosht Pudina Seekh
ถ้าเห็นหน้าตาครั้งแรก เราก็มโนไปว่า มีกลิ่นของไส้อั่วมาเตะจมูกเรานิดๆ เมนูนี้เป็นเนื้อแกะบด คลุกเคล้าเครื่องเทศ และนำมาปั้นเสียบไม้ หน้าตาคล้ายไส้อั่ว รสชาติก็ออกจะไปในทางเดียวกัน แต่จะไม่เค็มเท่า มีความเผ็ดจัดจ้าน และแน่นอน งานเครื่องเทศต้องมา



คราวนี้ เรามาดูที่ Main Course กันได้เลย

จะเป็นเมนู... คือถ้าให้พูดให้เห็นภาพแบบคุ้นเคยกันคือ โรตีแกงเผ็ดนั่นแหละ เขาจะเสิร์ฟ แป้งนาน เป็นแป้งสำหรับทานกับแกงเผ็ด มี 2 แบบอีก คือ แบบหวาน กับไม่หวาน ซึ่งก็เหมือนเดิมอีกคือ แบบหวาน ก็ไม่เห็นจะหวาน ^^" งั้นก็แนะนำให้เลือกแบบไม่หวานดีกว่า เพราะกรอบอร่อยใช้ได้ แป้งนานของเขา จะมีกลิ่นและความกรอบที่ถูกปากคนไทย

คราวนี้ เรามาชิมแกงเผ็ดกันบ้าง ตัวแกงที่เขามาเสิร์ฟให้จะมี 2 แบบ คือ Dal กับ Masala

Murgh Masala จะเป็นเหมือนแกงกะหรี่ จะมีไก่ปรุงรส ด้วยหัวหอม และมะเขือเทศ คลุกเคล้ากันไปมา ได้รสชาติรวมๆ คล้ายมัสมั่นกันเลยทีเดียว และอีก 2 ถ้วย จะเป็น Dal Factory และ Dal Lehasuni

Dal Factory จะมีส่วนผสมหลักคือ ถั่วเลนทิลแบบสีดำ ครีม มะเขือเทศ และเครื่องเทศ
Dal Lehasuni จะมีส่วนผสมหลักคือ ถั่วเลนทิลแบบสีเหลือง พริกแดง และกระเทียม

Dal สองถ้วยนี้ ให้รสชาติที่แตกต่างกัน ตอบยากสักหน่อยว่ามันต่างกันยังไง แต่สรุปได้ว่า ชอบ Dal Factory ที่สุด และอีกเสียงบอกว่า ชอบ Murgh Masala ที่สุด

ชอบ Dal Factory เพราะ รสชาติกลมกล่อม กลิ่นไม่แรง มีความมันของถั่ว และครีมแบบไม่เลี่ยน ไม่ฉุน ไม่จัดจ้านเกินไป 



หลังจากที่ ทานไปเรื่อยๆ ทางพนักงาน เขาจะนำข้าวมาเสิร์ฟให้ด้วย เป็นเม็ดข้าวยาวๆ สีเหลืองคล้ายข้าวหมก และมีการอบมาพร้อมกับเนื้อแกะแนว เนื้อตุ๋น เขาบอกว่า เป็นข้าวที่ผ่านกระบวนแบบอินเดียดั้งเดิมเลย



ผ่านมาถึงจุดนี้ จัดว่าเยอะมาก สำหรับทั้งอาหารเรียกน้ำย่อย และอาหารจานหลัก ผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างเรา อิ่มแล้วอยากจะบอก (แอบสร้างภาพนิดนึง)

สำหรับของหวาน เสิร์ฟให้ 2 อย่าง
Rasmalai
ตามเมนูที่เขียนเขาบอกว่า เป็น Spongy cottage cheese ball ที่ชุ่มฉ่ำไปด้วยนมรสหวาน สำหรับเมนูนี้ พูดเลยว่า ไม่รู้จะเทียบกับอะไรดี ไม่เคยทานอะไรรสชาติแบบนี้มาก่อน ไม่ได้หวานเลี่ยน แต่ไม่ได้มีกลิ่นนม กลิ่นชีสโดดเด้ง คิดว่า ทานแบบเย็นๆ จะอร่อยกว่า คือ ถ้าเขามาเสิร์ฟให้ทานเมนูนี้ก่อน เพราะตอนที่เขามาเสิร์ฟมันจะเย็นๆ มาเลย (อันนี้เป็นความเห็นส่วนตัวจริงๆ บางคนอาจจะไม่ชอบก็ได้)

Gulab Jamun
เป็นแป้งโด ที่ชุ่มฉ่ำด้วยน้ำเชื่อม อันนี้ก็พูดไปตามเมนูที่เขาบอก แต่ถ้าให้เทียบ รสชาติโดยรวม เหมือนเราทานขนมปังปอนด์ที่เนื้อแน่นๆ จิ้มกับน้ำข้น แต่ตัวน้ำเชื่อมไม่ได้ข้น มีความหวานมัน เขาเสิร์ฟมาในก้อนเล็กๆ การจะทานให้หมดก้อนไม่ใช่เรื่องใหญ่่ ถ้าให้เทียบเมนูของหวาน รู้สึกชอบเมนูนี้มากกว่า



ภาพนี้ เป็นวิธีการเสิร์ฟของเขา คือ จะตักมาใส่จานให้เรานะ ไม่ใช่ว่ามาเสิร์ฟเป็นที่ๆ แบบอาหารฝรั่ง และที่รู้สึกได้คือ เขาจะ Friendly มากๆ พร้อมจะให้ข้อมูล บอกเล่าเกี่ยวกับอาหารอย่างยิ้มแย้มแจ่มใส



หลังจากที่ได้ทานอาหารที่นี่ มันทำให้เราย้อนนึกไปถึง ร้านอาหารอินเดีย ที่สิงคโปร์ มีความคล้ายกัน แต่จะแตกต่างกันไปตามระดับความหรูหรา แต่เรารู้สึกได้ว่า Inner ของเขาเหมือนกัน

ถ้าให้พูดบรรยาย สไตล์ของเขาคือ ไม่ได้มีลีลาเยอะ เว๊ากันซื่อๆ มาเสิร์ฟอาหาร อ่ะ ชั้นตักเสิร์ฟใส่จาน ไม่ต้องมีพิธีรีตอง จัดเต็มกับทุกอย่าง ในด้านอาหารก็ทั้งเยอะทั้งปริมาณ และเครื่องปรุง

อย่าถามว่ารสชาติเป็นยังไง บอกตรงๆ ว่าตอบได้ยาก ยากที่จะเทียบให้ฟังว่ามันเหมือนอะไร เพราะไม่เหมือนอะไรสักอย่างที่เราเคยทานผ่านมา เว้นบางอย่างที่พอจะเทียบได้ ก็ไม่ได้ว่า 100% เอาเป็นว่า คล้ายๆ สัก 50% ที่เหลืออยากให้ทุกมาลองชิมด้วยตัวเองดู

ถ้าใครอยากเข้าถึงความเป็นอินเดียแบบต้นตำรับ ต้องที่นี่เลยค่ะ The Great Kababs Factory โรงแรม Majestic Grande



วันที่ไปรีวิว : 04-09-2558
ราคาอาหาร โปรโมชั่น และอื่นๆ อาจเปลี่ยนแปลงได้ สอบถามเพิ่มเติมกับทางร้านก่อนไปใช้บริการ


ข้อมูลร้านอาหาร

ที่ตั้ง :
ชั้น 1 ล็อบบี้ โรงแรม Majestic Grande สุขุมวิทซอย 2
Web site: http://www.thegreatkababfactory.com/Bangkok.html
โทร: 02-262-2999
อีเมล: info@tgkfbangkok
เปิดบริการ : ทุกวัน 18:00 – 23:00 น.
พิกัด : 13.915609, 100.548527






Comment
 



แสดงความเห็น
แสดงความเห็น
(กรุณา Login ก่อน)
  

ลืมรหัสผ่าน คลิกที่นี่

ยังไม่ได้เป็นสมาชิก สมัครสมาชิก ที่นี่